festival

เทศกาลหนังสั้น 2008

posted on 04 Nov 2008 00:00 by nanoguy in Movies

อันเนื่องจากว่า กินเวลาช่างนานแสนนาน
ข้าพเจ้าจะยกสองเทศกาลนั้นไปไว้บล๊อกอื่น ดีกว่า แหะๆๆ
ระหว่างนี้ก็ อาจจะอัพอย่างอื่น บลาๆ ไปพลางๆ
เอวัง ~

12th Short Film Festival

 หนังที่ได้ดูในเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 12

     ปีนี้งานย้ายมาจัดที่หอศิลป์กรุงเทพฯ (ตรงมาบุญครอง) แถมดูฟรี เลยได้ดูหลายโปรแกรมหน่อย (มากกว่าปีก่อนที่เก็บเงินที่ Grand EGV และชนกับเทศกาลหนังของโรงหนังเฮาส์พอดี) นอกจากหนังสายประกวด ก็มีหนังอีกพอสมควรที่น่าสนใจ เลยจะมาสรุปแบบพอเป็นพิธี (เขียนหมดคงตายก่อน)

     รางวัลรัตน์ เปสตันยี ปีนี้ไม่ค่อยมีหนังโดนๆเลย เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่เป็นแนวรักโรแมนติกพร่ำเพ้อ (อย่าง You Never Known ซึ่งได้รางวัลด้วย) ก็กลายเป็นหนังเทิดพระเกียรติที่สูตรเริ่มซ้ำเิดิม (โดยเฉพาะเรื่อง แด่...อันเป็นที่รัก ของ คณิน กุลสุมิตราวงศ์ ที่รับไม่ได้สุดๆ) แถมยังติดมาถึงสามเรื่อง จนน่าหวั่นใจว่าหนังเทิดพระเกียรติต้องได้รางวัลแน่ๆ แต่ก็เปล่า (ซึ่งดีแล้ว)

I'm Fine สบายดีค่ะParallel Journeyเพลงชาติไทย 
I'm Fine สบายดีค่ะ - Parallel Journey - เพลงชาติไทย

     เรื่องที่ถูกใจที่สุดของสายนี้ปีนี้เลยกลายเป็น I'm Fine สบายดีค่ะ ของพี่กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ (แปลกใจทีเดียวที่เรื่องนี้ได้รางวัลรัตน์ฯปีนี้) กับกะเทยในชุดไทยสไบเฉียงขังตัวเองในกรงข้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ใครเรียกให้ออกก็ไม่ออก มันตรงประเด็นดี แต่เสียดายที่ยังแรงไม่พอ (ถ้าหนังฉายปีอื่นก็อาจจะไม่ได้รางวัล) นอกจากเรื่องนี้ก็มี Parallel Journey ของจักรวาล นิลธำรงค์ ที่พูดถึงศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ในการเดินทางคู่ขนาน ที่ตีความเอาเองว่าเป็นการเดินทางของ ศ.ศิลป์ ในวัยชราที่เมืองไทย ตัดสลับกับภาพสายตาของเขาสมัยยังแบเบาะ (แต่บางคนที่ดูจนจบก็ยังอุตส่าห์ถามว่า "ตาแก่นี่ใคร" โอ้วววววส์) แล้วก็ วัตถุนิยาย: ชีวประวัติของเครื่องรางของขลังชนิดหนึ่ง จากปราปต์ บุนปาน ขาประจำหนังสั้นการเมือง (เจ้าของเดียวกับหนังสั้นแอบแรงเรื่อง วัฒนธรรมชาติ) พร้อมกับ เพลงชาติไทย จากเพื่อนคู่หู ชาย ไชยชิต ที่เปรียบเทียบสภาพของชนชั้นกลาง และชนชั้นล่างในสังคม ผ่านเวลา "สิบแปดนาฬิกา" ได้อย่างแหลมคม และของแถมอันเมามัน จนเวทีพันธมิตรขอนำหนังเรื่องนี้ไปฉาย (แต่โชคดีที่ผู้กำกับปฏิเสธไป)

