MARATHON 14 - WEEK 1 (1-4 July 2010)

posted on 08 Jul 2010 04:50 by nanoguy in Movies

1 July 2010

? (รัฐ สะอาดยิ่ง, C+)
- ชื่อหนังน่าจะสื่ออะไรได้ชัดเจนที่สุด เพราะคนทำก็คงยังสับสนว่าตัวเองจะเอายังไงกับหนังทีสิสเรื่องนี้ดี (เพราะอะไร - ถ่ายมาไม่ครบ? หรือฟุตเตจหาย? หรือเกิดสับสนในเรื่องที่ตัวเองจะทำ? กลัวมุขไม่อัพเดต? ซึ่งปัญหาเหล่านี้หนังร่วมสถาบันอย่าง "คนธรรพ์" แก้ปัญหาได้อย่างสวยงาม) คือจะล้อการเมืองให้ดูอินเทรนด์ จะล้อชีวิตวัยรุ่น ใส่กิมมิคขำๆ แล้วก็จบเป็นหนังรักวัยรุ่นน่าเบื่อเรื่องหนึ่ง ซึ่งตัวละครน้องสาวเพื่อนพระเอกน่ารักดีเฉยๆ

29 (จรรยา จิตศรัทธา, C+)
- อุตส่าห์ได้ นะโม ทองกำเหนิด มาแสดง แต่ทุกสิ่งฉิบหายกว่านั้นล้านเท่า เมื่อนางเอกตัดสินใจกินยาตายประชดผัว เมื่อผัวไม่ยอมอยู่บ้านเป็นเพื่อนในวันเกิดเมีย ซึ่งเป็นวันงานสำคัญของผัวเช่นกัน จนอยากเข้าไปถีบหน้านางเอกสักสามที แล้วบอกให้มึงไปเที่ยวนอกบ้าน (เพราะชอบบ่นนักว่าอยู่บ้านแล้วเบื่อ เซ็ง) เพราะไม่ได้มีใครห้ามมึง!

30 (ทศพล บุญสินสุข, A+) 
- เพิ่งนึกออกตอนน้องฝนพูด ณ วิดีโอคอมเมนต์ ว่าเราเคยอ่านเรื่องสั้น "ห้องเรียนที่เงียบที่สุดในโลก" ไปแล้ว แต่ลืมทุกอย่างไปสิ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้
- ถึงจะฟังไดอะล็อคไม่ค่อยออก (ไม่รู้ว่าหนังตั้งใจหรือเปล่า) แต่ชอบการใช้ภาพจุดขาวๆ มาแสดงสิ่งที่ปรากฏในเรื่อง เพราะนอกจากจุดเฉยๆจะมีความหมาย เอฟเฟกต์ที่มันส่งผลกับตาเรา (ที่จะทำให้เราตาพร่า ปวดตา มึนงง หรือเห็นภาพซ้อนมัวๆ) ผ่านการคิดมาอย่างฉลาดและได้ผลจริงๆ 

3พร (ทรงพล หอมพนา, A+)
- ไม่รู้ว่าคนทำตั้งใจหรือเปล่า แต่หนังสนุกและลงตัวมากตลอดเรื่อง กับพล็อตที่หยิบหนังประเภท 999-9999 ต่อติดตาย มาเล่าใหม่ ผ่านโปรแกรมไวรัสคอมฯ ที่ให้คนขอพรได้สามข้อ ก่อนจะแลกด้วยความตาย 
- ฉากที่เจ๋งและพีคมากสองฉาก (นอกจากนางเอกน่ารัก) คือตอนผีปรากฏตัวครั้งแรก ที่น่ากลัวขนลุกและช็อคสุดๆ ก่อนที่ต่อมาจะฮาแตก และการปรากฏตัวของพระสงฆ์ในเรื่องนี้ เซอร์เรียลที่สุดในหนังไทยเลยก็ว่าได้ (คือปีก่อนๆ จะชอบมีหนังสอนธรรมะที่พระไปโผล่อยู่ริมน้ำ อยู่ในอะไรสักอย่างแบบงงๆ ว่ามาได้ไง แต่ที่นี่พระมาในตึกร้าง ไม่ทราบว่ามาบิณฑบาตหรืออย่างไร)
- ฉากจบคลีเช่แต่ฉลาดมาก หาทางลงได้สวยอย่างไม่น่าเชื่อ สำหรับหนังแนวนี้

