10 เมษายน 2553

posted on 12 Apr 2010 19:31 by nanoguy  in Nanolife

จริงๆตอนนี้ผมยอมรับว่าอยู่ในภาวะอารมณ์ที่ไม่ปกติอย่างยิ่ง ผมเคยสนุกสนานกับการนั่งด่าหนังห่วยๆ ชมหนังดีๆ เป็นพารากราฟยาวๆ เพื่อมาประกอบรางวัลกำมะลองี่เง่าๆอย่าง Nanoguy Awards อยู่ทุกปี และตอนนี้ผมเองก็มีภาระต้นฉบับที่ต้องส่งบรรณาธิการ แต่นอกจากกองข้อมูลที่หามากองไว้แล้ว หนังผมก็ยังไม่ได้ดู และการเขียนก็ยังไม่คืบหน้า เพราะว่าตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์ทำอะไรจริงๆ และอาจจะต้องทิ้งรางวัลที่ผมนั่งทำมาทุกปีให้เหลือทิ้งไว้แค่นอมินี

ผมไม่ใช่คนจิตใจงดงาม อ่อนไหว เปี่ยมไปด้วยธรรมะ อะไรขนาดนั้นหรอกครับ ผมมันก็คนนิสัยธรรมดาคนนึง ที่ชอบการดูหนังเลือดสาด ฆ่าคน สมองไหล จนที่บ้านหาว่าเป็นโรคจิต แต่ตอนนี้ - อาจจะพูดเวอร์เกินไป - ผมกำลังอยู่ในขั้นเสื่อมศรัทธาในเพื่อนมนุษย์ขั้นร้ายแรง

คุณเต้-ไกรวุฒิ จุลพงศธร ตั้งสเตตัสไว้ในเฟซบุึคของเขา เรื่องของ simulacrum ที่เป็นคอนเซ็ปต์ของ Jean Baudrillard ว่าด้วยความจริงที่ยิ่งกว่าความจริง (hyperreality) และการสนทนาในวันนั้นคงให้ภาพชัดที่สุด เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ และบางทีถ้าไม่มีเฟซบุคเราก็คงไม่รู้ว่าคนรอบตัวของเราหลายคนโหดร้ายและมืดบอดแค่ไหน

ปีที่แล้ว ตอนสงกรานต์เลือด ก็มีการปราบปราม มีความรุนแรง และมีความเห็นที่สาปแช่งให้ฝ่ายตรงข้ามตายห่ากันไปให้หมด เราก็ได้แต่นั่งครุ่นคิดว่าหวังว่าพี่น้องมิตรสหายรอบตัวเราจะไม่เป็นคนจิตใจหยาบช้าเช่นนั้น หยาบช้าพอที่จะสนุกสนานเมื่อเห็นผู้ที่ยืนอยู่คนละฝั่งถูกยิงสมองไหล เลือดสาด วิญญาณดับสูญ และนั่งหัวร่อร่าบอกว่าพวกเขาเป็นควาย

แต่วันนี้เฟซบุคทำให้ผมเห็น และผมเศร้ามาก ว่าคนรอบตัวผมคิดกันได้ถึงเพียงนี้

บางคนเรียนคณะรัฐศาสตร์แท้ๆ กลับคิดได้เพียงว่า ผู้ชุมนุมเสื้อแดงมีความรู้เรื่องประชาธิปไตยมากแค่ไหน ถึงจะออกมาชุมนุมเรียกร้อง ผมเองก็อยากถามเขาเหมือนกันว่า ร่ำเรียนมาจนป่านนี้แล้ว พวกเขารู้เรื่องประชาธิปไตยจริงหรือ ถึงได้เอาสถานะของตัวเองเข้าข่มได้ขนาดนี น่าอับอายยิ่งกว่ารุ่นน้องผมคนหนึ่ง ตอนแรกผมไม่ชอบแนวคิดเขาเลย เพราะเขาสนับสนุนและชื่นชอบนายกษิต ภิรมย์ และพยายามโยนบาปให้เสื้อแดงตลอดเวลา แต่อย่างน้อยผมก็ชื่นชมเขา ที่เขายอมรับตรงๆว่าเขาไม่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย

บางคนก็ฉลาดเฉลี่ยวกว่า ใช้การเสียดสีที่เจ็บแสบกว่า ไม่มีการหลุดมาว่าอยากให้ใครตาย แต่จิตสันดานด้านหยาบมันแฝงชัดอยู่ในคำพูดเหล่านั้น

ช่วงเริ่มต้นสลายการชุมนุม (ภายใต้คำที่น่ารังเกียจทุเรศอุบาทว์อย่าง "การขอพื้นที่คืน") มีความเห็นมากมายที่สนับสนุนให้ทหารฆ่าประชาชน ผมไม่พูดก็ได้ว่าประชาชนที่ไม่มีอาวุธ เพราะเสื้อแดงเองก็ต้องมีสัญชาตญาณในการป้องกันตนเอง โดยเฉพาะเมื่อทหารมีอาวุธสงครามครบมือ อุ่นเครื่องกันมาตั้งแต่คราวที่ปะทะกันที่สถานีดาวเทียมไทยคม ที่มีการยิงกันจริงๆ และที่ผ่านฟ้า สี่แยกคอกวัว ถนนดินสอ มีกระทั่งรถถังกับรถฮัมวี่ที่บรรทุกอาวุธสงครามมาเต็มอัตรา

สิ่งพวกนี้เทียบไม่ได้นะครับ กับการปล่อยบอลลูนไปก่อกวนเฮลิคอปเตอร์(ที่ใช้ในการปล่อยแก๊สน้ำตา) การใช้ด้ามธงทิ่มๆไปที่ทหาร การขว้างปาขวดน้ำ ก้อนหิน ก้อนอิฐ หรือแม้แต่การเข้าไปรุมประชาทัณฑ์ทหาร ผมเถียงเผื่อให้อีกก็ได้ว่า แม้ผู้ชุมนุมจะมีอาวุธในลักษณะประสงค์เอาชีวิตเหมือนทหาร (เช่น ปืนอาก้า เป็นอาทิ) แต่ในขณะชุมนุมนั้น มีหลักฐานการใช้อาวุธเหล่านี้เข้าไประรานคนอื่นหรือไม่ และหากต้องมีการใช้อาวุธเหล่านี้เพื่อป้องกันตัว ก็เป็นสิทธิของผู้ชุมนุมเหมือนกัน ไม่ต่างกับที่รัฐบาลอ้างว่าทหารมีกระสุนจริงไว้เพื่อป้องกันในเหตุจวนตัว (หลังจากที่ครั้งแรกกล่าวว่ากระสุนจริงมีไว้ยิงขึ้นฟ้าเท่านั้น)

ผมช็อค เมื่อหลายคนกำลังตั้งข้อสมมติฐานว่า เสื้อแดงเริ่มต้นความรุนแรงก่อนด้วยอาวุธหนัก ดังนั้นทหารจึงมีสิทธิปราบปรามด้วยอาวุธหนักเช่นกัน ผมถามว่าถ้าทหารไม่มาที่นี่ จะเอื้อให้เกิดเหตุเช่นนี้หรือไม่?

ผมขี้เกียจย้ำซ้ำไปมาจริงๆเลย(เพราะพูดไปหลายครั้งมากในเฟซบุค) ว่าการชุมนุมของเสื้อแดงนั้นไม่ได้ิผิดกฎหมายอะไร มันมีคนเดือดร้อน ผมไม่เถียง หลายคนที่ผมรู้จักก็เดือดร้อนอย่างยิ่งเพราะการชุมนุมของคนเสื้อแดง ก็เป็นสิทธิของพวกเขาที่จะไม่ชอบม็อบ ผมก็ไม่ได้บังคับให้พวกเขามาชอบ แต่ผมรับไม่ได้กับคนที่พยายามจะเดินตามตูดรัฐบาล ด้วยการบอกว่าเสื้อแดงผิดกฎหมายอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วมีแต่กฎหมายเล็กจ้อย เช่น กฎหมายจราจร

แล้วมันเ้รื่องอะไรที่รัฐบาลจะใช้ พรบ.ความมั่นคง กับ พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง

