Very Thai

posted on 23 Apr 2010 21:23 by nanoguy in Nanolife

ตอนนี้องค์ประกอบแทบทุกอย่างในประเทศไทย มี potential สูงพอที่จะทำให้เกิด civil war หรือสงครามกลางเมือง - นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร สื่อต่างชาติ หรือแม้แต่คนไทยเองที่ตามสถานการณ์การเมืองมาพักใหญ่ ต่างก็พูดกันเป็นประเด็นหลักที่ชวนให้ขนหัวลุก

มีคนเข้ามาถามเป็นคอมเมนต์ที่ 336 ในบล็อกก่อน ว่ามีเหตุระเบิดที่สีลม ผมเสียใจกับคนที่ตายไหม? ต่อให้ผมไม่ชอบม็อบเสื้อหลากสี (หรือที่เรียกกันล้อๆว่า "สลิ่ม") ไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้นคืนก่อนหน้า m79-night ที่มีการยิงหนังสติ๊ก ขว้างปาอะไรต่อมิอะไรใส่กันอย่างดุเดือด จนตำรวจยังทำอะไรไม่ได้ ซึ่งมาจากฝั่งม็อบหลากสี และฝั่งแดงก็ตอบโต้ด้วยพลุตะไลหรืออะไรก็ว่ากันไป - การตาย 3 ศพ เป็นเรื่องที่ "หนัก" มาก ยังไม่นับคนเจ็บอีกเกือบร้อย ฝรั่งนักท่องเที่ยวที่โดนลูกหลง และการเดินทางโดยรถไฟฟ้าที่คงจะชะงักงันไปอีกนาน ยิ่งกว่าตอนอริสมันต์ปล่อยข่าวลือบนเวทีว่าจะมีทหารนั่งบีทีเอสมาสลายชุมนุมที่ราชประสงค์ ตอนก่อนเกิดเรื่องวันที่ 10 เมษายน

สิ่งที่หนักกว่าคือ ในคืนวันนั้น รองนายกฯแถลงชัดเจนแบบไม่มีการตรวจสอบอะไร ว่าเสื้อแดงยิงแน่ๆ วิถีมันมาจากตรงหลังพระรูป ร.6 (บางคนสรุปไปก่อนสุเทพแถลงอีก) จนตอนหลังเริ่มมีคลิปมีอะไรออกมา ว่าสุดท้ายไม่ได้ยิงมาจากตรงนั้น (ซึ่งพิจารณาวิถีการยิงแล้วแทบเป็นไปไม่ได้ ตามประสิทธิภาพอาวุธอ่ะนะ) แต่มาจากตึกสูงแถวนั้นมากกว่า ตลกร้ายกว่าคือ คนยังไม่ทันรู้เลยว่าศาลแพ่งออกคำสั่งคุ้มครอง ไม่ให้รัฐสลายชุมนุมรุนแรง ก่อนจะมีคนตายเพิ่มที่สีลมแค่ไม่กี่ชั่วโมง - นี่ยังไม่เพิ่มเติมว่าคำว่า ก่อการร้าย ลอยฟ่องไปทั่วสังคมตั้งแต่วันที่ 10 เมษา จนมาถึงตอนนี้ แบบที่ก็ล่องลอยเหมือนฝุ่นใต้ตีนนั่นแล จับต้องหลักฐานอันใดมิได้ มีแต่คนมีหน้ามีตามาแถลงข่าวรายวัน

Very Thai

คุยกับเพื่อนหลายคน ว่าช่วงนี้ดูหนังอะไรก็เป็นการบ้านการเมืองสารขัณฑ์ไปหมด ล่าสุดนี่ก็เพิ่งไปดู Agora ออกจากโรงมาเจอกับจตุพร พรหมพันธุ์ ในจอโปรเจคเตอร์พอดี เห็นด้วยกับหลายๆคนเหลือเกินว่าหนังเรื่องนี้มัน very thai เลยว่ะ หนังถ่ายความรุนแรงได้เจ็บปวดมาก แถมยังเสนอเรื่องการเปลี่ยนผ่านทางความคิดกันด้วย จากแนวคิดเทพเจ้าโบราณแบบกรีก-โรมัน ของเหล่านักวิชาการชนชั้นสูง กลายเป็นเทพเจ้าแบบคริสเตียน แต่สุดท้าย พวกที่คิดว่าตัวเองเป็น majority ของสังคม แม่งก็มีหัวสมองคิดแต่เรื่อง violence กันเป็นส่วนใหญ่

