censorship

WE'RE INSECTS IN YOUR BACKYARD

posted on 25 Nov 2010 01:32 by nanoguy in Movies
 

เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง "Insects in the Backyard" และ ทรงยศ สุขมากอนันต์ นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์แห่งประเทศไทย เดินทางไปรับฟังผลการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ ที่สำนักพิจารณาภาพยนตร์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม บริเวณศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  เพื่อขอจัดเรตภาพยนตร์ใหม่อีกครั้ง หลังจากในการยื่นขอจัดเรตครั้งแรก คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ได้ให้เรต "ห้ามฉาย" แก่หนังเรื่องนี้ โดยเปลี่ยนชื่อผู้ยื่นจากบริษัทป๊อป พิคเจอร์ส เป็นตัวธัญญ์วารินเอง ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์

 

โดยผลการตรวจพิจารณาภาพยนตร์รอบที่สอง คือ ′ไม่อนุญาตให้ฉาย′ เนื่องจาก"มีเนื้อหาขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน" ซึ่งมีข้อสังเกตว่า มีการตัดคำว่า "ความสงบเรียบร้อย" ออกจากประโยคเดิม

 

 

 

โดยธัญญ์วาริน ได้กล่าวหลังจากรับผล "บันทึกการตรวจพิจารณาภาพยนตร์" ว่า "ผลครั้งนี้เหมือนเดิม ซึ่งก็คือไม่ได้รับอนุญาตให้ฉายในประเทศไทยเช่นเดียวกับครั้งแรก โดยให้เหตุผลว่า "มีเนื้อหาขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน" และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่มีการขอยื่น และมีการขอแก้ไขให้ภาพยนตร์ได้รับเรต ฉ 20 โดยไม่มีการแก้ไขเนื้อหาหนัง แต่มีการขึ้นคำเตือนว่าเรื่องราวในภาพยนตร์ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสังคม"

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีฉากใดหรือไม่ที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า "เป็นสิ่งที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี" ธัญญ์วารินกล่าวว่า ไม่ได้มีการแจ้งในเอกสารแต่อย่างใด แต่คาดว่าน่าจะเป็นภาพยนตร์ทั้งเรื่อง และหลังจากนี้จะเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ที่สำนักปลัดกระทรวงวัฒนธรรมต่อไป แต่ก็ยังไม่ทราบว่าผลจะเป็นอย่างไร

 

"จริงๆแล้วตอนที่สร้างหนังเรื่องนี้ คิดว่าประเทศไทยมีระบบการจัดเรตติ้งแล้ว และผู้ที่สามารถชมหนังเรื่องนี้ต้องมีวิจารณญานแล้ว  และสามารถฉายด้วยเรต ฉ 20 ได้"

 

"จริงๆแล้วสิ่งที่พูดในหนังก็คือ ปัญหาสังคมที่เป็นอยู่ คนที่เป็นผู้ใหญ่ก็ทราบว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาในระดับครอบครัว และเรื่องเพศที่ถูกตีกรอบเอาไว้ และการที่เราอยู่ในกรอบของเพศชายและหญิงนั้น มันจะก่อให้เกิดปัญหาสังคมอะไรบ้าง" นอกจากนั้นธัญญ์วารินกล่าวยอมรับว่า หนังมีฉากที่มีความรุนแรง ผิดศีลธรรม หวือหวา และมีฉากโป๊อยู่บ้างจริง แต่ยืนยันว่าคนที่มีอายุ 20 ปี ก็ควรที่จะมีสิทธิได้ดู เรามีสิทธิเลือกเองว่าควรจะดูหนังเรื่องไหน มีสิทธิตัดสินเองว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด"

"โดยส่วนตัวแล้ว ทุกฉากไม่สามารถตัดออกได้ เนื่องจากทุกภาพที่เลือกได้เล่าเรื่องในสิ่งที่เราต้องการ การตัดภาพใดภาพหนึ่งออกก็เท่ากับไม่ได้สื่อสารในสิ่งที่เราต้องการ" ธัญญ์วารินกล่าวเสริม

นอกจากนั้นคุณทรงยศยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กรรมการที่ทำการพิจารณาไม่ได้แนะนำว่าฉากใดหรือภาพใดที่ไม่เหมาะสม จึงคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของประเด็นในหนังมากกว่า ดังนั้นไม่ว่าจะแก้ไขอะไรก็คงไม่ผ่านเช่นเดิม ในฐานะคนทำหนัง เราต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแน่นอน  และการได้เรต ฉ 20 เราก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมดีแล้ว แต่การห้ามฉายเช่นนี้ เท่ากับเป็นการตัดโอกาสการเสพงานที่สะท้อนถึงสังคมด้วย

