MARATHON 14 - WEEK 4 (27-1 August 2010)

posted on 02 Aug 2010 16:13 by nanoguy in Movies
27 July 2010

มีหมาป่าอยู่ที่ชั้นหนังสือ (ทศพล บุญสินสุข, A+)
- ชอบบรรยากาศกับการถ่ายภาพมากๆ เสียดายแค่ว่าช่วงแรกหนังอัดเสียงไม่ดี เลยฟังตัวละครพูดไม่รู้เรื่อง (โชคดีที่ไดอะล็อกครั้งเดียวเกี่ยวกับหมาป่า ฟังรู้เรื่องพอดี) ที่เหลือที่หนังเล่นกับสภาพกึ่งร้างของออฟฟิศที่ไหนสักแห่ง พฤติกรรมงงๆของคนในนี้ (เล่นดนตรีกันแบบแห้งแล้ง คุยอะไรกันงงๆ หรือ มุดโต๊ะ!) และฝนที่ตกไม่ยอมหยุดด้านนอก ก็ได้แต่นั่งคิดว่า หมาป่าคือใครกันหนอ

มาร์ค!!! (พงศกานต์ ซ่อนกลิ่น, B)
- เห็นว่าหนังใช้ฟิล์มถ่ายด้วย คงเป็นงานส่งวิชาเรียนหรือเปล่า เสียดายที่ว่าเหมือนคิดเนื้อหาหนังมาไม่เสร็จ เลยจบไม่ลง ท้ังที่ก็อาจจะเป็นหนังเสียดสีมันๆได้อีกเรื่องนึง (จากการสังเกตผลงานของ ผกก. ที่ก็พยายามจะเสียดสีหรือเตะเฉียดการเมืองกับเขามาหลายครั้งอยู่)

มุม 1 มหาศาล (สุทิน กองเกิด, D+)
- WTF! ทำมาตั้งนานจบเรื่องด้วยเพลงหนึ่งเพลง มันมหาศาลตรงไหนครับเนี่ย!

มุมเราและนาย (กนกกาญจน์ ธิตระ, B)
- คนเล่นเล่นแย่มาก ซึ่งทำร้ายหนังพอสมควร แต่ให้คะแนนระบบซิมโบลิกที่เหวอที่สุดประจำมาราธอน คือหนังมันเล่นเรื่องคนที่เสพสื่อ (คนนึงเสพฟรีทีวี อีกคนเสพสื่อเคเบิล พวกเอเอสทีวีกับช่องเสื้อแดงล่ะมั้ง) แต่นำเสนออาการผ่านเพื่อนกันที่ไปสั่งเบียร์ คนนึงยี่ห้อหนังสือพิมพ์ อีกคนยี่ห้อ Cable News อะไรสักอย่าง พอเมาก็เถียงกันว่าของใครอร่อยกว่า แล้วก็ต่อยกันยับคาร้านข้าว ก่อนที่สองคนนี้จะถูกสั่งสอนโดยชายผู้ดูมีการศึกษาโคตรๆ ที่มาสั่งข้าวผัดกับน้ำเปล่า แต่การสั่งสอนของไอ้คนแสนฉลาดนี้คือ การกระทืบแม่งจนเละคาตีนทั้งคู่!

เมือง หมอก ควัน (ศรายุทธ วรรณกูล, A+++++++)
- หนังจาก ม.รังสิต ซึ่งมันมีข้อเสียนิดเดียวตรงที่ มันดูคล้ายกับ "คนจรจัด" ของ ปรัชญา ลำพองชาติ มากไปหน่อย ทั้งมู้ดและโทน แต่ผมชอบความที่หนังเซ็ตตัวเองคล้ายกับหนังโลกสลาย (post-apocalypse) ได้ถึงดี ถ้าภาพดิบกว่านี้อีกซักนิดนึงจะดีมากๆ แต่เท่าที่เห็นนี้ถึงจะไม่ค่อยรู้ว่าต้องการเล่าเรื่องอะไร บรรยากาศที่หนังเสนอให้ก็ชนะแล้ว