540 วินาที (อ้อมใจ บุษบง, B+/B)
- ผมชอบดนตรีประกอบของหนัง แม้ว่ามันจะไม่เข้ากับภาพเลย เพราะว่าภาพของวิดีโออาร์ตอันนี้มันลักลั่นย้อนแย้งตลอดเวลา คือทำเป็นขาวดำมาใช่ไหมครับ แต่มันไม่ไปสักทาง จะสวยจัดไปเลยก็ทำไม่ถึง จะดิบกร้าวไปเลยมันก็ไม่พออีก แถมเท็กซ์ที่ขึ้นเพื่อสื่อประเด็นเรื่องก็เลือกใช้วิธีที่ไม่ฉลาดเลย (มาขึ้นเป็นตัวใหญ่ๆ กลางเรื่อง แล้วค่อยมาเฉลยตอนจบ)

95110 (ทวีวิทย์ กิจธนสุนทร, C+)
- คุณนวพลบอกว่ามันคือ เจี่ยจางเคอะ ของภาคใต้ บังเอิญว่าเคยดูแต่ 24 City เลยไม่ใคร่จะนึกภาพออกนัก แต่เอาเข้าจริงหนังก็ไม่ได้เป็นสารคดีที่ดีนัก ภาพขาวดำของหนังก็เหมือนจะแค่เก๋ๆ เท่านั้นเอง แล้วยังชอบตัดเอาคนร้องเกะตลกๆ กับเด็กที่คุยกันว่าโตขึ้นจะเป็นอะไร มาตัดสลับกับชีวิตวัยรุ่นหยำเป (มีฉากเล่นยา ตีไพ่ ที่ไม่สนิทจริงคงถ่ายไม่ได้) ทำให้ประเด็นเรื่องความคิด ความฝัน คัมมิงออฟเอจ ที่ผิวเผินอยู่แล้วยิ่งบางกว่าเปลือกแอปเปิ้ลลงไปอีก

A Neangly Fairytale (BREAKDOWN: side story) (ณัฐพันธุ์ บุญเลิศ, ?)
- หนังส่วนตัวมากๆ จนให้เกรดไม่ถูก จริงๆเคยดูมาก่อนหน้านี้แล้ว มาดูรอบนี้ความรู้สึกมันปนเปกันไปหมด เพราะรู้ว่าจริงๆหนังไม่ได้ mock แต่หลายอย่างถ่ายออกมาดูเหมือน mock ชอบอารมณ์แปรปรวนของคนน่ะ โดยเฉพาะตรงที่กินโค้กแล้วหายเศร้า มันเป็นแบบนั้นจริงๆ บางที
- มีผู้วิจารณ์ว่า เหมือนธัญสกสมัยยังหนุ่ม ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่เคยดูหนังเขาสมัยหนุ่ม

Again (วงศกร โชติกมล, B+)
- สั้นๆ ได้ใจความดี กับเรื่องการให้ความสำคัญของคนที่บางทีก็ผิดที่ผิดทาง (และคงเป็นแบบนี้ again and again) จบได้ห้วนและเหวอดี ที่เหลือไม่มีอะไรเด่น

Arttt* (พงศกานต์ ซ่อนกลิ่น, C)
- ก็เข้าใจแหละว่าเล่นมุข หลอกคนให้คิดว่าเป็นหนังการเมือง แล้วหักมาโฆษณาคณะตัวเอง จริงๆงานโฆษณาแบบนี้ถ้าไม่ถึงจริงไม่ต้องส่งมาดีกว่า เพราะมันผิดที่ผิดทาง แล้วที่สำคัญ คุณยังผสมสีไม่ "ส้ม" เลยครับ พยายามกว่านี้อีกหน่อยน่า

Banana (กฤตภาส เดชจีนเมือง, B+)
- อนิเมชั่นขำๆ เรื่องลิงล่ากล้วย กับนักวิทยาศาสตร์ที่คิดจะส่งลิงไปดาวอังคาร ภาพแข็งๆไปหน่อย แต่ก็ดูเพลินๆ

BeBe (วัชรพล สายสงเคราะห์, B-)
- หนังค่ายทำหนังสั้น ตลกๆ ให้ข้อคิด แต่ก็เฉยๆอ่ะครับ

Blended Sweet (วรรณแวว และ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์, A)
- เป็นวิดีโอแต่งงานที่น่ารักดี นอกจากตัวอนิเมชั่นที่เคยดูมาก่อนแล้วชอบ คราวนี้ชอบอารมณ์กึ่งดิบตอนครึ่งแรกมากกว่า อย่างช็อตที่ภาพมืดแล้วตัดกลับมาเป็นว่าที่เจ้าสาวกำลังน้ำตาไหล แล้วนิ้วนางข้างซ้ายมีแหวน เออ อารมณ์มันจริงแล้วฉับพลันดี ไม่เหมือนพวกรายการทีวีที่ชอบไปบิวต์ประเภทลากทหารทั้งกองร้อยมาร้องเพลงขอแต่งงานกลางราชประสงค์ อะไรแบบนั้น