ฉากฆ่ากันฉากแรกก็ทำเอาช็อคแล้ว เพราะคนที่ดำริและลงดาบว่า "พวกมันหมิ่นหยามพระเจ้าของเรา ฆ่ามันเสีย" คือเหล่าคนชั้นสูง และคนที่อ้างตนว่าเป็นนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิของอเล็กซานเดรีย ก่อนที่ในเวลาต่อมาเมื่อ majority เปลี่ยนข้าง คนเหล่านี้ก็ถูกย้อนศรด้วยวิธีการเดียวกัน และเจ็บปวดยิ่งกว่า เพราะคนที่เรียกร้องสันติและความเชื่อในการเห็นต่าง สุดท้ายก็ตาย เพราะพวกลิ่วล้อที่ถูกผู้นำปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรงกับคนที่เชื่อไม่เหมือนกัน

Very Thai

กระทั่งกา่ร์ตูนเด็กอย่าง How to Train Your Dragon คุณเพื่อนแสนดีก็ยังอุตส่าห์คิดโยงเป็นการเมืองไทยไปได้ เพ้อเจ้อกันดี ส่วนเรื่องอื่นๆอีกมากมาย ก็มีคนเขียนไว้ดีๆเต็มไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น "บางระจัน ๒" (ที่มีคนมา raise ประเด็นชวนคุยอยู่เหมือนกันว่า "เฮ้ย พี่ปื๊ดเป็นเสื้อแดงป่าววะ") หรือ Clash of the Titans ที่ว่าด้วยเรื่องเทพเจ้าผู้ทำให้คนทุกข์ เพื่อให้พวกเขา หรือไพร่ หันมากราบกรานยกมือไหว้วิงวอน

ก่อนหน้านั้นก็มี Daybreakers หนังแวมไพร์สายพันธุ์ใหม่ ที่เนื้อเรื่องคล้ายๆกับ Blade แต่ว่าทำให้ดูอินเทรนด์ขึ้น เมื่อสังคมที่กลายมีแวมไำพร์เป็น majority (แต่ยังคงเต็มไปด้วยสันดานมนุษย์) เกิดมีแวมไพร์กลายพันธุ์ขึ้นมาเป็นหอกข้างแคร่ พร้อมๆกับพวกมนุษย์ที่ไม่ยอมสยบอำนาจเสียที จุดที่แสบคือเมื่อความจริงทุกอย่างเปิดเผยออกมา มันก็เป็นเรื่องหลอกลวงและผลประโยชน์ของกลุ่มอำนาจคนชั้นสูงอีกนั่นแหละ

Very Thai

และหลังจากไม่ได้อ่านหนังสือมานาน ได้ฤกษ์หยิบ A Most Unfortunate Incident หรือ "เหตุโชคร้ายร้ายแรง" ของฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี้ ขึ้นมาอ่าน (ยังไม่ไ้ด้อ่านงานดังๆของเขาหรอก) ว่าด้วย "นายพล" (คำเรียกข้าราชการชั้นสูงของรัสเซียในยุคนั้น) หน้าใหม่วัยสี่สิบต้นๆ ที่เกิดคิดสะระตะเรื่องความโรแมนติกแห่งการปฏิรูปสังคมโดยเข้าถึุงชนชั้นล่าง เกิดโชคร้ายไม่มีรถม้ากลับบ้าน ระหว่างที่เดินเท้าประชดคนขับรถม้าของตัวเองไปเรื่อยๆ ก็ไปปะเข้ากับบ้านหลังเล็กซึ่งจัดงานรื่นเริงฉลองพิธีแต่งงานอยู่ เมื่อรู้ว่าเจ้าบ่าวคือลูกน้องในสังกัด ท่านนายพลก็เลยคิดจะใช้โอกาสนี้ สร้างคอนเนคชั่นและความประทับใจต่อ "ชนชั้นล่าง" ตาม scenario ที่วางไว้อย่างดิบดี เลยเดินเข้าไปในงานเสียเลย