อนุสาวรีย์แห่งความรัก

     อนุสาวรีัย์แห่งความรัก ของ พุทธิพงษ์ อรุณเพ็ง (ผกก. รักพอเพียง ในโครงการแด่พระผู้ทรงธรรม) ก็ถือว่าน่าจดจำ กับเรื่องราวของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่ไปโผล่กลางทะเลพัทยา (!!) หนังใช้อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้อย่างแปลกใหม่ไม่คลีเชซ้ำซาก อีกทั้งน่าค้นหาในแง่ความหมายแฝง เช่นเดียวกับ เรื่องเล่าสระว่ายน้ำ โดย ตุลพบ แสนเจริญ ที่เล่าชีวิตของตัวเองในอีกรูปแบบหนึ่ง

     รางวัลช้างเผือก (สำหรับนักศึกษา) ปีนี้ก็มีหนังดีๆหลายเรื่อง แต่โดยรวมยังให้ความรู้สึกคล้ายๆกับรางวัลรัตน์ฯ (เพียงแต่ไม่หนักหนาเท่า) เช่นเรื่อง เด็กชายด้ายแดง ที่สุดแสนจะกำปั้นทุบดิน หรือ มนต์รักนักกล ที่ก็มาแนวเดียวกับหนังรักวัยรุ่นทั่วไปที่ซ้ำซากทั้งในหมู่หนังยาวหรือในวงการหนังสั้นเอง (มีัสามเรื่องที่ไม่ได้ดูคือ ทำนอง-สนั่น, โลกใบเล็ก-ที่ได้รางวัลรองฯ และ วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง ที่ให้พันธมิตรมาพากย์เสียง !!)

     โชคยังดี ที่กลุ่มหัวหาดของรางวัลช้างเผือกปีนี้ยังแข็งแรงกว่าสายรัตน์ฯ นำลิ่วมาแต่ไกลด้วย ภัยใกล้ตัว(ฉบับผู้กำกับ) ของเข้-จุฬญาณนนท์ ศิริผล ซึ่งดัดแปลงจากงาน thesis จบ และคอมเมนท์ของเหล่าอาจารย์จำนวนหนึ่ง (ซึ่งหากได้เห็นแล้วคงรู้สึก "ปึ๊ด" ขึ้นมาแวบหนึ่งเป็นแน่) ให้กลายเป็นหนังเรื่องใหม่ที่แสนประชดประชัน ถามหาตัวตนในการ "เรียนหนัง" อย่างกึ่งสิ้นหวัง แต่อย่างน้อยผมว่า จลยน. (ขอย่อแล้วกัน ชื่อยาว) ก็แสดงตัวตนออกมาได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วในหนังเรื่องนี้ 

Blind

     ตามมาด้วย ธรรมดาสู่สามัญ ของ ก๊อต-กาญจนา เอกสินธุ์ จากฟากนิเทศจุฬาฯ ด้วยเรื่องราวของนักเรียนสาวตาบอดผู้อยากอ่าน(ฟัง)หนังสืออีโรติกฉากที่เขามีเซ็กส์กัน เล่นเอาอาจารย์สอนภาษาไทยที่มักมาอ่านหนังสือให้ฟังทำตัวไม่ถูก เพราะตัวเธอเองก็ต้องข่มความ "อยาก" ที่เธอรู้สึกกับอาจารย์ชายคนหนึ่งไว้ให้ลึุกที่สุดด้วยความเป็น "อาจารย์" ซึ่งตีแสกหน้าเรื่องของเพศในสังคมไทย และสถานะของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราจนเลือดสาด โดยเฉพาะฉากที่อาจารย์คนนี้ต้องไปสอนวิชาสุขศึกษาแทน แล้วเราก็ได้พบกับเนื้อหาในบทเรียนที่ตั้งคำถามว่า ถ้าเกิดอารมณ์ทางเพศต้องทำอย่างไร... คำตอบน่ะหรือ ก็ไปเล่นกีฬา นั่งสมาธิ สะสมแสตมป์ ไงล่ะ!! - หนังได้รางวัลชมเชย และนักแสดงยอดเยี่ยม (ประภัสสร จันทร์สถิตย์พร - ซึ่งเธอได้อวดโฉมในหนังนิเทศจุฬาเรื่อง โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต ด้วย)

