love

Festival Poster 

เริ่มฉายทุกเรื่อง 16.30 น. และเสวนากับวิทยากรหลังหนังจบ
ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น


In the Mood for LoveMonsterOne True Thing
Lars and the Real GirlMax Mon Amour

18 สค. 51 - In the Mood for Love (เสียงจีน - ซับไทย)
     พบกับโลกเหงาๆ แต่สวยงามของหว่องกาไว และค้นหาจิตใจของตัวละครว่าทำไมพวกเขาต้อง "เป็นชู้" กัน ไปกับ อ.อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์จุฬาฯ

19 สค. 51 - Monster (เสียงอังกฤษ - ซับไทย)
     นอกจากการแสดงอันเอกอุของ Charlize Theron ในบท Eileen Wournos เราจะพาไปเจาะลึกสภาพจิตใจของเธอและเซลบี้แฟนสาว นำโดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร จากนิตยสาร Bioscope

20 สค. 51 - One True Thing (เสียงไทย - ซับอังกฤษ)
     หนึ่งใจ.. เอ้ย หนึ่งในหนังจากโครงการสารคดีข้างบ้านของนิตยสารไบโอสโคป สารคดีอัตชีวประวัติของผู้กำกับที่ถ่ายตัวเองตอนไป coming out กับเพื่อนฝูงและแม่ หนังจบพบกับผู้กำกับ วิชาติ สมแก้ว ที่จะมาตอบข้อสงสัย และเบื้องหลังของการถ่ายทำ

21 สค. 51 - Lars and the Real Girl (เสียงอังกฤษ - ซับไทย)
     เบียงก้า... สาวสวยลูกครึ่งบราซิล-เดนมาร์ก เธออ่อนหวาน เธอเคร่งศาสนา เธอรักลาร์ส ลาร์สรักเธอ แต่เธอเป็น "ตุ๊กตายาง"
     ค้นหาคำตอบว่า เกิดอะไรขึ้นกับลาร์ส ถึงได้หลงรักตุ๊กตายางไปซะงั้น ไปพร้อมๆกับ วาริน นิลศิริสุข จาก นิตยสาร Starpics

22 สค. 51 - Max Mon Amour (เสียงฝรั่งเศส/อังกฤษ - ซับอังกฤษ)
     ท่านทูตอังกฤษประจำฝรั่งเศส จ้างนักสืบตามเมีย ก่อนจะเจอเมียนอนอยู่กับชู้หนุ่มขนดกชื่อแม็กซ์ ที่เป็นลิง....... ! แถมเมียยังพูดให้เจ็บใจเล่นเสียอีกแน่ะว่าเป็น "รักแรกพบ" ของเธอ... หนังจบพบกับ ธีปนันท์ เพ็ชรศรี อดีต บก.Pulp

Map

edit @ 12 Aug 2008 21:56:06 by nanoguy

 

รักแห่งสยาม

รักแห่งสยาม aka The Love of Siam
(ไทย, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, 2550, A+++++++++)



นี่ไม่ใช่บทความ แต่เป็น
บทพล่าม

(เพราะฉะนั้นถ้ามันเวิ่นเว้อ ยืดยาว น่าเบื่อ ก็ทนๆอ่านกันไปแล้วกันนะ แหะๆ)
(จริงๆเคยลงไว้ในบล๊อกเก่า แต่บล๊อกมันโดนลบไปแล้วด้วยสาเหตุงี่เง่า
ดีว่าไปลงใน เด็กหนัง ด้วย เลยก๊อปกลับมาลงบล๊อกอีกที)

 

อนึ่ง ได้โปรดไปดูหนังเรื่องนี้ก่อนอ่าน
(มันควรจะดูกันหมดแล้วล่ะ 5555)

 


ตอนแรกผมทะเยอทะยานมาก อยากบอกความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้ในแบบที่ไม่เหมือนใคร ถึงกับตั้ง ambition ไว้ว่า "กูจะแบ่งพาร์ตด้วยเนื้อเพลงในหนัง" ซึ่งคิดไปคิดมา และพยายามจะลองเขียน แม่งก็ไม่ลงตัวเสียที(อนึ่ง ท่านปรมาจารย์ filmsick ได้ทำสิ่งที่ผมตั้งใจตอนแรกไว้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว ที่นี่ http://filmsick.exteen.com/20071127/entry ขอกราบงามๆสามที)

สรุปก็เลยเลิกล้มความตั้งใจนี้ไป(ด้วยความขี้เกียจ และความเป็นไปได้ที่จะทำ) แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังอยากเขียนถึงหนังเรื่องนี้แบบยาวๆ เพราะอย่างน้อยก็เป็นหนังเรื่องต้นๆในชีวิตที่ทำให้ผมอยากเดินเข้าโรงหนังเพื่อดูเป็นรอบที่สาม (ถัดจาก Kill Bill ภาคแรก และแสงศตวรรษ ที่ไม่มีโอกาสได้ดูรอบที่สามในโรงภาพยนตร์) ก็เลยแค่อยากจะบันทึกความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้เอาไว้ เพราะผมคงเขียนสั้นๆแบบในรีวิวประจำเดือนไม่ได้แน่ๆ... (ในขณะที่รีวิวประจำเดือนตุลาก็ยังไม่เสร็จ ทั้งที่นี่จะธันวาแล้ว เหอๆๆ กราบขออภัยมิตรรักแฟนบล๊อกทุกท่านจากก้นบึ้งของเศษซากหัวใจ)

ผมดูหนังเรื่องนี้จบสามรอบ ด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอมและมีความสุข อมยิ้มอยู่เกือบตลอดเวลาที่หนังฉาย ต่างกับคนดูคนอื่นเท่าที่ผมพบเจอและรู้จักที่มักจะเสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้อย่างมากมาย จากแรกๆที่ไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่แต่เมื่อได้ลองคุยกับเหล่าบุคคลผู้เสียน้ำตาให้กับหนังเรื่องนี้ว่าอินขนาดนั้นเพราะอะไร... เพราะในรอบที่สาม ชาวต่างชาติคนหนึ่งยังเสียน้ำตาให้หนังเรื่องนี้ (อย่างน้อยก็มีฝรั่งสองคนที่ชอบหนังเรื่องนี้ อีกคนหนึ่งคือ WiseKwai ในบอร์ด RottenTomatoes)

ผมเริ่มจะสรุปผลได้ว่า... ผมยังไม่เคย "รัก" ใครจริงๆเลยหรือเปล่า ความรู้สึกมีความสุขนั้น เกิดจากการที่ผมยินดีไปกับเหล่าตัวละครที่ในที่สุดก็รู้จักกับความรัก รู้จักกับการประคับประคองความสัมพันธ