ถ้าอะไรๆเป็นไปได้ดี เรื่องนี้คงไม่ตั้งชื่อว่า "เหตุโชคร้ายร้ายแรง"

ครึ่งเล่มแรกที่อ่าน ชวนให้นึกหาหนังตลกร้ายแสบๆของพี่น้องโคน (ที่มี A Serious Man ออกมาทำแสบไปเมื่อเดือนก่อน) แต่พอเข้าสู่ครึ่งเล่มหลัง มันเริ่มไม่ตลกแล้ว แต่ว่าเศร้ามาก ไม่ได้เศร้ากับท่านนายพลที่อะไรๆก็ไม่เป็นไปตามแผน แต่เศร้าเพราะเหมือนกับเราต้องยอมรับว่า ช่องว่างในสังคมมันต่างกันขนาดนี้ ขนาดที่ว่าเมื่อคุณเกิดคนละครอบครัว คนละสถานที่ เราก็ไม่มีทางเข้าใจหรือ "ตามทัน" ได้เลย

บังเอิญว่าเรื่องในสมัยศตวรรษที่ 4 ที่เห็นใน Agora และเรื่องในรัสเซียตั้งแต่สมัยก่อนปฏิวัติของพรรคบอลเชวิค มันช่าง...

Very Thai

Comment

Comment:

Tweet

เห็นด้วยเลยครับ (เพิ่งเจอที่นี่ แต่เหมือนเคยอ่านที่ไหนมาแล้ว ^^) คิดไปแล้วก็เศร้า...

#21 By chris (125.24.89.191) on 2010-05-17 15:33

คงต้องฝากความหวังของประเทศไว้กับพลังของคนรุ่นใหม่ ที่กล้าคิด กล้าแสดงออก และกล้าที่จะยืนหยัดในความแตกต่าง ขอชื่นชมน้อง nanoguy ค่ะ

#20 By (209.107.217.120) on 2010-05-17 02:26

แล้วช่องว่างทางปัญญามันไม่ได้เกิดจากช่องว่างทางสังคมเหรอคะ???

รัสเซีย ฝรั่งเศส... ที่มองเห็นได้ชัดน่ะเพราะว่าเป็นการมองย้อนกลับด้วยนะคะ
ถ้า Louis XVI กับ Tsar Nicholas II มองเห็นช่องว่างทางสังคมจริงๆ ณ เวลานั้น คิดว่าเค้าจะไม่ดำเนินนโยบายต่างไปจากนี้เหรอคะ?

ช่องว่างทางสังคมมันมีอยู่ในทุกประเทศนั่นแหละค่ะ เพราะว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบบทุนนิยม

แค่เพียงแต่มันจะอยู่ในระดับที่รับได้หรือรับไม่ได้เท่านั้นแหละค่ะ

#19 By Noir on 2010-05-16 23:05

อยากด่าคนก็กล้าลงชื่อหน่อย

#18 By nanoguy on 2010-04-30 02:29

ไม่เห็นมีช่องว่างในสังคมเลย เห็นแต่ช่องว่างทางปัญญาอะนะ ... ดูหนังมากซะเปล่า



ผู้ที่เข้าใกล้ความสมบูรณ์ที่สุด คือศิลปินยิ่งใหญ่ที่สุด

หากไม่มี พื้นฐานโครงสร้างของชีวิตที่สูงส่งแล้ว

จะมีศิลปะ ได้อย่างไร ?

: คานธี

#17 By (125.26.110.198) on 2010-04-29 18:24

คนบางคนก็ไม่รู้หรอกครับว่าตัวเองเป็น "สิ่งประดิษฐ์" ถึงได้มาเที่ยวว่าว่าคนอื่นเขาเพ้อ

#16 By nanoguy on 2010-04-25 23:00


สรุป คือ ช่องว่าง ชนชั้น
รัสเซีย ฝรั่งเศส อะไรก็แล้วแต่นั้น นั้นมันชัดเจน

ของเราช่องว่างตรงไหน
คุณน่าจะแยกเยอะออก ไม่ใช่ ระบบ ระบอบ อะไร อย่าเพ้อไปหน่อยเลย

Thailand: Land of surrealism and blue diamond
คุณไม่นิยม ผมไม่ว่า แต่อย่า..................