กลับมาที่เรื่องที่ขัดข้องของผมต่อ พี่ที่ผมรู้จักคนหนึ่งก็อยู่ในกลุ่มคนที่ผมช็อค เขาเข้ามาสนับสนุนว่า "ตายๆกันไปให้หมดดีแล้ว" ในช่วงเริ่มต้นสลายการชุมนุม และวันถัดมา เมื่อผมตั้งสเตตัสที่พูดเรื่องการป้องกันตัวของคนเสื้อแดง เขาก็เข้ามาแย้งว่า "ทหารก็คนนะตี้" ผมขี้เกียจเถียงเขาว่า "แล้วเสื้อแดงไม่ใช่คนหรือไง" ไม่อยากให้ความขัดแย้งหรือความที่เรารู้จักกันมานานต้องมาพังเพราะเรื่องการเมือง มันทุเรศ

วันนั้น(ช่วงคาบเกี่ยว 10-11 เมษายน) ผม block คนไป 4 คน เพราะผมรู้สึกอิดหนาและขยะแขยงอย่างยิ่งกับพฤติกรรมของพวกเขา ผมอยากเชื่อว่ามันเป็นแค่ความไร้สติชั่ววูบ อยากเชื่ออย่างนั้นมากๆ เพราะ 3 คนในนั้นเป็นเพื่อนของผมสมัยมัธยมปลาย คนหนึ่งสนิทกันมากถึงขั้นเคยคุยกันได้ทุกเรื่อง ณ เวลานั้น อีกสองคนก็เป็นเพื่อนผู้หญิง ที่คนหนึ่งดูน่ารักสดใสอ่อนโยน และอีกคนหนึ่งแม้จะปากร้ายไปหน่อยแต่ก็เป็นเพื่อนเฮฮาที่ไม่มีอะไรต้องเถียงกัน

เอานอกจากสามคนนั้นก่อน รุ่นน้องร่วมคณะผมคนหนึ่ง ซึ่งผมเองจำได้แต่ชื่อภาษาอังกฤษที่เธอเอามาตั้งเป็นชื่อของเธอในเฟซบุค แรกๆผมก็เฉยๆ เมื่อเธอยังคงอัพสเตตัสเรื่อยเปื่อยเรื่องรถยนต์สีเหลืองของเธอ การแสดงออกทางการเมืองอย่างสูงสุดในชีัวิต ด้วยการบีบแตรใส่หูคนเสื้อแดงตามที่ต่างๆที่เธอขับรถไปพบเจอ จนกระทั่งช่วงที่เธอเริ่มสาปแช่งคนเสื้อแดง เฆี่ยนตีพวกเขาด้วยเก้าอี้ที่ชื่อวาทกรรม "ทักษิณซื้อ" ผมก็ hide เธอไประยะหนึ่ง เพื่อที่จะไม่ต้องมาขุ่นข้องหมองใจกันทีหลัง

กระทั่งวันหนึ่ง ผมเข้าไปคอมเมนต์สเตตัสของเพื่อนร่วมคณะ ซึ่งนั่งเรียนกันมาตลอด คนหนึ่ง ผมรู้ว่าเขาเป็นคนที่ไม่ชอบเสื้อแดงและทักษิณอย่างยิ่ง ซึ่งผมก็ไม่ได้ไปจุ้นจ้านอะไรเขา เขาตั้งสเตตัสในทำนองว่าตอนนี้เขาไม่อยากคุยกับคนเสื้อแดง เพราะพวกมันคิดจะเผาบ้านเผาเมือง ผมก็เข้าไปแสดงความเห็นสั้นๆทิ้งไว้ ก่อนเขาจะรีบมาออกตัวว่าเราคุยกับตี้ได้นะ (แสดงว่าผมเป็นเสื้อแดงไปแล้วสินะ) ก่อนที่ยัยน้องคนนั้นก็มาท้าทายให้ผม block เธอในสเตตัสนั้น แน่นอน ผมทำให้ และยินดีครับ อีห่า!