Home Video     Home Video ของจ๋า-ญาณิน พงศ์สุวรรณ (นิเทศจุฬาฯ) จะเรียกว่าเป็นสารคดีก็ไม่ถูกนัก เพราะมีกลิ่นอายของ fiction ลอยอยู่พอควร กับเรื่องราวเดิมๆ ความสัมพันธ์ของลูก(ผกก.) กับแม่ แต่ออกมาไม่ซ้ำซากจนรับไม่ได้  เคยชมไปแล้วทั้งสองเรื่องใน กางจอ... แต่ก็จะชมอีก 55+ เสียดายว่า ฮะัซัน (อรรถพล ปะมะโข) ไม่ติดรอบสุดท้ายเฉยเลย 

     ส่วนเรื่องที่ฮือฮาในหมู่คนดูที่สุดคงไม่พ้นงานอลังการของ ณัฐชัย ใจธิตา (ลาดกระบัง) เรื่อง ไตแลง ซึ่งเมื่อเครดิตหนังขึ้นตอนท้ายก็ไม่แปลกใจว่าได้ทั้งคนในพื้นที่ และใช้สถานที่ได้อย่างเต็มที่ เพราะหนังเรื่องนี้ไปขอถ่ายทำกับ เจ้ายอดศึก(ผู้นำกองกำลังกู้ชาติไทใหญ่) โดยตรง!! แน่นอนหนังได้รางวัลรองฯ (คู่กับ โลกใบเล็ก) เพราะถ้าไม่ติดสักรางวัล คณะกรรมการคงต้องโดนรุมสับ แต่ส่วนตัวคิดว่าตอนจบดูสำเร็จรูปเกินไป    

     อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ Tadpole ของ พิทยา จันทโคตร (ม.กรุงเทพ) ได้รางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยม ด้วยสไตล์ทางวิชวลที่หวือหวาแต่ไม่เละเทะ ที่รับใช้เรื่องราวเกี่ยวกับการทำแท้งได้เป็นอย่างดี โดยไม่ต้องมีบทพูดแม้แต่คำเดียวตลอดทั้งเรื่อง (แต่ส่วนตัวในสาขา่ถ่ายภาพผมเชียร์เรื่อง กระสุนนัดแรก(สุดท้าย) ของ อุทิศ จิตอารีย์ มากกว่า)

     รางวัลดุ๊ก(สารคดียอดเยี่ยม) ปีนี้ได้ดูไม่กี่เรื่อง มีเรื่องที่ถูกใจมากเรื่องเดียวคือ คนค้นหาของเก่า ชุมชนโบราณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองบางกอกน้อย ธนบุรี กำกับโดย ทิพย์ แซ่ตั้ง สารคดีที่พูดถึง... เอ่อ คนค้นหาของเก่า... (อ่านชื่ือเ้รื่องสิ!!) เหตุที่ทำให้หนังเรื่องนี้ถูกใจมากๆก็คือ มันเ้ป็นหนังที่ควรเอาไปเปิดให้กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ต่างๆนานาได้ชม เพราะของเก่าที่ชาวบ้านหาเจอเหล่านี้มันอาจมีคุณค่าทางประัวัติศาสตร์ ทว่าคนที่มีหน้าที่คอยเก็บรักษาหรือประเมินคุณค่าของมันอย่างกรมศิลป์และอื่นๆ กลับละเลยที่จะเข้ามาค้นหาในพื้นที่นี้ ชาวบ้านที่หาของเก่าเจอก็เอาไปเก็บ ไปขาย หรือไปเป็นของตกแต่งบ้าน!! .... หรือว่าของเหล่านี้ ไม่ใช่ประวัติศาสตร์แบบที่หน่วยงานเหล่านั้นต้องการ?