Butterfly (เฉลิมพร ภาปราชญ์, A)
- กระชับได้ใจความและตรงประเด็น แต่อิมแพ็คยังน้อยไปหน่อยนึง (ซึ่งไม่ใช่เพราะหนังสั้นไปหรอก)

Bye Nior เสียงของเธออยู่ในความทรงจำ (อ้อมใจ บุษบง)
- ไม่สามารถดูจนจบได้ครับ เพราะความอดทนไม่เพียงพอ

Censored (ก้อง พาหุรักษ์, A+)
- เนี้ยบและตลกร้ายมาก เหมือนเราดูคนใส่สูทแต่แววตาร้ายๆ กำลังเล่าเรื่องเสียดสีแบบหน้าตายอยู่ โดยเฉพาะบรรยากาศย้อนยุคแบบจงใจให้ดูปลอมเนี่ย ดีที่สุด


2 July 2010

 

Big-Bin (สิวินีย์ มีจันทร์, B+)
- อนิเมชั่นขำๆ สอนเด็กให้แยกขยะ ตลกดี ไอเดียพอใช้ แต่ไม่โดดเด่นมาก แต่ชอบไอเดียตอนจบ ที่เลือก "รางวัลแก่การทำความดี" ให้เด็กได้เจ๋งดี

Clean (พลอยพรรณ วิเศษสินธพ, A)
- หนังเล่นสไตล์วนลูป ว่าด้วยชายเจ้าของร้านสัก tattoo (นพชัย ชัยนาม ณ นางไม้ มารับบท) ที่กำลังทำความสะอาดเครื่องมือเตรียมเปิดร้านวันพรุ่ง ครั้นเปิดประตูร้านออกไปกลับเจอชายชราคนหนึ่งถูกฟันเลือดอาบนอนขวางประตูอยู่ เขาแบกร่างนั้นเข้ามาแล้วลงมือเย็บแผล ท่ามกลางควันบุหรี่คละคลุ้งและบรรยากาศชวนสะพรึง กับปริศนาเล็กๆของรอยสักรูปเสือตัวเขื่องกลางหลังร่างนั้น ที่สุดท้ายก็ไม่เผยอะไรชัดเจนหรอก (ฉากสุดท้ายเป็นชายคนนั้นเดินเข้ามาพร้อมรอยเย็บแผลที่กลางหลัง) ชอบบรรยากาศน่ากลัวที่ทำถึงดี ดูเพลิน น่าติดตาม

Cockroaches (ณัฐพงศ์ นิลพรหม, B+)
- ชายแก่ขี้วีนกับแมลงสาบ และบ้านกลางกองขยะ สนุกดี ขำดี แต่ท่าทางจะได้อิทธิพลจาก WALL-E เยอะมาก ทั้งกองขยะและแมลงสาบ

Coming of AIDS (วาสุเทพ เกตุเพ็ชร์, A+/A)
- ดูเมื่องานกางจอ เป็นหนังยาวเกินปกติที่สนุกและดำเนินเรื่องได้ราบรื่นมาก (เมื่อเทียบกับหนังยาวร่วมๆ 40 นาทีทั่วไป ในงานหนังสั้น) เรื่องของเกย์วัยรุ่นที่กลัวว่าตัวเองจะติดเอดส์ หลังจาก one-night-stand ที่ไม่มีถุงยาง สลับกับเรื่องของแม่ที่ค่อยๆรู้เพศสภาพของลูกชาย และพ่อที่นอนนิ่งเป็นผักอยู่ชั้นสองของบ้าน น่าเสียดายที่พล็อตส่วนหลังนี้ไม่ได้พัฒนามากเท่าไหร่ จนรู้สึกว่าถ้าไม่ใส่เพิ่มเติมให้เข้ม ก็อาจตัดออกได้อีกหน่อย 
- ตอนดูที่มาราธอนเดินออกไปแล้วกลับเข้ามาท้ายๆเรื่อง ทันตอนที่เผยตัวผู้ชายที่มีเซ็กส์กับตัวพระเอกจนเกิดเรื่อง ดูรอบแรกที่กางจอรู้สึกรำคา