game

อัพฉลองสิ้นปี ปีใหม่ และครบ 1 ปี บล๊อกนี้ไปพร้อมกันเลย
ง่ายดี
 
ถ้่าชีวิตเปรียบดั่งภาพยนตร์
แล้วเพลงประกอบจะเป็นเช่นไร?
 
เอามาจากที่นี่หละเด้อ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bloodymonday&group=4
 
กติกา
1. เปิดคอนโซลเล่นเพลงบนคอมพิวเตอร์ (iTunes, Winamp, Media Player, iPod, etc) แล้วเลือกออฟชั่น Media Library ที่ทำให้คุณสามารถเล่นทุกเพลงที่อยู่บนเครื่องได้
2. เปิดฟังค์ชั่นเล่นสุ่ม (shuffle)
3. กดปุ่ม Play (ละเอียดม่ะ 55+)
4. ทุกข้อให้ใส่ชื่อเพลงที่ขึ้นมา
5. ให้กด Next เมื่อต้องการเปลี่ยนเป็นข้อถัดไป
6. อย่าโกหก อย่าข้ามเพลง และอย่าพยายามทำให้ตัวเองดูเท่ จริงใจหน่อยนะจ๊ะ~
 
 
Opening Credits : เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง (เวอร์ชั่น นันทิดา แก้วบัวสาย)
 
เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง
ให้มันไหลลงไหลลง ไหลลงไหลลงลับไป
โอ้ แม่โขงที่โค้งคดไกล เปรียบยังมิเท่าน้ำใจ
คดเคี้ยวเชี่ยวไหล กว่าลำโขงเอย 
 
เธอสวมชุดกระโปรงยาวสีดำสนิท หน้าตาเรียบเฉยเสมือนไร้อารมณ์ความรู้สึก เดินวนไปมาในเมืองแห่งหนึ่ง เธอหลงทางแต่ไม่พยายามแสดงออก กล้องตามจับเธอในระยะโคลสอัพ แฮนด์เฮลด์ ก่อนจะฉายให้เห็นป้าย "ยินดีต้อนรับสู่จังหวัดหนองคาย" หญิงสาวพาร่างของเธอพร้อมกับกระเป๋าขึ้นรถโดยสาร เวลาผ่านไปสิบนาทีบนจอภาพยนตร์ เธอเดินทางถึงริมแม่น้ำโขง ลงเรือ ก่อนจะเปิดกระเป๋าใบที่เธอหิ้วติดตัวมา หยิบโกฏิสีทองใหม่เอี่ยม ค่อยๆเปิดฝา แล้วเทเถ้ากระดูกด้านในนั้นออกมา
กล้องซูมเข้าหาสายเถ้ากระดูกที่ร่วงหล่น ก่อนจะค่อยๆเฟดดำลงทีละน้อย ทีละน้อย
 
 
First Day at School : ฤดูที่ฉันเหงา (Flure)
 
ฉันคิดถึง และยังคิดถึง 
ในคืนที่ฝนโปรยเราอยู่ด้วยกันตรงนี้ 
ฉันเหงาเธอรู้ไหม ฉันหนาวจนแทบขาดใจ 
ไม่มีอ้อมกอดจากเธอที่รู้ใจ 
รอคอยเธอกลับมาหา 
เฝ้ารอจนฝนซา สุดท้ายก็ว่างเปล่า
 
เด็กชายคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหน้าต่างในวันฝนพรำ เขามีัรอยฟกช้ำดำเขียวอยู่บนใบหน้า ไม่เพียงแต่เพิ่งถูกผู้หญิงทิ้งมาเท่านั้น แต่เขา่ไม่เห็นหน้าบุพการีมาเกือบครึ่งปีแล้ว... หน้าฝนสำหรับเขามันก็ไม่ต่างจากเอ็มวีเพลงวัยรุ่น มันเหงา และมันบาดใจ
 
 
Falling in Love : อ้อมกอดที่เคยถูกใช้ (Hyper) - แว้ก ตูมีเพลงนี้ในเครื่องด้วย!!
 