โสฬส สุขุม โปรดิวเซอร์จาก ป๊อป พิคเจอร์ส กล่าวว่าตนเองยังไม่ทราบว่าจะมีการตัดหรือไม่ตัด ฉากใดฉากหนึ่งหรือไม่ และเมื่ออ่านจากพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 พบว่ายังมีบางประเด็นที่ยังคลุมเครืออยู่ และจำเป็นต้องมีการพูดคุยกับคณะกรรมการต่อไป

"การยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้ต้องการแค่ให้หนังได้ฉาย ซึ่งมีระยะเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ วันละรอบเท่านั้น และคาดหวังว่าคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์แห่งชาติน่าจะช่วยในจุดนี้ได้ และเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังพูดถึงสังคม รวมทั้งเปิดกว้างและยอมรับในสิ่งที่หนังเรื่องนี้กำลังบอก" ธัญญ์วารินกล่าวเสริม

ทั้งนี้ "Insects in the Backyard" เล่าเรื่องของ ธัญญ่า "พี่สาวประเภทสอง" ที่ดูแลน้องสาวและน้องชายวัยมัธยมเพียงลำพัง โดยน้องๆ ของเธอไม่มีความสุขมากนักที่จะอยู่ร่วมชายคาเดียวกับธัญญ่า น้องทั้งสองจึงหนีออกจากบ้านไปผจญชีวิตกันเองอันนำมาสู่การขายบริการทางเพศของทั้งคู่ โดยเป็นภาพยนตร์ในโครงการ  Indy Spirit Project หมายเลข 2  ซึ่งมีกำหนดฉายในเดือนหน้านี้

------

เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟซบุคเป็น We're insects in your backyard โดยพร้อมเพรียงกัน หากเห็นด้วยกับการสนับสนุนให้ Insects in the Backyard ได้ฉายในประเทศไทยโดยไม่ถูกตัดทอนแก้ไข

(แคมเปญโดย คุณ filmsick)

สาเหตุคือเพิ่งอ่านบทสัมภาษณ์สองชิ้น จากนิตยสารภาพยนตร์สองเล่มมา
1.
"เจาะลึกระบบเรตติ้งในประเทศไทย: เขาให้เรตหนังกันอย่างไร!" (Filmax ปก New York, I Love You) - สัมภาษณ์ สมชาย เสียงหลาย รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นหลัก พร้อมคนอื่นๆเสริม
2.
"ชำแหละ พรบ.ภาพยนตร์ฯ: เตาะแตะไปกับกฎหมายที่ยังตั้งไข่" (Bioscope ปก Miao Miao) - ล้อมวงถกโดยคนในวงการภาพยนตร์ พูดคุยกับ ประดิษฐ์ โปซิว ผ.อ.สำนักพิจารณาการภาพยนตร์และวีดิทัศน์

จากที่ตามมาเรื่อยๆ ก็ยังรู้สึกว่าคนในกระทรวงนี้พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนเดิม แต่ถ้าเอาอย่างไม่มีอคติ คุณประดิษฐ์ให้คำตอบที่ชัดเจนกะทัดรัดดี (แม้จะอยู่ในน้ำเสียงลีลาที่อ่านแล้วชวนคันง่ามนิ้วไปหน่อย) ทุกอย่างอ้างอิงจากตัวกฎหมาย พรบ.ภาพยนตร์ฯ และกฎกระทรวงฯ ที่ส่งผลกระทบกับคนดูอย่างเราๆนี่แหละ ซึ่งหลายอันก็ทำให้เห็นจริงๆว่าไอ้ พรบ. นี้มันควรค่าแก่การเอาไปฉีกทิ้งลงชักโครกวัดยังไงชอบกล จากสาเหตุที่เอากฎหมายหลายอันมายำักัน แล้วทำให้มันขัดกันเองบ้าง นอนเซ้นส์บ้าง เช่น (สีเขียวคือคำพูดของคุณประดิษฐ์ทั้งหมด)

"ต้องเข้าใจนะว่าถ้าเราให้เรต ส แล้ว เราไม่สนใจว่าหนังจะมีความรุนแรงไหม" 
"คนเขียนกฎหมายเขาคงมองว่าอีกไม่นานหนังกลางแปลงก็คงไม่เหลือแล้วมั้งครับ"
"สมมติผมไปซื้อลิขสิทธิ์หนังต่างประเทศมา เอามาเปิดดูในเมืองไทย ผิดเลยนะครับ"
"มาตรา 29 บอกไว้ว่าหนังเรื่องใดที่ขัดต่อศีลธรรมหรือทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย สามารถไม่อนุญาตได้ ซึ่งเอาแค่ว่าขัดต่อศีัลธรรมเนี่ย ...คือเรต 6(20+) มันฉายได้ถูกมั้ย แต่ถามว่าหนังเรต 6 เรื่องไหนบ้างที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม"