#15 By ทิว แอด ไฟน์ on 2010-04-25 21:50

หนังที่พูดถึงยังไม่ได้ดูสักเรื่องเลย แฮ่ะๆopen-mounthed smile

#14 By Navagan (180.180.25.105) on 2010-04-25 13:57

Hot!

#13 By Pink clouds on 2010-04-25 13:22

[hot!] [hot!] เห็นด้วยทุกประการ [hot!] [hot!]

#12 By McMurphy (125.24.93.182) on 2010-04-24 21:12

เขียนได้ดีมากเลยตี้ ขอคารวะด้วยใจจริง

#11 By แฟนผมฯ (112.142.210.118) on 2010-04-24 15:14

อื้ม สงสัยต้องไปดูหนังเหล่านี้ซะแล้ว ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ

ชอบเอนทรี่นี้ค่ะ หวังใจว่าเพื่อนรักจะไม่โดนอะไรอีกนะคะ

#10 By NJ* on 2010-04-24 10:53

เราเลิกเสพสื่อแล้วละ ทั้งในทีวีที่อืมมมม ในวิทยุที่อยากฆ่าแกงกันโดยไม่มีการห้ามปรามของดีเจ (แต่อีกฝ่ายไม่มีทางได้พูดอะไรบ้างเลย )

หนังที่ตี้มาว่ามายังไม่ได้ดูเลยครับ แต่เชื่อว่าเราก็คงเชื่อมโยงเืรื่องการเมืองนี้กับหนังได้ทุกเรื่องละ ล่าสุดดูเรื่อง [REC]2 ก็ไม่เว้น

Hot! very Thai

#9 By Seam - C on 2010-04-24 08:40

เอนทรี่ นี้เลิศมากHot! Hot! Hot! big smile big smile

แต่ดิฉันเพิ่งดู S 21 ค่ะ ขนหัวลุกจริงๆ

#8 By filmsick on 2010-04-24 08:01

ช่วงนี้ รู้สึกว่าดูหนังอะไรก็สามารถโยงเข้ากับการเมืองไทยได้หมด

เว้นแต่หนังไทย ที่ไม่คิดจะเอาความขัดแย้งนี้มาถ่ายทอดเลย แต่กลับพยายามเลี่ยงไปฉายหนังแอคชั่น หนังตลกพวกนี้แทน

#7 By ฟ้าดิน (114.128.109.144) on 2010-04-24 01:25

Hot! Great entry

ยังไม่ได้ดู Agora เลย อยากดูใจจะขาด

#6 By eak early : เอกเช้า on 2010-04-24 00:12

Agora นี่ชัดเจนสุดๆ ในช่วงนี้เลยครับ

#4 By chubby on 2010-04-23 23:08

ข้าพเจ้าเองก็ได้ดูแต่หนังพื้นบ้านทั่วไป..ตอนแรกตั้งใจว่าจะดูหนังรักเสียหน่อย..ดูไปๆ..อ้าว..คำว่า ไพร่ กับ ผู้ดี ขึ้นหราโชว์กลางจอเลย..ก็อดจะคิดถึงสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ไม่ได้..

ปล. ขอไว้อาลัยแด่การจากไปของทุกท่าน ทั้งคนที่ข้าพเจ้านิยม และ ไม่นิยม..อย่าให้เกิดการสูญเสียอีกเลย การเมืองมีกลไกของมัน..ทำไมต้องทำเรื่องเล็กให้ใหญ่ด้วยนะ..ตอนนี้คงหวังพึ่งบุญกับกรรมแล้วกระมัง..กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคงสนองเข้าในสักวัน..

#3 By [MV] biZKit on 2010-04-23 22:52

Hot!
อ่าโดนค่ะ เรื่องเเบบนี้ขออนุญาติเเปะดาวค่ะ

#2 By rorooonnie on 2010-04-23 22:46

Hot!
น่าจะมีเฉลิมไทย/ราชดำเนิน ด้วยนะ
ไทยแท้จริงๆ

#1 By AguileraAnimato on 2010-04-23 22:43