ก่อนจะ block ผมได้ลองแวบไปดูสเตตัสของเธอ เพราะเพื่อนผมหลายคนที่เกลียดเสื้อแดง อย่างน้อยพวกเขายังไม่มองการตายของคนเป็นเรื่องสนุกสนานหรือควรค่าที่จะเกิดขึ้น แต่สเตตัสของยัยรุ่นน้องคนนี้เขียนไว้ว่า "ขอไว้อาลัยให้กับคนไทย ที่เห็นคุณค่าของเงินมากกว่ารวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย" พร้อมกับเพื่อนๆของเธอที่นำเอารูปคนตายที่ถูกยิงสมองไหล มาล้อเล่นพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เหมือนกับว่านี่ไม่ใช่ศพมนุษย์ ในคอมเมนต์ของสเตตัสอันนั้น

ผมได้แต่รู้สึกยินดีที่จะกด remove friends ออกไป พร้อมกับยินดีอย่างยิ่งที่ตัวเป็นๆของเราไม่ได้พบปะพูดคุยกันเป็นกิจจะลักษณะก่อนหน้านี้ เสียดายแค่ผมลืมที่จะแคปภาพหน้าจอคำพูดอันหยาบทรามของเธอไว้ เผื่อเป็นหลักฐานให้เธอได้ระลึกว่า เธอเคยมีความคิดแบบใดต่อคนเหมือนกัน

เพื่อนผมอีกสามคนที่พูดถึงนี้ เป็นกรณีที่ผมเศร้ายิ่งกว่า เราเคยอยู่ห้องเดียวกัน คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ และแน่นอน นั่งด่าทักษิณด้วยกันอย่างมันปาก หนึ่งในนั้น(ซึ่งผมไม่ได้ hide เธอไว้ตั้งแต่แรก เหมือนกับอีก 2 คน) เธอตั้งสเตตัสขึ้นโพล่งมาว่า "รับไม่ได้ ถ้าต้องยุบสภาเพราะพวกไพร่แดง"

กรณีนี้ผมยังไม่ช็อคเท่ากับความเห็นของเพื่อนผมที่มาคอมเมนต์ในสเตตัสอันนี้ (ซึ่งเป็นคนที่ผมสนิทที่สุดใน 3 คนดังกล่าว) เขาพิมพ์ว่า "ช่ายๆ ถ้าเกิดยุบไป พวกไพร่แดงก็ได้ใจกันพอดี" แน่นอนว่าผมปรี๊ดแตก ผมพิมพ์ตอบกลับไปทันทีในทำนองว่า มีคนตายถึง 15 คนแล้ว(ปัจจุบัน 20-21 ผมไม่แน่ใจตัวเลข) ใครเขาจะเอาเวลามา "ได้ใจ" วะ?

ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการทะเลาะทุ่มเถียงใส่กัน ผมยังจะรับได้มากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อนคนที่ 3 เข้ามาคอมเมนต์ คุยข้ามหัวผมไปที่เจ้าของสเตตัส เอ่ยว่า "ทีนี้เข้าใจอารมณ์กูหรือยัง กูจะดีลีตแม่งแระ" ส่วนอีกสองคนก็เข้ามาสนับสนุนกันว่า "เออ เข้าใจ จริงด้วยว่ะแม่ง"

มันมีหลายอารมณ์นะครับตอนนั้น ที่ทำให้ผมตัดสินใจ remove สามคนนี้ทิ้งไปอย่างไม่ลังเล อย่างน้อยก็ในเฟซบุคและชีวิตจริงในช่วงเวลาอันใกล้นี้

สายตาพวกเขาที่มองผม มันไม่ได้มองว่าผมเป็นเพื่อนพวกเขาอีกต่อไป มันมองว่าผมเป็นแค่เศษไพร่ เป็นแค่ควายที่หลงโง่งมไปกับการชุมนุมของเสื้อแดง ที่เข้าไปป้วนเปี้ยนหรือบังเอิญติดอยู่ในลิสต์เพื่อนอันสูงส่งของพวกเขา ที่มีแต่ปัญญาชนผู้อยากเล่นสงกรานต์ อยากเดินพารากอน ความเห็นของผมเป็นแค่ความพยายามยุแยง ปั่นป่วน ความคิดอันสวยหรูของพวกเขา - ผมทั้งเศร้าและโกรธ เมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายที่เลือกจะมองว่าผมเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ หรืออย่างน้อยก็มองว่าผมไม่ใช่เพื่อนของพวกเขาอีกต่อไป ก่อนที่ผมจะทันคิดอย่างนั้นเสียอีก