(ชลิดา เอื้อบำรุงจิต ถาม "อย่างหอภาพยนตร์แห่งชาติมีโรงหนังของตัวเองและมีการจัดฉายหนังให้คนดู อย่างนี้ต้องส่งหนังที่จะจัดฉายมาให้ตรวจก่อนมั้ยคะ") - "ไม่ได้ยกเว้น"
"พรบ.ฉบับนี้เขียนผิดตรงนี้ วรรคหนึ่งบอกว่าภาพยนตร์ที่ไม่ต้องมีการตรวจเป็นแบบนี้ๆ แต่วรรคสองบอกว่าภาพยนตร์ทุกเรื่องหากนำออกฉายเป็นการทั่วไปต้องส่งตรวจ เวรกรรม(หัวเราะ)"

คร่าวๆ ถึงความเหี้ยห่าของ พรบ.ฉบับนี้กันไว้เท่านี้ก่อนดีกว่า แค่นี้ก็เป็นลมแล้ว เพราะแบบนี้ชมรมภาพยนตร์จะฉายหนังกันเองเนี่ย (ไม่ว่าจะชมรมของผมเองที่เป็นของมหาลัย, ชมรมของคณะนิเทศ, การจัดฉายของคณะอักษรฯจุฬา หรือว่าพวก Film Hunt เอย กางจอ เอย) ก็ต้องส่งตรวจกับกองเซ็นเซอร์ ถ้ายึดตามตัวกฎหมายอย่างจริงๆจังๆ แล้วค่าตรวจไม่ใช่น้อยๆนะเนี่ย ถ้าเป็นแผ่นคิดนาทีละ 5 บาท (ฉายหนัง 2 ชั่วโมง โดนไป 600 นะครับเนี่ย ฮู้ว แพงพอๆกับค่าเช่าห้องฉายในจุฬาฯเลยแม่ง) - นี่ยังไม่ได้พูดเรื่องเดิมๆซ้ำๆ เช่นคำว่า "ศีลธรรมอันดีของชาติ" ที่เขียนไว้กว้างเป็นมหาสมุทรแปซิฟิกแอตแลนติก ซึ่งไม่มีใครให้คำตอบได้ ยกเว้นคำว่า "ดุลยพินิจของคณะกรรมการ"

ทีนี้จะมาดูความงงๆ สับสน ของคนในกระทรวงวัฒนธรรมกันเอง ไม่รู้ว่าใครอ่านกฎหมายไม่อ่านกฎหมายมากกว่ากันน่ะนะครับ แต่ที่ให้สัมภาษณ์ในสองเล่มนี้ แสดงให้เห็นจริงๆว่าแม่งไม่ได้คุยอะไรกันเลย ไม่มีความชัดเจนอะไรทั้งนั้น ซึ่งก็เข้าใจว่าเป็นเพราะกฎหมายมันเพิ่งจะใช้ จะเอาชัดเจนอะไรกันนักหนา กูนี่เรื่องมากจริงๆ แต่ก็เพราะเขียนไปเหี้ยเอง มันถึงออกมาบ้าๆบอๆแบบนี้น่ะสิ 

ตัวอย่างของความสับสน

ประดิษฐ์ โปซิว
"เรต 1-5(ส,ท,13+,15+,18+) ทางโรงสามารถฉายได้เลยไม่ต้องตรวจบัตรคนดู เรตเป็นแค่คำแนะนำเฉยๆ"

สมชาย เสียงหลาย
(ในทางปฏิบัติ คนอายุต่ำกว่าสามารถเข้าชมได้?)
"เราก็จะมีมาตรการทางปกครอง เช่นถ้าเราตรวจพบการกระทำความผิดว่าคุณเอาเด็กที่อายุต่ำกว่าไปดู ในเรตที่ไม่มีโทษทางอาญา เราก็จะใช้มาตรการทางปกครองในการกำกับดูแลโรงภาพยนตร์ เราก็จะมีขั้นตอนเช่นว่ากล่าวตักเตือน แต่ถ้าคุณยอมต่อไปมันก็จะรุนแรงขึ้น เราสามารถพักใช้ใบอนุญาตได้"