     รางวัลช้างเผือกพิเศษ (หนังสั้นนักเรียน) กลับเป็นสายที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของปีนี้ (จน อ.แดง-กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน เอ่ยปากตอนประกาศรางวัลว่า ปีหน้าสงสัยต้องให้รางวัล "เด็กนรก") เพราะน้องๆมากันแบบไม่มียั้ง เต็มไม้เต็มมือ และแรงกันสุดลิ่มทิ่มประตู บางเรื่องเทียบชั้นหรือเหนือกว่ารางวัลระดับรุ่นพี่ๆด้วยซ้ำไป

     หนังในกลุ่มโหดๆ ที่น่าสนใจและติดตามากๆ ได้แก่ อ่านเป็นหน้าฆ่าเป็นหลัง (ราชพฤกษ์ ติยะจามร) หนังที่ยิงกันอย่างสร้างสรรค์ด้วยปืนกระดาษ!! งานเสียงเนี้ยบมาก, หนังและกรรไกรในวันที่ 4 เมษา (ณพรรธน์ ตรีผลาวิเศษกุล - ผู้ได้รับอิทธิพลจาก จอห์น วอเตอร์ส เต็มๆ) หนังสุดโหดเสียดสีการเซ็นเซอร์ เมื่อคุณแม่เกิดคลั่งที่ลูกสาวซื้อข้าวมันไก่มาให้กิน แต่เสือกติดหนัง!! แล้วแม่ก็ถูกข่มขืนด้วยกรรไกร!!!!!, The Phantom of Encounter (พีร์ ภานุวัฒน์วนิชย์ - ที่เชื่อได้ว่าคงฐานะดีพอควร เพราะหนังโปรดักชั่นเลิศมาก) หนังหักเหลี่ยมมาเฟียยาเสพติด ที่ดันขึ้นเครดิตตอนท้ายว่า "แด่ อิงมาร์ เบิร์กแมน" (ห๊ะ??)

     เด็กๆไม่ได้ทำแต่หนังโหดนะัจ๊ะ (เดี๋ยวกองเซ็นเซอร์จะหาว่าเด็กถูกครอบงำด้วยหนังไร้ศีลธรรม) ยังมีหนังที่น่าสนใจอีกเยอะ ทั้งหนังซอมบี้แบบฮาๆ Resurrection (สรวิศ รวิทิวากุล กับ หรินทร์ แพทรงไทย), The Dress ของณพรรธน์คนเดิม ที่หลอนจิตหลอนใจยิ่งกว่าหนังผีเมนสตรีมบางเรื่อง, The Love ของศุภกิติ์ เสกสุวรรณ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เนื้อในมันคือการตั้งคำถามที่แรงมากๆต่อ คุณปู่และคุึณย่า ว่ารักกันจริงหรือไม่ที่อยู่กินกันมา และคำตอบที่ได้(ผ่านสายตาของคนทั้งคู่) ก็ชวนช็อค จนไม่น่าเชื่อว่านี่คือหนังในระดับ "หนังนักเรียน" เพราะัมันกล้าตั้งคำถามอันยากจะตอบและตรงไปตรงมาต่อสถาบันครอบครัว (หนังได้รางวัลวิจิตรมาตรา -มอบให้กับหนังที่โดดเด่นเฉพาะด้าน- ร่วมกับ หนังและกรรไกรฯ, อนุสาวรีย์แห่งความรัก และ รักนิรันดร์)

Mompelaar (Mumbler)Les Silence des MachinesYours Truly
Mompelaar - Les Silence des Machines - Yours Truly