(นี่ยังไม่รวมกับ fact ที่ว่า ผมเคยเข้าไปแสดงความเห็นทางการเมืองที่เอนมาทางเสื้อแดงแย้งกับ 1 ใน 3 คนนั้น เพียงแค่ 2 ครั้ง ตั้งแต่เล่นเฟซบุคมา แต่เธอกลับใช้น้ำเสียงหยามเหยีัยด เหมือนกับว่าผมไปทำให้หน้าเฟซบุคของเธอรกรุงรังด้วยข้อความชั้นต่ำอยู่ทุกวี่ทุกวัน แล้วก็ทำท่าทำทางเหมือนกับปราณีผมเสียเหลือเกิน ที่ยังอุตส่าห์เก็บไว้อยู่ในลิสต์ โธ่ เหี้ยเอ๊ย!)

ผมเคยคิดว่า ผมจะไ่ม่พยายามทำอย่างนี้กับใคร ผมยังคุยกับคนที่เห็นต่างได้ แต่ถ้ามืดบอดกันถึงขั้นนี้ ผมก็ได้แต่ทำอย่างที่ผมทำไป เพราะเห็นแล้วว่าไม่มีประโยชน์อะไร ไม่มีแม้แต่การคิดจะเปิดประเด็นเถียงกัน คุยกัน ซึ่งถ้าเพื่อนกันไม่มีท่าทีแบบนั้น ผมก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำซากทำเผือกอะไร บางทีถ้าไปกินเหล้ากันอาจจะคุยกันได้มากกว่านี้ แต่สถานการณ์ที่เป็น ผมมองว่าเขาเหล่านั้นถ้ารู้ว่าผมจะไปก็คงแยกตัวออกไปแต่แรกมากกว่า

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

เจ็บมาก!

#1 By filmsick on 2010-04-12 20:27

มีชั้นอยู่ในนั้นด้วยรึเปล่าวะ 55555555555+

ปืนฉีดน้ำ

เอาจริงๆนะตี้
ขอพูดจากใจ ในฐานะเพื่อนคนนึง
เรารู้สึกว่าแกเองก็เป็นคนที่แรงมากทางการเมืองคนนึง
(เท่าที่เราสัมผัส เราก็ไม่ได้รู้มาก)
เราเองก็ไม่ใช่คนที่รู้เรื่องการเมืองมากเท่าแก
บางทีแกย่อมต้องเปิดใจบ้าง ที่คนบางกลุ่มจะพูดไม่ได้เข้าหูแก รึว่าเข้าใจอะไรที่มันผิดๆ แสดงความคิดเห็นในเชิงเห็นแก่ตัวบ้าง
(แล้วแกก็ย่อมต้องเข้าใจ ว่าเฟซบุ๊คในหน้าต่างส่วนตัว มันก็เป็นพื้นที่ส่วนตัว ที่จะพูด ชม ด่า เสียดสีใครในนั้น
-ถ้ามันไม่ได้เดือดร้อนใคร)

เราไม่ได้บอกว่าพฤติกรรมที่เพื่อนแกเมนท์ มันไม่แรง
แต่การที่แกคิดว่ามันเป็นแค่เศษไพร่เนี่ย แรงไปปะวะ
ชั้นเองก็ไม่อยากจะตั้งสเตตัสการเมืองแล้ว เพราะแม่งมันทำให้ชั้นเองก็ขุ่นข้องหมองใจหนึ่ง และสอง มันมีเรื่องอะไรให้คุยกัน มากกว่าการเมืองตั้งเยอะแยะ
ชั้นจึงมองว่า ถ้าความเป็นเพื่อนมันมีค่า hideๆ ไปซะจะได้สบายใจ
แค่นี้คนไทยแม่งก็แตกแยกไม่รูกี่ฝ่ายๆ
จะมาทำให้เพื่อนต้องมามองหน้ากันไม่ติดแบบนี้ ก็ไม่ไหวนะ

