MARATHON 14 - WEEK 3 (20-25 July 2010)

posted on 31 Jul 2010 07:13 by nanoguy in Movies

 21 July 2010

โต (อุรุพงศ์ รักษาสัตย์, A)
- ประเด็นไม่ได้ใหม่อะไรมาก มันพูดเรื่องอาการเคว้งของคนเรียนจบ คนที่เคยคิดจะเปลี่ยนโลก คนที่ไม่อยากจำนนต่อโลกแต่ก็ต้องยอม คนที่ถูกเมืองใหญ่บีบรัด มันเรื่อยๆและธรรมดาผิดจากหนังคุณอุรุพงศ์ แต่หลายๆอย่างในหนังก็ touching อยู่เหมือนกัน

ถนน (เทพมณี กิตติถาวรกุล, A+)
- หนักแน่นและมองครอบครัวอย่างเป็นจริงมากๆ ชอบการโต้ตอบระหว่างพ่อกับลูกที่ของขึ้นใส่กันด้วยเรื่องง่ายๆได้ตลอด ในขณะที่ตอนจบมันก็บอกเราว่า ต่อให้จะมีเยื่อใยหรือรักกันแค่ไหน หรือสถานะใกล้ชิดกันขนาดไหน คนเราก็มีเรื่องที่แก้ไม่ได้และเข้ากันไม่ได้อยู่ดี

ถั่วเน่า (พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์, C)
- สไตล์การเล่าเรื่องน่าสนใจดี แต่หลายอย่างมันล้นมันเวอร์ไปหมด ทั้งฉากที่ผีมา (แต่ตลกดีนะ) รวมถึงฉากขโมยของใส่กระเป๋า หรือกระเป๋าถูกขโมย ที่มันไม่มีทางเกิดในสถานที่แบบนั้นได้แน่ เลยไม่เพลิดเพลินกับหนังเรื่องนี้เท่าไหร่

ถั่วงอก (จาซมี เจ๊ะแต, D+)
- ถ้ายังไม่เคลียร์ในประเด็นที่จะทำหนัง อย่าเพิ่งทำหนัง โดยเฉพาะหนังที่พยายามสั่งสอนหรือก้าวร้าวกับใคร เพราะสุดท้ายมันจะเข้าตัวและทำให้คุณดู "งี่เง่า" ต่อให้ผมชอบประเด็นที่คนแก่ไม่ต้องถูกเสมอไป คนแก่เป็นพวกอำนาจนิยม ผมก็ทำใจชอบหนังเรื่องนีไม่ลงอยู่ดี เพราะมันเหมือนวัยรุ่นเกรียนๆ ทำตัวเก่ง อวดเก่ง พูดพล่ามอะไรไปเรื่อยเปื่อย แถมหนังก็ยังพยายามอวดเก่งเอาไปเทียบกับนั่นกับนี่ ให้ดูเหมือนฉลาด ซึ่งไม่สำเร็จอีก

ถ้ามันใช่ มันก็คงใช่ (ฐิติพงศ์ เกิดทองทวี, B-)
- ตลกดี แต่เราไม่ชอบการ "เลือกตอนจบ" เป็นการส่วนตัว ซึ่งถ้าหนังเล่นยาวกว่านี้อีกหน่อยอาจจะชอบ (เช่นการบอกว่าชีวิตเธอเปลี่ยนแล้วอะไรยังไง แล้วทำไมถึงมาตกลงเป็นแฟนกับไอ้นี่ล่ะ? อะไรแบบนี้)

ถึงแก่การกริยา (อรรถวุฒิ บุญยวง, A+)
- อคติส่วนตนด้วยประเด็นใน text ของเรื่อง แต่ชอบ ผู้หญิงที่ผัวหายฯ มากกว่า เพราะเรื่องนี้เหมือนกับว่า text ขโมยความสำคัญของภาพไปจนหมด ไม่ได้พึ่งพากันเท่าไหร่อย่างเรื่องก่อน

ถึงคุณเมย์ (จุมภฏ รวยเจริญทรัพย์ / คมเพชร หงหา, D+)
- โปรดักชั่นดี นักแสดงใช้ได้ แต่ล่มเพราะเรื่องที่โคตรจะเก่า โคตรจะซ้ำซาก และเวลาที่โคตรจะยาว