อ้อมกอดที่เคยถูกใช้ เธอจะรังเกียจไหม
เธอรับได้หรือเปล่า หากว่าฉันเคยกอดใคร
อยากให้ชีวิต กลับไปมีความหมาย
อ้อมแขนที่เคยมีใคร ก็ไม่รู้จะมีค่าไหมในใจของเธอ
 
(low self-esteem ของแท้ พระเอกของเรา 55+) ออกแนวหลงรักดาวโรงเรียน และเธอก็ตอบรับเสียด้วย แม้พระเอกของเราจะแลดูต่ำต้อยเพียงใดก็ตาม
 
 
Fight Song : คนจะรักกัน (เวอร์ชั่น ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์)
 
คนจะรักกัน ผูกพันหมายมั่นลงไป
จะบุกน้ำ ลุยไฟ ปล่อยให้เขาไปตามปรารถนา
คนเขารักกัน ใครจะกีดกันฉันทา
ต่อให้น้ำ ต่อให้ฟ้า กั้นขวางหน้า อย่าหวังห้ามได้ 
 
เธอปันใจไปให้ชายอื่นที่ดีกว่าเขาในที่สุด พยายามฟาดฟันหรือขัดขวางเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล ต้องสมน้ำหน้าตัวเอง....
 
 
Breaking Up คืนอันเป็นนิรันดร์ (August)
 
เหมือนว่าเราจะมอง ไม่เห็นหนทางใด
ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห้วงใจที่อ่อนไหว
เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน เมื่อฟ้าไม่มีแสงใด
มองไปรอบกาย หัวใจก็พลัน หวาดกลัว
 
 การเลิกรากันมันช่างปวดร้าว ทรมาน และมืดมน (ฮา)
 
 
Prom : ครวญ (เวอร์ชั่น ศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์)
 
ตะวันใกล้จมแผ่นน้ำ
สายชลงาม ดังกำมะหยี่
โอ้ว่าดาว ว่าดาวดวงนั้น
แสงพลันริบหรี่ คงริบหรี่ เช่นเรา 
 
(แน่นอน ยังเศร้าไม่เลิก)
 
 
Life : รอเธอหันมา (โฟกัส จีระกุล) 
 
หว่อ ย่ง ชิน คั่น นี ฮว่าน หนี่ 
เติ่ง เจอะ หนี่ เตอะ เซิน หยิ่ง เซี่ยง หว่อ โจว ไหล 
ชี ไต้ เจอะ โหย่ว อี้ เทียน หนี่ ฮุ่ย คั่น เต้า หว่อ 
หว่อ ย่ง ซิน คั่น หนี่ หว่อ อ้าย หนี่
หว่อ ย่ง ซิน คั่น หนี่ หว่อ อ้าย หนี่
 
พระเอกแพ้ภัยรัก หนีไปอยู่เมืองจีน (ฮา)
 
 
Mental Breakdown : มั่นใจไม่รัก (เวอร์ชั่น นันทิดา แก้วบัวสาย)
- ทำไมอัลบั้มคัฟเวอร์สุนทราภรณ์ ขึ้นมาบ่อยจัง
 
หัก ใจ มิยอม คิดผูกพัน
แล้วไย รึนั่น พอพบกันก็ลืมเหมือนว่า
เลือดในกาย ฉีดแรงทั่วไปทั้งหน้า
ดั่งไฟเผาในวิญญารุมร้อนทั่ว กายา มิคลาย 
 
รักจนเสียสติ (เหมือนไอ้เต็น แห่ง HBD สินะ) ยังคิดถึงรักเก่ามิรู้วาย
 
 
Driving : Feeling Good (Michael Buble)
 
Birds flying high
You know how I feel
Sun in the sky
You know how I feel
Breeze driftin' on by
You know how I feel
It's a new dawn
It's a new day
It's a new life
For me
And I'm feeling good 
 
 การเดินทางไกล น่าจะช่วยเยี่ยวยาเขาได้ดีที่สุดสินะ... ค้นหาชีวิตใหม่ ท่ามกลางมวลหมู่หิมะของเทือกเขา และลามะทิเบตทั้งหลาย (ยังอุตส่าห์ลากมาเกี่ยวกันได้)
 