ชั้นเองก็คิดไม่เหมือนแก
(อาจเพราะโง่และอคติส่วนตัว)
และยอมรับว่าบางทีชั้นเองก็ไม่เข้าใจในจุดยืนของแก
แต่ก็เชื่ออย่างนึงนะ ว่าถ้าเรื่องบ้าๆนี่ผ่านไป ทุกคนก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม question

ปล.แกไม่ได้บล๊อกชั้นหรอก ใช่มั้ย 5555+
แกทำชั้นเกร็งเลยนะเนี่ย

#2 By พระเจ้า** (58.9.2.242) on 2010-04-12 20:41

เข้าใจอย่างสุดซึ้งหว่ะนาโน จะบอกว่าทุกวันนี้เราเข้าเฟชบุ้คแล้วรู้สึกหดหู่ใจมาก ทั้งเพื่อนโรงเรียน เพื่อนมหาลัย ไม่เว้นแม้แต่ที่บริษัท ที่มีความคิดในแบบที่เราก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่ละภาพ แต่ละสเตตัส แต่ละคอมเม้นท์ อ่านแล้วมันทำให้เรารู้สึกว่าตัวเิองเป็นเศษไพร่อย่างที่นาโนว่าไว้่จริงๆ

เข้าใจนะว่ามันเป็น social network พูดอะไรก็พูดได้ บางทีก็อาจเขียนมันมือ บางทีคึกเพราะมีคนสนับสนุน แต่ขอให้คิดไว้อย่างว่าการไปด่าทอผู้อื่น แช่งให้ตาย สมน้ำหน้าผู้เคราะห์้ร้าย พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับคำด่าที่พ่นออกมากเลย ซึ่งเราก็หวังว่าสักวันพวกเขาคงคิดได้ในใจ (ไม่ต้องพูดออกมาหรอก เรารู้ว่าท่านไม่กล้าที่จะยืดอกยอมรับ)

#3 By BloodyMonday on 2010-04-12 21:03

นี่เป็นเรื่องที่เศร้ามาก พี่เสียใจด้วยตี้

พี่ก็เจอลักษณะนี้เหมือนกัน ทั้งบน FB และชีวิตจริง (แน่นอนล่ะ ที่ออฟฟิศพี่) ซึ่งหากตัดเรื่องนี้ออกไป พวกเขาก็เป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องที่น่ารักมากๆ

และนั่นเอง ที่ทำให้ยิ่งเศร้าล่ะ

#4 By eak early : เอกเช้า on 2010-04-12 21:05

พี่เข้าใจจริงๆว่ะตี้ เพราะพี่ก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน แม้จะไม่แรงเท่าตี้ก็เหอะ

เสียใจจริงๆที่คนที่เราคิดว่าเป็นเพื่อน เป็นรุ่นพี่ หรือรุ่นน้องนั้น กลับมีความคิดดูถูกเหยียดหยามคนอื่น มองคนที่คิดต่างจากตัวเองว่าไม่ใช่คน ยินดีในการตายของคนอื่น พี่รับไม่ได้จริงๆว่ะ

อย่างเช่นเพื่อนที่พี่สนิทคนหนึ่ง เคยทำค่ายอาสาด้วยกัน ขึ้น status ว่า "ฆ่าเสื้อแดงมันให้สิ้น อย่าให้เหลือหนัก แผ่นดินไทยยยยยยยยยยยยยย" เห็นแล้วมันหดหู่ใจจริงๆว่ะ การออกค่ายอาสาไม่ได้ทำให้เค้าเข้าใจในความแตกต่างของคนเลยหรืออย่างไร

แต่ ณ ตอนนี้ พี่ยังไม่ได้ remove หรือ hide ใครไปอ่ะนะ เพราะยังอยากทราบถึงความคิดของคนๆนั้นว่าจะเป็นแบบไหนต่อไป