     พ้นจากหนังสายประกวด (ไม่ได้ดูสายประกวดต่างประเทศเลย.. ฮือๆ) ยังมีพาเหรดหนังสั้นจากเทศกาล Clermond Ferrond หนึ่งในเทศกาลหนังสั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับหนังสั้นพีคๆ โดนๆ อย่าง Missing (Matthieu Donck, หนังตลกโคตรร้ายว่าด้วยชายผู้หนึ่งที่ต้องพยายามพิสูจน์ให้คนรอบข้างรู้ให้ได้ว่า เขาไม่ได้ถูกลักพาตัวไป) Mompelaar (Marc Roels กับ Wim Reygaerts, หนังสุดเพี้ยน เกี่ยวกับชายติดอ่าง พูดอยู่ในลำคอ-mompelaar- และดูเหมือนจะนำมาซึ่งเหตุการณ์ชิบหายต่างๆนานา - โปรดดูรูปด้านบน) Les Silence des Machines (Paul Calori กับ Kostia Testut, หนังเพลงฮาๆ เกี่ยวกับแรงงานโรงงานทอผ้าของฝรั่งเศส ที่พบว่าจักรเย็บผ้าถูกส่งไปจีน... เลยเดินขบวนประท้วงเพราะกลัวไม่มีงานทำ ในขณะที่สาวจีนนั้นทำงานจนปวดหลังจะแย่อยู่แล้ว!) และ Yours Truly (Osbert Parker, เมื่อดาราฮอลลีวู้ดคลาสสิกกลายเป็นตัวละครในอนิเมชัี่่นสุดเก๋ กับพล็อตฆาตกรรมเลืือดสาดสุดสยอง)

Plot Point

     Plot Point (Nicolas Provost) คือหนังที่ชอบที่สุดในกลุ่มนี้ ถ่ายบรรยากาศของเมือง การตัดต่อของหนังเรื่องนี้ทรงพลังอย่างยิ่ง เพราะเพียงแค่ภาพของตำรวจ คนธรรมดา และเหตุการณ์ที่ดูเหมือนจะวุ่นวาย สามารถสร้างความกดดันและไม่ไว้วางใจให้กับคนดูได้อย่างมหาศาล เราไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น มันคือเช้าวันที่ 11 กันยาฯ ใช่หรือไม่ แต่อย่างน้อยมันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ทั้งที่จริงๆแล้ว ภาพทั้งหมดอาจมาจากต่างกรรมต่างวาระต่างสถานที่ อาจเป็นเพียงการภาพธรรมดาๆ ของวันธรรมดาๆ ก็ได้ ซึ่งตรงนี้แหละคือความฉลาดหลักแหลมของ ผกก.

     Digital Forum ก็มีหลายเรื่อง ทั้งที่เคยดูมาก่อนแล้วอย่าง เพนกวิน (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์) ที่ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ (เพราะเคยเขียนถึงไปแล้ว) ส่วน มนัส จรรยงค์ คืนวันหนึ่งที่ถนนตะแลงแกง (ไพสิฐ พันธุ์พฤกษชาติ) ขอยกไปพูดในเวิลด์ฟิล์ม เพราะหนังได้ฉายเหมือนกัน

     ไหมฟ้า (เอกสิืทธิ์ สมเพ็ชร) นี่ดูแล้วฮาเกือบตลอด โดยเฉพาะฉาก "พระดอลลี่" และถึงแม้ตอนดู เกมผีปากกา (วีระศักดิ์ สุยะลา) ในงานนี้จะเบื่อๆ หลับๆ แต่พอไปดูใน Third Class Cinema ต่อจากหนังเรื่องก่อนๆของพี่แก เลยเอ็นจอยและชอบมาก สงสัยหนังพี่แกจะเหมาะแก่การดูเป็นหมู่คณะมากกว่าดูในโรงโดดๆแฮะ (ส่วน เกมเด็ดดรุณี 2 กับ เฟรชเฉิ่ม 2 ไม่โดนใจเท่าไหร่)

