festival

เทศกาลหนังสั้น 2008

posted on 04 Nov 2008 00:00 by nanoguy in Movies

อันเนื่องจากว่า กินเวลาช่างนานแสนนาน
ข้าพเจ้าจะยกสองเทศกาลนั้นไปไว้บล๊อกอื่น ดีกว่า แหะๆๆ
ระหว่างนี้ก็ อาจจะอัพอย่างอื่น บลาๆ ไปพลางๆ
เอวัง ~

12th Short Film Festival

 หนังที่ได้ดูในเทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 12

     ปีนี้งานย้ายมาจัดที่หอศิลป์กรุงเทพฯ (ตรงมาบุญครอง) แถมดูฟรี เลยได้ดูหลายโปรแกรมหน่อย (มากกว่าปีก่อนที่เก็บเงินที่ Grand EGV และชนกับเทศกาลหนังของโรงหนังเฮาส์พอดี) นอกจากหนังสายประกวด ก็มีหนังอีกพอสมควรที่น่าสนใจ เลยจะมาสรุปแบบพอเป็นพิธี (เขียนหมดคงตายก่อน)

     รางวัลรัตน์ เปสตันยี ปีนี้ไม่ค่อยมีหนังโดนๆเลย เพราะส่วนใหญ่ถ้าไม่เป็นแนวรักโรแมนติกพร่ำเพ้อ (อย่าง You Never Known ซึ่งได้รางวัลด้วย) ก็กลายเป็นหนังเทิดพระเกียรติที่สูตรเริ่มซ้ำเิดิม (โดยเฉพาะเรื่อง แด่...อันเป็นที่รัก ของ คณิน กุลสุมิตราวงศ์ ที่รับไม่ได้สุดๆ) แถมยังติดมาถึงสามเรื่อง จนน่าหวั่นใจว่าหนังเทิดพระเกียรติต้องได้รางวัลแน่ๆ แต่ก็เปล่า (ซึ่งดีแล้ว)

I'm Fine สบายดีค่ะParallel Journeyเพลงชาติไทย 
I'm Fine สบายดีค่ะ - Parallel Journey - เพลงชาติไทย

     เรื่องที่ถูกใจที่สุดของสายนี้ปีนี้เลยกลายเป็น I'm Fine สบายดีค่ะ ของพี่กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ (แปลกใจทีเดียวที่เรื่องนี้ได้รางวัลรัตน์ฯปีนี้) กับกะเทยในชุดไทยสไบเฉียงขังตัวเองในกรงข้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ใครเรียกให้ออกก็ไม่ออก มันตรงประเด็นดี แต่เสียดายที่ยังแรงไม่พอ (ถ้าหนังฉายปีอื่นก็อาจจะไม่ได้รางวัล) นอกจากเรื่องนี้ก็มี Parallel Journey ของจักรวาล นิลธำรงค์ ที่พูดถึงศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ในการเดินทางคู่ขนาน ที่ตีความเอาเองว่าเป็นการเดินทางของ ศ.ศิลป์ ในวัยชราที่เมืองไทย ตัดสลับกับภาพสายตาของเขาสมัยยังแบเบาะ (แต่บางคนที่ดูจนจบก็ยังอุตส่าห์ถามว่า "ตาแก่นี่ใคร" โอ้วววววส์) แล้วก็ วัตถุนิยาย: ชีวประวัติของเครื่องรางของขลังชนิดหนึ่ง จากปราปต์ บุนปาน ขาประจำหนังสั้นการเมือง (เจ้าของเดียวกับหนังสั้นแอบแรงเรื่อง วัฒนธรรมชาติ) พร้อมกับ เพลงชาติไทย จากเพื่อนคู่หู ชาย ไชยชิต ที่เปรียบเทียบสภาพของชนชั้นกลาง และชนชั้นล่างในสังคม ผ่านเวลา "สิบแปดนาฬิกา" ได้อย่างแหลมคม และของแถมอันเมามัน จนเวทีพันธมิตรขอนำหนังเรื่องนี้ไปฉาย (แต่โชคดีที่ผู้กำกับปฏิเสธไป)

อนุสาวรีย์แห่งความรัก

     อนุสาวรีัย์แห่งความรัก ของ พุทธิพงษ์ อรุณเพ็ง (ผกก. รักพอเพียง ในโครงการแด่พระผู้ทรงธรรม) ก็ถือว่าน่าจดจำ กับเรื่องราวของอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยที่ไปโผล่กลางทะเลพัทยา (!!) หนังใช้อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้อย่างแปลกใหม่ไม่คลีเชซ้ำซาก อีกทั้งน่าค้นหาในแง่ความหมายแฝง เช่นเดียวกับ เรื่องเล่าสระว่ายน้ำ โดย ตุลพบ แสนเจริญ ที่เล่าชีวิตของตัวเองในอีกรูปแบบหนึ่ง

     รางวัลช้างเผือก (สำหรับนักศึกษา) ปีนี้ก็มีหนังดีๆหลายเรื่อง แต่โดยรวมยังให้ความรู้สึกคล้ายๆกับรางวัลรัตน์ฯ (เพียงแต่ไม่หนักหนาเท่า) เช่นเรื่อง เด็กชายด้ายแดง ที่สุดแสนจะกำปั้นทุบดิน หรือ มนต์รักนักกล ที่ก็มาแนวเดียวกับหนังรักวัยรุ่นทั่วไปที่ซ้ำซากทั้งในหมู่หนังยาวหรือในวงการหนังสั้นเอง (มีัสามเรื่องที่ไม่ได้ดูคือ ทำนอง-สนั่น, โลกใบเล็ก-ที่ได้รางวัลรองฯ และ วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง ที่ให้พันธมิตรมาพากย์เสียง !!)

     โชคยังดี ที่กลุ่มหัวหาดของรางวัลช้างเผือกปีนี้ยังแข็งแรงกว่าสายรัตน์ฯ นำลิ่วมาแต่ไกลด้วย ภัยใกล้ตัว(ฉบับผู้กำกับ) ของเข้-จุฬญาณนนท์ ศิริผล ซึ่งดัดแปลงจากงาน thesis จบ และคอมเมนท์ของเหล่าอาจารย์จำนวนหนึ่ง (ซึ่งหากได้เห็นแล้วคงรู้สึก "ปึ๊ด" ขึ้นมาแวบหนึ่งเป็นแน่) ให้กลายเป็นหนังเรื่องใหม่ที่แสนประชดประชัน ถามหาตัวตนในการ "เรียนหนัง" อย่างกึ่งสิ้นหวัง แต่อย่างน้อยผมว่า จลยน. (ขอย่อแล้วกัน ชื่อยาว) ก็แสดงตัวตนออกมาได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วในหนังเรื่องนี้ 

Blind

     ตามมาด้วย ธรรมดาสู่สามัญ ของ ก๊อต-กาญจนา เอกสินธุ์ จากฟากนิเทศ