ทวงคืน 3 (วิษณุกร สุวรรณศรี, หลับ)
- ตื่นมาแวบๆ สองสามครั้ง รู้สึกว่าตัวเองอาจจะชอบหนังก็ได้ แต่ตามหนังไม่ติดแล้ว เนื่องจาก "ถึงคุณเมย์" ที่ทำพิษเอาไว้ สมองผมน็อคไปเลยนะครับ เซ็ง

ทวิครา (วีรยุทธ กระจ่างศรี,ณภัทร ตั้งสง่า, C)
- โปรดักชั่นดี กล้องก็ดี การแสดงก็ดี น่าทึ่งมากสำหรับเด็กปีหนึ่ง(? หรือว่าเด็กกว่านั้น?) แต่การพัฒนาเนื้อเรื่องที่ใช้โคตรอภิมหาสูตรสำเร็จเนี่ย มันทำให้เนื้อเรื่องเละเทะมาก และมันเหมือนเป็นการเล่าแบบเหมือนหยิบเอาบทอะไรมาก็ได้ แล้วเราจะโชว์โปรดักชั่นอันยิ่งใหญ่ให้ทุกคนเห็น! ผมไม่รู้หรอกว่าคนทำเชื่อในเรื่องการทำแท้ง การขายตัว การเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ชีวิตของคนต่างจังหวัด อย่างที่เชื่อในหนังจริงๆมั้ย ซึ่งตอนนี้ที่ผมคิดคือ เขาไม่ได้มีความคิดต่อสิ่งเหล่านี้ยังไงเท่าไหร่หรอก มันเป็นการนำเสนอตามที่เขาเขียนมาเท่านั้น ซึ่งนอกจากหนังจะเละเทะแล้ว มันยังไร้จิตวิญญาณอีกด้วย ซึ่งในเมื่อคุณมีศักยภาพที่จะทำงานคุณภาพสูง คุณก็ต้องพัฒนาในส่วนอื่นให้มีคุณภาพทัดเทียมกันได้ด้วย เพราะถ้าเอาจริงๆแล้ว ความยิ่งใหญ่ของโปรดักชั่นใน ทวิครา เนี่ย มันก็ไม่ได้เกินมาตรฐานของหนังสั้นไทยแบบหวังรางวัลทั่วไป แต่ที่มันเด่นนั่นก็เพราะพวกคุณอายุน้อยกว่ามาตรฐานคนทำหนังสั้นครับ และคำชมในประเด็นนี้มันจะไม่อยู่กับคุณนานนักหรอกครับ

ทะเล 2020 (เปรมปพัทธ ผลิตผลการพิมพ์, A-)
- อิมแพ็ค!

ทะเลจากกำแพง (ภัทรภร วีระศักดิ์วงศ์, A-) 
- เนื้อเรื่องคล้าย Dark City แบบหวานๆ ภาพเหมือนได้แรงบันดาลใจจาก HeSheIt ของตั้มวิศุทธิ์ ตอนท้ายหนังเสื่อมพลังลงไปเยอะพอสมควร เลยดึงเราไปไม่พีคเหมือนสถานการณ์ในเรื่อง

ทะยานอยาก (จักรพันธ์ สืบแสน, A++++++++++++++)
- ถ้าผมเป็นกรรมการสายปยุต ผมให้เรื่องนี้ ทั้งภาพ สมองในการเล่าเรื่อง ประเด็นที่หนังต้องการสื่อ สมบูรณ์แบบและไม่หน่อมแน้มครับ 

ทัศนอคติ (ภาณุ แสง - ชูโต, B-)
- เป็นสารคดีที่ดีตามเนื้อผ้าของมัน แต่ผมดูแล้วไม่รู้สึกถึง "อคติ" ที่ subject ได้รับมากนัก อย่างที่ชื่อหนังยั่วให้เราอยากรู้เสียตั้งแต่แรก มันเลยออกมาดูหวานๆเกินจริงไปหน่อย หรือไม่งั้นคนทำก็ exaggerate ประเด็นเยอะเกินไป

ทาง (ราชพฤกษ์ ติยะจามร, B-)
- เด็กดีเข้าวงการค้ายาเพราะอยากหาเงินช่วยแม่ ก่อนจะโดนแก๊งอันธพาลเข้ามาคุกคาม หนังธรรมดามากจนไม่น่าเชื่อ (เมื่อเทียบกับผลงานเก่าๆของ ผกก. ที่บ้าสะใจกว่านี้เยอะ) แต่ช็อตจบ ดีมาก