 
Flashback : แพ้กลางคืน (ปั๊บ โปเตโต้)
 
เก่งนักใช่ไหม กลางวันทำเป็นเก่งนัก...
แล้วทำไมไม่พัก แล้วทำไมไม่นอน
เก่งนักใช่ไหม แล้วทำไมต้องเหงา
แล้วทำไมต้องทุกข์ทน คิดกังวลมากมาย...
เก่งจริง ต้องไม่เป็นอะไร
แต่ทำไมแพ้กลางคืนอย่างนี้ 
 
 กลางวันยังมีแสงแดดกับเหล่านกกาคอยช่วย แต่พอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เขาก็ยังเสียสติมิรู้วาย (นี่มันจะอะไรกันนักหนาวะ 555555)
 
 
 
Getting Back Together : ได้ยินไหม (ดา เอนดอร์ฟิน)
 
ได้ยินไหม ได้ยินไหม โปรดฟังว่าฉันรักเธอ 
เธอจะอยู่ไหน อยู่สุดฟ้าไกล เพียงให้เธอรับรู้ 
ได้ยินฉัน บอกเธอไหม ว่าคนคนนี้รักเธอ 
นี้ไงคำว่ารัก ที่เธอรอฟัง (ได้ยินไหม) 
 
อยู่ีดีดีคนเขียนบทก็เสียสติ เขียนให้เธอคนที่เขาคิดถึง มาตามหาเขาถึงที่นี่ !! (หาผู้ชายดีกว่านี้ไม่ได้แล้วใช่ไหม ถึงได้สิ้นคิดแบบนี้)
 
 
Wedding : ฟลอร์เฟื่องฟ้า (สุนทราภรณ์)
 
ครั่นครื้น ดั่งเพลง สวรรค์
วิมานคนธรรพ์หลั่นฟ้ามาใกล้
เทพบุตรนางฟ้า ไทย โอบกอดกันพลิ้วไป
พลิ้วไป พร้อมกับ เสียงเพลง
 
(อะไรจะเข้ากับหัวข้อขนาดนี้) 
 
 
Birth of Child : รักยังไม่ต้องการ (มาช่า วัฒนพานิช)
 
อย่ามาเร่งเร้าสรุปว่ารัก
รักยังไม่ต้องการ อย่าด่วนรีบร้อน
ขอ just fun tonight
อย่าด่วนเรียกร้อง อย่าผูกมัดตอนนี้
 
 ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนซะแล้ว... มีลูกด้วยกัน แต่เธอดันบอก จัสต์ ฟัน ทูไนต์ (เวร)
 
 
Final Battle : I've Seen It All (Bjork)
 
I've seen it all, I have seen the trees,
I've seen the willow leaves dancing in the breeze
I've seen a man killed by his best friend,
And lives that were over before they were spent.
I've seen what I was - I know what I'll be
I've seen it all - there is no more to see!
 
ความชิบหายบังเกิดแล้ว 555555 โปรดจินตนาการความรุนแรงตามเสียงของบียอร์ก
 
 
Death : Steppin' to the Bad Side (OST. Dreamgirls)
 
I had to step into the bad side
I had to take myself a mean ride
You know the smile I had has gone away
Those that steal are gonna pay
Steppin to the bad side today
 
มึงคิดจะเลิกกับกู มึงจงตายซะ !!  แต่อนิจจา พระเอกของเราหารู้ทันมารยาหญิงไม่ คนที่ตายจึงเป็นเขาเอง...
 