 RevolutionThe ConvertSuddenly, Last Winter

     ขึ้นชื่อว่าเทศกาลหนังสั้นแต่ก็ไม่ได้ฉายแค่หนังสั้น มีสารคดีที่น่าสนใจและควรนำมาฉายโรงอย่างยิ่ง ทั้ง Revolution (Jouko Aaltonen) ที่พาเรากลับไปสำรวจจิตวิญญาณแห่้งการปฏิวัติของอดีัต activist ฝ่ายซ้ายในฟินแลนด์ว่าตอนนี้เหือดหายไปไหน ผ่านบทเพลงปลุกใจแนวสังคมนิยม ที่ถูกนำมาใช้เพื่อเสียดสีได้อย่างเจ็บแสบ, มูอัลลัฟ (ก้อง ฤทธิ์ดี, ภาณุ อารี, กวีนิพนธ์ เกตุประสิทธิ์) แม้จะไม่ชอบภาพรวมของหนังเท่าไหร่ แต่ประเด็นที่หนังนำเสนอนั้นหนักแน่นและแหลมคมมาก อันว่าด้วยการแต่งงานที่มีอิทธิพลต่อชีวิตเหนือกรอบของศาสนา และ Suddenly, Last Winter (Gustav Hofer กับ Luca Ragazzi) ของคู่ัรักเกย์ที่ตามติดภาวะโฮโมโฟเบียในอิตาลี หลังรัฐบาลได้เสนอร่างกฎหมายการแต่งงานของเพศเดียวกันเข้าสู่สภา --- สองเรื่องหลังนี้กำลังจะเข้าฉายที่ลิโด ตั้งแต่วันที่ 13 พย. เป็นต้นไป

     เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ดู Somewhere Over the Cloud (Hsiao Mei-ling) เพราะได้ยินเสียงชื่นชมจากคนที่ได้ดูอย่่างหนาหูลอยตามมาเป็นระยะๆ

     ปิดท้ายด้วยหนังน่าสนใจอีกจำนวนหนึ่ง

     เมีย (ฮาเมอร์ ซาลวาลา) หนังเซอร์เรียลที่เนื้อหาค่อนข้างล้ำยุค เมื่อภรรยาสาวมั่นพบว่าสามีตัวเองเป็นชู้กับชายอื่น (รับบทโดย คาเมล ซาลวาลา อดีัตตัวร้ายชื่อดัง) ฉากตอนท้ายที่เมียเข้าไปคุยกับชู้แล้วเปลี่ยนสถานที่คุยไปเรื่อยๆ ในบทสนทนาครั้งเดียวนั่น หลักแหลมมาก

     The Invisible City (บุญศรี ตั้งตรงสิน) - อนิเมชั่นเรื่องนี้เอื้อแก่้การตีความ และแสดงถึงศักยภาพของคนทำได้อย่างดี ควรค่าแก่รางวัล ปยุต เงากระจ่าง ที่ได้มาเป็นที่สุด (ขออนุญาตตัดสินเอาเองเลย แม้จะไม่ได้ดูอนิเมชั่นเรื่องอื่นเปรียบเทียบก็ตาม 555+)

Katong Fugue

     Katong Fugue (BOO Junfeng) หนังเกย์จากสิงคโปร์ เล่าเรื่องแม่ที่พยายามเค้นความลับจากลูกที่ไม่ต้องการเปิดเผย หลายคนบ่นว่าเหมือนหนังสนับสนุนให้คนเป็นเกย์ต้องปิดๆบังๆตัวเอง แต่ผมมองว่ามันสะท้อนสภาพสังคมที่บีบคั้นในแบบเอเชียๆมากกว่า แม้ว่าคนเป็นแม่จะยอมรับลูกได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เขามีชีวิตต่อไปได้ หากคนอื่นไม่ได้มองเขาเหมือนที่แม่มอง