ทางกลางป่า (พิสุทธิ์ ศรีหมอก, ?)
- ไม่รู้สึกอะไรกับหนังเรื่องนี้เลย (ไม่เหมือนหนังเรื่องก่อนของเขาอย่าง วันนี้ทะเลมีคลื่น, ประเทศ ท., ฤดูเก็บเกี่ยว ที่ชอบพอสมควร)


22 July 2010
 
ทางเดินแห่งสันติสุข (ระชานนท์ ทวีผล, C-)
- สารคดีที่ไม่ต้องทำก็ได้ เพราะทั้งคนทำคนดูรู้อยู่แล้วว่าจะเอายังไงกับมัน โดยเฉพาะไอ้คำถามที่ว่า การสมานฉันท์ควรเป็นหน้าที่ของใคร จะถามไปทำไม เหมือนคำถามโลกแตก ใครมันจะตอบเป็นอย่างอื่นนอกจาก "ทุกคน"

ทางเลือก (มนตรี สีบู่, C+)
- หนังส่งเสริมศีลธรรมธรรมดา แถมตัวเด็กวัดเลวก็กลับใจง่ายเกิน
 
ทุกวัน (เมธัส ถือซื่อ, D)
- ไม่ต้องมี text ผมก็เข้าใจ และพอเลือกเล่นมุขนี้มันเลยทำให้หนัง lame มาก (ทั้งที่ช็อตลองเทคที่ถ่ายมาน่ะ ก็สวยดี) รู้สึกสงสาร ผกก. ที่ต้องถ่ายฉากนี้อยู่ตั้งนานเหมือนกัน

เทวากับซาตาน(และเทพเจ้าหมีแพนด้า) (อาภาพรรณ ปลั่งสิริสุนทร, B+)
- รู้สึกมันตรงเกินไปหน่อย (ผิดกับหนังคุณอาภาพรรณเรื่องก่อนๆ อย่าง Repeating Dramatic) เลยไม่สะใจเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะที่ใส่หมีแพนด้าเข้ามาตอนท้าย พอเข้าใจจุดประสงค์ แต่ตอนแรกผมคิดไปไกลเกินเหตุซะแล้วว่า เทพเจ้าหมีแพนด้า น่าจะเป็น "ไก่อู" (ฮา) พอเจอหลินปิงเลยผิดหวังอย่างช่วยไม่ได้ 

เที่ยงครึ่ง (กัลป์วีร์ จันทร์ดี, A)
- คนทำทำตัวเหมือนไม่มีสี แต่จริงๆก็มีสีแหละนะ (ตอนจบอ่าน เนชั่นสุดสัปดาห์) ซึ่งดีว่ามุขตลกแบบซิทคอมที่หนังเอามาใช้มันช่วยไว้เยอะ คนเล่นก็ช่วยได้ดี (น้องสาวเสื้อแดงบ้าหลินปิงตลกมากๆ) แล้วมันไม่ได้พยายามแสดงตัวว่า "กูคือหนังการเมืองฉลาดๆ ไม่ตกเป็นทาสใคร" คือจะเล่นกิมมิคการเมือง ก็ควรทำให้ได้แบบนี้ครับ สำหรับหนังเรื่องอื่นและ ผกก.คนอื่นๆ ที่ผมเคยติๆไป

เธอชื่อพระจันทร์ (วสุนันท์ หุตเวช, A)
- ง่ายแต่งามครับ เพียงแต่ไม่เด่นเท่าเรื่องก่อนๆของ ผกก. คนนี้

นนทบุรี (วาสิน หล่อวัฒนตระกูล, ภูริพันธุ์ รุจิขจร, B-)
- จำได้แต่ฉากผู้ชายยืนสูบบุหรี่ และเกรดที่จดไว้

นวล (ฐิติพงศ์ อ่อนไสว, B-/C+)
- คุมเรื่องได้ค่อนข้างโอเคนะครับ เพียงแต่เนื้อเรื่องมันโบราณและดูไม่น่าเชื่อเท่าไหร่เลย แล้วผมก็ไม่ค่อยชอบท่าที "สอนหญิง" ของหนังที่ทำโดยผู้ชายแบบนี้เท่าไหร่

นอกจากฉัน (ณัฐวุฒิ นรเศธศรีสุข, F+++++++++)
- มันเป็นเอ็มวีทำขำๆไว้ดูกันเอง และเป็นเอ็มวีที่เลวในทุกองค์ประกอบครับ ต