เมืองไทย..ได้ยินไหม (พงษ์หฤษฏ์ จรัณยานนท์, !!!!!!)
- มันเป็นหนังการเมืองแน่ๆ และมันเป็นหนังเรียกร้องความปรองดองสามัคคีแน่ๆ แต่ "ภาษาภาพ" ที่หนังเลือกถ่าย "รูปคู่ของคนสำคัญคู่หนึ่ง" ทำให้ผมเหวอมาก ว่าเป็นเพียงความผิดพลาดทางภาษาหนัง (แบบที่ วีระศักดิ์ สุยะลา เคยทำแล้วถูกติอย่างรุนแรง) หรือว่าเขาตั้งใจจะเสนอสารเช่นนั้นจริงๆ

แม้(ความรู้สึกที่ไม่ได้ยิน) (สุทิน กองเกิด, B+)
- ชื่อหนังทำร้าย เพราะมันเฉลยมาแต่แรกเลยว่านางเอกจะหูหนวก แต่ ผกก. คุมเรื่องออกมาได้น่ารักดี ไม่ดูล้นดูเฟคเกินไป ซึ่งผมว่ายากกับเรื่องที่โบราณและเก่ามากๆแบบนี้

แม่และภาพถ่ายของเธอ (ชัยศิริ จิวะรังสรรค์, A+)
- เคยดูไปแล้วในงานไหนสักงานเมื่อปีที่แล้ว มาปีนี้ชอบกว่าเดิมเยอะ รูปถ่ายของแม่เป็นรูปที่โคตรเศร้าเลย

ยักษ์กินฟัน (ทิฆัมพร ภูพันนา, B+)
- เสียดายที่ต้องมีสรุปเรื่องแบบสั่งสอนตอนจบ ไม่งั้นนี่จะเป็นหนังล้อเลียนละครจักรๆวงศ์ๆ ที่โคตรฮาเลย

ไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวง (กิตติกา บุญมาไชย, A-)
- แสบดีใช้ได้ ทั้งการใช้เสียงข่าว อากัปกิริยาของตัวแสดง(ผกก)ต่อข่าวที่เขาบอก "ไม่อยากให้พลาดด้วยประการทั้งปวง" และแมวน้อยน่ารัก (อันนี้ส่วนตัวเกินไปมั้ย)

ไม่อยากได้ยินว่ารักกัน (สิทธิชัย เปลี่ยนทองดี, B-)
- รำคาญมาตลอดทั้งเรื่อง จนเปลี่ยนมารู้สึกดีขึ้นในจังหวะที่หนังเลือกจบ แต่จำก่อนหน้านั้นไม่ได้เท่าไหร่แล้วว่าใครจะรักจะเกลียดอะไรกับใคร งง

ยังมี (ณิชนก เอื้อเวชนิชกุล, C)
- สั้นและเป็นแพทเทิร์นมากเกินไป แต่ก็เข้าใจได้ว่าทำไมออกมาแบบนี้

ยาพิษ (จุมภฏ รวยเจริญทรัพย์ / คมเพชร หงหา, C-)
- หลายฉากตลกมากๆ และน่าสนใจที่เค้าเลือกเอา "คนจีน" แบบจีนแท้ๆ มาเป็นตัวละครในหนัง แต่ก็เป็นผลแค่ความตลกในสำเนียงการพูดมากกว่าจะมีอะไรกว่านั้น สุดท้ายเรื่องมันก็เวอร์แบบเวอร์ไปเยอะ แต่ยังดีกว่าเรื่องก่อนๆของ ผกก ที่เคยดูมา

ยาพิษ3: ปิดเทอมใหญ่ รีวิวหนัง (เอกราช มอญวัฒ, A)
- นี่มันสารคดีหรืออะไรกันแน่ หรือมันคือการจับหลานตัวน้อยมายัดบทพูดให้ แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง มันเป็นหนังที่น่ารักมาก ขโมยซีนมาก และดูจริงใจมาก รวมไปถึงตลกมาก ถ้าเกิดหลังจากรีวิวเรื่อง Where the Wild Things Are แล้วต่อด้วยเรื่อง สัตว์ประหลาด ผมจะให้ A+++++++ แน่ (ฮา)