 
Funeral Song : I See U (ไอซ์ ศรัณยู)
 
ดุ่ม ด่า ดี ด้า ดี ด้า ดี ดุ่ม ด่า ดี้ ด้า ดี ดุ่ม 
ดุ่ม ด่า ดี ด้า ดี ด้า ดี ดุ่ม ด่า ดี้ ด้า ดี ดุ่ม 
 
(โห ตายไปทั้งคน แม่งไม่เศร้าไม่โศกกันเลย)
 
 
End Credits : วังน้ำวน (เวอร์ชั่น นันทิดา แก้วบัวสาย)
 
วังน้ำวน...วังน้ำวน
วังน้ำวนสายชลวนเชี่ยว เป็นเกลียวลึกลง
เกลียวน้ำวน วนวิ่งดิ่งตรง ลึกลงทุกที
 
กล้องซูมออกจากสายเถ้ากระดูก ค่อยๆให้เห็นภาพกว้าง จับจ้องที่ครึ่งร่างบนของหญิงสาวชุดดำ เธอหยุดเทเถ้ากระดูกลงสู่สายน้ำโขง หันหน้ากลับเข้ามาในเรือ ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาโอบไหล่เธออย่างแผ่วเบา ก่อนที่เธอจะหันมายิ้มให้กล้องอย่างเต็มไปด้วยปริศนา กล้องผละสายตาจากเธอไปสู่สายน้ำโขงเบื้องล่าง ให้ผู้ชมแลเห็นสายน้ำวน... 

     ตอนแรกผมกะไว้ว่าว่างเมื่อไรจะีีรีบมาอัพเอนทรี่สรุปหนังที่ดูไปในเดือนสิงหาคม (ซึ่งก็มีไม่ได้มากมายอะไีรนัก) แต่ว่าวันนี้ผมเพิ่งเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่รู้จะหัวเราะเยาะแบบเสียดเย้ย (เหมือนที่แดนทำกับดาร์เรนในเอนทรี่ก่อนหน้า ฮา..) หรือว่าจะโศกเศร้าให้กับความไร้สติของคนมีอำนาจกลุ่มนึงในบ้านเราดี

     เรื่องของเรื่องก็คือว่า ผมอยู่หอพัก แล้วอินเตอร์เน็ตของหอพักที่นี่ใช้เป็นระบบเครือข่าย wireless ซึ่งคิดค่าใช้จ่ายเดือนละ 500 บาท โดยคนที่ต้องการใช้ก็ต้องลงไปซื้อการ์ด username/password ที่ป้อมยามข้างล่าง เพื่อเอามา login ก่อนใช้ โดยอินเตอร์เน็ตที่ว่านี้เป็นลูกข่ายของ TOT อีกทีหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้พี่ยามได้มาเตือนผมแล้วว่า "ซื้อการ์ดเน็ตคราวหน้าเอาบัตรประชาชนลงมาด้วยนะ" ซึ่งผมก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ ณ ตอนนั้นว่าทำไปเพื่ออะไร

     ในวันนี้อินเตอร์เน็ตหมดอายุึ 30 วันพอดี ผมก็เลยได้ฤกษ์ลงไปซื้อการ์ดอินเตอร์เน็ตของเดือนใหม่ เลยลองถามพี่ยามอีกทีว่า ตกลงเขาให้เอาบัตรประชาชนมาทำไม ก่อนที่จะให้เขียนชื่อนามสกุลเต็มยศ รหัสบัตรประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และ username/password ของการ์ดอินเตอร์เน็ตใบนั้นลงสมุด!

     พี่ยามตอบด้วยหน้าตาซื่อๆว่า "ก็เค้าจะเอาไว้ดูไอ้เกมที่มันออกข่าวนั่นไง"

     แม่เจ้า!!

     ผมเชื่อนะครับว่าทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเจ้านี้(ที่ล่มบ่อยจนผมเบื่อ) หรือแม่ข่ายอย่าง TOT คงไม่เซ็นเซอร์ตัวเองด้วยวิธีการบ้าคลั่งปานนี้ (แม้ TOT จะเคยมีคดี "เซ็นเซอร์โดยพลการ" ต่อเว็บไซต์ youtube, ฟ้าเดียวกัน และประชาไท มาก่อนหน้านี้ โดยอ้างความเป็นบริษัทของคนไทยมาก่อนก็ตาม แต่นั่นยังพอเข้าใจได้ในฐานะที่ว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่คนไทยคงอ่อนไหวกันมากกว่าเรื่องอื่นๆ) เพราะอย่างน้อยที่สุดผมเชื่อว่าคนที่ทำงานในบริษัทอินเตอร์เน็ต น่าจะรู้ข้อมูลพื้นฐานที่ว่า "GTA ไม่ใช่เกมออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต" (ที่เมืองนอกเขาเล่นออนไลน์ได้ แต่ก็ไม่ได้เล่นผ่านคอมพิวเตอร์อย่างนี้ เพราะเครื่องเล่นเกมคอนโซลของเขามันล้ำหน้าไปไกลกว่าบ้านเรามากโข)

     ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคงเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากคำขอ "โดยไม่เป็นทางการ" จากส่วนกลางผู้มีอำนาจอย่างกระทรวงไอซีที (ซึ่งคงได้รับ "คำขอร้องแกมบังคับ" มาจากสถานที่โบราณๆอย่าง "หน่วยเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม" ของอีนังลัดดา) เพื่อมาจับตาดูผู้ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างใกล้ชิดว่ามีใครบ้าง บ้านอยู่ที่ไหน และวันๆทำอะไรกันอยู่ !! (ไม่แน่ บางทีที่ผมเขียนด่าพวกมันอยู่นี่ มันอาจจะกำลังนั่งอ่านอยู่ก็ได้ ถ้ามันอยู่ในอารมณ์อยากอ่าน)

     เขาเอาไปแม้แต่รหัสประจำตัวประชาชนเลยนะครับ แม้จะมี พรบ.คอมพิวเตอร์ ออกมาก่อนหน้า (ที่ทำให้เวลาสมัครเว็บบอร์ดต้องใช้เลขประจำตัวประชาชน) แต่เล่นทำกันมาถึงขนาดนี้แล้วหรือนี่?

     ถ้าวันไหน DotA เกิดกลายเป็นเกมผิดกฎหมายขึ้นมาบ้าง มีหวังเพื่อนๆผมคงไปนอนคุกกันซักครึ่งรุ่น (ถ้าเกิดมันมีพวกบ้าออกไปตีกันแล้วบอกว่าเลียนแบบมาจาก DotA เข้าน่ะนะ เพราะกระทรวงพวกนี้กระเหี้ยนกระสันจะเห็นความรุนแรงที่มีคน "อ้างว่าเกิดจากเกม/การ์ตูน/หนัง" อยู่แล้ว เพราะท้ายที่สุดก็จะมีคนหัวโบราณหันหน้าไปเชียร์คนอย่างอีนังลัดดา)

     ผมเพิ่งอ่านบทความ "จดหมายรักใน 'รัฐแห่้งภาพยนตร์'" ที่เขียนโดย Tilda Swinton (แปลโดย ณัฐพรรณ แย้มเขไข ตีพิมพ์ใน Bioscope ฉบับล่าสุด) เธอพูดถึงภาพยนตร์ได้อย่างกินใจยิ่งในตอนท้ายๆ ตอนหนึ่งว่า

     "...มันเป็นรัฐแห่งความคิด ปราศจากพรมแดน และไม่มีนโยบายกีดกันหรือเนรเทศ มันไม่เสแสร้งว่าเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่กระทั่งจะอ้างตนว่ามีอารยะ มันไม่ขายนโยบายแห่งเสรีภาพด้วยการแอบบังคับ..."

     ครั้งนี้สิ่งที่ผมประสบ ผมไม่มองว่าเป็นแค่การเซ็นเซอร์เกมธรรมดาๆ เพราะหากพวกเขาสั่งการได้ถึงขนาดนี้แล้ว การควบคุมการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ได้ล่วงล้ำเข้าสู่สิทธิเสรีภาพในโลกไซเบอร์ของเราในที่สุด แม้สังคมหรือวงการ เกม/หนัง/การ์ตูน หรือสื่อต่างๆ จะไม่เคยอ้างตนว่้าเปี่ยมอารยะ หรือสูงส่งกว่าใครที่ไหน ดังที่ทิลด้าว่าไว้ข้างต้น

     แต่อย่างน้อย ผมว่าเรามีอารยะมากกว่าพวกไร้สติที่ออกกฎแบบนี้ขึ้นมาในสังคมโลก

edit @ 8 Sep 2008 21:21:09 by nanoguy