(ถ้าสมมติเด็กอายุต่ำกว่า 13 ไปดูหนังเรต 13+ ทางกระทรวงก็จะดำเนินการหรือ?)
"ก็ต้องดำเนินการ เราจะมีเจ้าพนักงานที่จะดำเนินการ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยตรีขึ้นไปที่อยู่สายปราบปราม แล้วก็เจ้าหน้าที่ของกระทรวงวัฒนธรรมเอง... บัตรประชาชนเราทำตั้งแต่อายุ 15 คุณก็สามารถตรวจบัตรได้"

(แล้วเรต 13 จะตรวจอย่างไร)
"13 เขาก็มีบัตรนักเรียนไำง เขาก็สามารถยืนยันตนได้"


ต่อกันที่ประเด็นว่าด้วยหนังที่ถูกแบนไปแล้วในระบบเก่า

ประดิษฐ์ โปซิว
"หนังที่เคยถูกแบนไปแล้วจะส่งกลับมาให้พิจารณาใหม่ก็ไม่มีปัญหาอะไร หรือถ้าหนังที่เคยถูกตัดไปแล้วและใส่กลับเข้ามาใหม่ก็พิจารณาใหม่ได้"

สมชาย เสียงหลาย
"หนังเรื่องนี้(Zack and Miri Make a Porno)ถูกแบนไปแล้ว เด็ดขาด ฉายในประเทศไทยไม่ได้ แต่ถ้าจะยื่นใหม่ผมให้ความเห็นไม่ได้ ต้องให้คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์เป็นคนพิจารณา ว่าจะรับหรือไม่รับมาตรวจพิจารณาใหม่"


และประเด็นเรื่อง หนังโรงไปลงแผ่น

ประดิษฐ์ โปซิว
"(หนังแผ่น)ตรวจทีเดียว ยกเว้นว่าเปลี่ยนมือเจ้าของ เมื่อเปลี่ยนมือเจ้าของ เงื่อนไขมันก็ไม่ตรงแล้ว จำเป็นต้องตรวจใหม่ ....ไม่ใช่ติดเรตใหม่ แต่เป็นการตรวจพิจารณาใหม่ทั้งหมดเลย...หรือถึงใ่ส่ฟีเจอร์เพิ่มมาก็ต้องตรวจใหม่ เพราะเนื้อหาสาระเปลี่ยนไป"

สมชาย เสียงหลาย
(ถ้าหนังส่งไปจัดเรตแล้ว ก็สามารถใช้เรตนั้นได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องตรวจส่งซ้ำ?)
"ใช่ เราคุมเฉพาะ content เมื่อเราให้เรตแล้วเราจะรักษามาสเตอร์ที่เขาให้เรามาไว้ ซึ่งถ้าคุณไำปตัดต่อเพิ่ม คุณจะมีความผิด"


คือก็ไม่อยากโทษคนใช้กฎหมายหรอก ทั้งกองเซ็นเซอร์เอย กระทรวงวัฒนธรรมเอย คือกฎหมายมันเหี้ยมาตั้งแต่ต้น คนอ่านมันก็ต้องงงแบบนี้แหละ แต่พวกมึงงงแล้วไม่ฟังที่คนในวงการเขาพูดให้ฟังมาตลอด ตลอด ตลอด แล้วก็มาทำให้พวกกูเดือดร้อนอีกจนได้อ่ะ - แล้วแทนที่ให้สัมภาษณ์แล้วกูจะเคลียร์ขึ้น ดันทำให้กูสับสน เพราะเืสือกพูดไม่เหมือนกันอีก แม่ง

ที่มันน่าหนักใจก็คือว่า คุณประดิษฐ์พูดโดยอ้างอิงกฎหมายทุกประการเลย(จนดูหัวหมอในบางครั้งด้วยซ้ำ) ชัดเจนแจ่มแจ้งว่าใครมีอำนาจอะไรยังไง (หรือ พรบ. นี้มีอะไรงี่เง่าบ้าง แกยังพูดเองเลย) แต่ว่าคุณสมชาย รองปลัดฯ นีี่พูดเหมือนกำลังจะเขียนกฎกระทรวงหรือกฎหมายขึ้นมาใหม่ตามดุลยพินิจของตัวเอง มีการใ้ช้มาตรการทางปกครองอะไรต่างๆ ที่ไม่ได้มีบอกไว้ในกฎหมายเลยซักนิด ซึ่งดูตาม chain ของอำนาจเนี่ย รองปลัดฯมัน น่าจะใหญ่กว่า ผ.อ.กองเซ็นเซอร์เหอะ

เผลอๆ จะได้เห็น "ว.ธ.ภิวัตน์"