     Be Quiet, Exam Is in Progress (Ife Ifansyah) หนังอินโดนีเซียที่เหมาะจะนำไปเปิดให้พันธมิตรฯดูอย่างยิ่ง เพราะเสียดสีความคิดชาตินิยมแบบสำเร็จรูปได้เฉียบแหลมและเปี่ยมอารมณ์ขัีนสุดๆ ผ่านตัวละครเด็กที่กำลังท่องจำประวัติศาสตร์ชาติอินโดก่อนสอบอันว่าด้วยชาติเจ้าอาณานิคมต่างๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่น และวันต่อมาก็เกิดสึนามิซัด เมื่ออาสาสมัครจากญี่ปุ่นเข้ามาจะช่วยเหลือ เด็กน้อยก็คว้าท่อนไม้ไล่ตี โดยที่อาสาสมัครเหล่านั้นได้แต่เอ๋อแดก

    และ Summer Afternoon (HO Wi-ding) หนังสั้นขาวดำจากจีน เมื่อสาวคนหนึ่งถูกแฟนเก่าและเพื่อนสาวคนสนิทหยามเหยียดซึ่งๆหน้า เธอจึงล้างแค้นเสียให้สาสม !!!

edit @ 17 Nov 2008 00:49:33 by nanoguy

Festival Poster 

เริ่มฉายทุกเรื่อง 16.30 น. และเสวนากับวิทยากรหลังหนังจบ
ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น


In the Mood for LoveMonsterOne True Thing
Lars and the Real GirlMax Mon Amour

18 สค. 51 - In the Mood for Love (เสียงจีน - ซับไทย)
     พบกับโลกเหงาๆ แต่สวยงามของหว่องกาไว และค้นหาจิตใจของตัวละครว่าทำไมพวกเขาต้อง "เป็นชู้" กัน ไปกับ อ.อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์จุฬาฯ

19 สค. 51 - Monster (เสียงอังกฤษ - ซับไทย)
     นอกจากการแสดงอันเอกอุของ Charlize Theron ในบท Eileen Wournos เราจะพาไปเจาะลึกสภาพจิตใจของเธอและเซลบี้แฟนสาว นำโดย ไกรวุฒิ จุลพงศธร จากนิตยสาร Bioscope

20 สค. 51 - One True Thing (เสียงไทย - ซับอังกฤษ)
     หนึ่งใจ.. เอ้ย หนึ่งในหนังจากโครงการสารคดีข้างบ้านของนิตยสารไบโอสโคป สารคดีอัตชีวประวัติของผู้กำกับที่ถ่ายตัวเองตอนไป coming out กับเพื่อนฝูงและแม่ หนังจบพบกับผู้กำกับ วิชาติ สมแก้ว ที่จะมาตอบข้อสงสัย และเบื้องหลังของการถ่ายทำ

21 สค. 51 - Lars and the Real Girl (เสียงอังกฤษ - ซับไทย)
     เบียงก้า... สาวสวยลูกครึ่งบราซิล-เดนมาร์ก เธออ่อนหวาน เธอเคร่งศาสนา เธอรักลาร์ส ลาร์สรักเธอ แต่เธอเป็น "ตุ๊กตายาง"
     ค้นหาคำตอบว่า เกิดอะไรขึ้นกับลาร์ส ถึงได้หลงรักตุ๊กตายางไปซะงั้น ไปพร้อมๆกับ วาริน นิลศิริสุข จาก นิตยสาร Starpics

22 สค. 51 - Max Mon Amour (เสียงฝรั่งเศส/อังกฤษ - ซับอังกฤษ)
     ท่านทูตอังกฤษประจำฝรั่งเศส จ้างนักสืบตามเมีย ก่อนจะเจอเมียนอนอยู่กับชู้หนุ่มขนดกชื่อแม็กซ์ ที่เป็นลิง....... ! แถมเมียยังพูดให้เจ็บใจเล่นเสียอีกแน่ะว่าเป็น "รักแรกพบ" ของเธอ... หนังจบพบกับ ธีปนันท์ เพ็ชรศรี อดีต บก.Pulp

Map

edit @ 12 Aug 2008 21:56:06 by nanoguy