ยินดีที่ได้รู้จัก (จักริน เทพวงค์, A+)
- ชอบมากกว่ารอบแรกที่ดูที่กางจอ หนังดูหลากมิติน่าค้นหาดี เพราะไม่รู้ว่าตัวละครตัวไหนอยู่ในโลกไหน และใครมีเงื่อนไขอะไรยังไง กับตอนจบที่เหมือนจะปลายเปิดแต่ก็ไม่เปิด มันดูเป็นปริศนาดี แต่รู้สึกว่าพระเอกเล่นเป็นละครเวทีไปนิดนึง

รอยเเผลในใจ (สินาภรณ์ ศรีปทุมวราภรณ์, C+)
- เรื่องเก่ามาก และไม่สามารถแหวกไปสู่พื้นที่ใหม่ๆได้ น่าเสียดาย (เพราะ ผกก. ดูพยายามใส่อะไรแปลกๆเข้ามาเยอะเหมือนกัน ทั้งรอยแผลฟกช้ำบนตัวนางเอก หรือฉากนางเอกแยกร่าง) สุดท้ายมันกลับไปเป็นหนังครอบครัวรักกันเหมือนเดิม ทั้งที่เซ็ตปัญหาเอาไว้ค่อนข้างใหญ่โตทีเดียว

รอลม (ตุลพบ แสนเจริญ, B+)
- ชอบงานภาพมากๆ เป็นการถ่ายภาพที่สวยงามน่าจดจำและติดตา รวมถึงการแสดงของวรรณแวว-แวววรรณ เพียงแต่พอใช้เรื่องการไปเรียนต่ออังกฤษ ทำให้หนังดูเป็นหนังของวรรณแวว ไม่ก็แวววรรณ เสียมากกว่าเป็นหนังของตุลพบ และช่วงท้ายๆ เริ่มรู้สึกว่าแค่การถ่ายภาพสวยๆอย่างเดียวมันพยุงไม่ค่อยอยู่มือยังไงชอบกล

ระยะปลอดภัย (ชาคร ไชยปรีชา, A+)
- ใครจะไปคิดว่าชาครจะทำหนังซีเรียสได้ และที่หนักกว่านั้น ชาครสามารถทำหนังการเมืองได้ด้วย! อาจเป็นข้อดีของการให้ ผกก. ที่ไม่อินเรื่องการเมืองมากนัก มาทำหนังการเมือง ซึ่งมันทำให้ได้หนังที่ดูไม่เลือกอะไร แต่แสดงถึงสิ่งที่ถูกกระทบได้ชัดเจน (รวมถึงการด่าตัวเองกลายๆ) หนังยังเล่นกับเทรนด์หรือกระแสต่างๆ ที่ชาครชอบหยิบมาล้อในหนังตลกแดกเรื่องก่อนๆ แต่ในเรื่องนี้มันกลายเป็นของซีเรียส และทำออกมาได้ดีด้วย ไม่ว่าจะเรื่องการเมือง ความบ้าบีบี เคอร์ฟิว และความสลิ่มของวัยรุ่นไทยบางจำพวก ที่อาจไม่เรียนรู้อะไรเลย แม้ความตายจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม หรือแม้การเมืองจะกระทบหัวตัวเองจนเลือดอาบแล้วก็ตามที

รัก 360 องศา
(อลงกต ด้วงรักษา, A-)
- ขาดๆเกินๆตามประสา แต่ชอบที่เลือกจะมาเป็นหนังเพลงกันเต็มตัวแบบนี้

รักไม่เท่ากัน (วัชรพล สายสงเคราะห์, C+)
- เหมือนเป็นบทรำพึงถึงชีวิตรักตัวเอง แต่มันก็ไม่ให้รายละเอียดมากพอ (เหมือน ผกก. หวงชีวิตตัวเอง) จะเป็นหนังที่สรุปชีวิตรักหรือกฎเกณฑ์ มันก็ดูขาดไปหลายส่วน

28 July 2010

ไม่ได้ไป

29 July 2010

ไร่คุณป้อม (ศุภชัย สายวิรัช, C+)
- ไม่มีอะไรน่าสนใจ มันคือสารคดีที่ตามไปดูผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ลาออกจากงานประจำเงินเดือนเยอะ ม