#5 By aloha (113.53.128.230) on 2010-04-12 21:16

ไม่รู้นะตี้ เราเชื่อว่าทุกคนยังคงเป็นเพื่อนกันได้นะ ถึงแม้ว่าจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เราเองก็เป็นคนนึงที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากตี้ แต่ยังไงตี้ก็ยังคงเป็นเพื่อนเรานะ เราว่าพยายามทำใจเถอะ เราไม่สามารถห้ามความคิดเห็น หรือการกระทำของคนอื่นได้ แต่ว่าเราสามารถห้ามตัวเราเองได้นะ ก็ในเมื่อเรารู้สึกแย่กับการกระทำบางอย่างของคนอื่นได้ คนอื่นเค้าก็อาจรู้สึกไม่ดีเพราะการกระทำของเราได้เหมือนกันนะ แต่ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ตี้ละกัน สู้ๆ

...แป้งเพื่อนเมื่อตอนยังเป็นเด็ก...

#6 By PraPaNg (58.8.59.171) on 2010-04-12 21:21

แม้จะไม่เห็นด้วยทั้งหมดกับตี้นะ

แต่ว่าก็ไม่ค่อยชอบเวลาคนใช้อารมณ์หนักๆมาสาปแช่งเสื้อแดงที่เค้าก็เป็นคนเป็นเพื่อนร่วมแผ่นดินกันกับทุกคน

ใช้คำอย่างกับเค้าเป็นฆาตกร ทั้งที่เค้าแค่มีความคิดเห็นที่ต่างไป แถมไปตัดสินว่าความคิดแบบนี้มันต่ำ รับไม่ได้กับการดูถูกความคิดแบบนี้ ยิ่งแช่งให้ตายให้กระทบกระเทือนกายเพียงเพื่อความสะใจ ก็เท่ากับว่าทำตัวไม่ได้ต่างจากที่ไปว่าเค้าไว้

แต่ไงก็ใจเย็นละกัน จบเรื่องราวบ้าๆบอๆเหล่านี้ไปแล้ว อย่าลืมไปadd friend ใหม่ล่ะ และไม่ต้องตามไปดู status ให้ตัวเองรู้สึกขุ่นข้องหมองใจละกัน

#7 By NuPig on 2010-04-12 22:05

คุยการเมืองกะเพื่อน (หรือกระทั่ง ญาติพี่้น้อง คนรู้จักหนิดหนม) เป็นสิ่งที่้ต้องห้ามในเวลานี้ก็ได้นะ พี่

คือ ถ้าเราเสแสร้งได้คงไม่ลำบากหรอก ..แต่หากเราโพล่งตรงๆ ไม่เกรงกลัว ก็ไม่แปลก ที่มันจะรังเกียจความคิดคนละทางน่ะ

ตอนนี้ แม้ผมจะไม่ขัดแย้งกะใครซะทีเดียว (ยังยี้แดงอยู่เช่นนั้น) แต่กระนั้น การมีใครตาย มันไม่ใช่เรื่องตลกเลย

#8 By OncE UPoN'-'a MaN (125.27.44.69) on 2010-04-12 22:44

ลองมองว่าพวกเขาเป็นพวกเสื้อเหลืองที่ก้าวข้ามไม่พ้นทักษิณสิครับ

#9 By chubby on 2010-04-12 23:24

คนก้าวไม่พ้นทักษิณมีเยอะแยะครับ ผมเองไม่ได้มีปัญหาอะไรนักหรอก (ยกเว้นบางคนที่ช่างไม่ฟังอะไรเลย) แต่กรณีที่ผมเจอ เขาก้าวไม่พ้นทักษิณ แต่เหยียบย่ำความเป็นเพื่อนของผม

#10 By nanoguy on 2010-04-12 23:26

ผมไม่ใช่ตัวบุคคลที่ทำจริงๆผมก็เลยไม่รู้ว่าเหตุการณ์เป็นเช่นไร แม้ว่าจะดูคลิปก็ตามเหอะ แต่ก็เห็นด้วยนะเรื่องนี้ ตอนนี้ผมเฉยๆแล้วล่ะ ไม่อยากจะเชื่อฝ่ายไหนต่อไป โหะๆ

#11 By McMurphy (118.173.70.177) on 2010-04-13 00:02

มีเต็มเฟสบุคเรย ไม่รู้ไปกินอะไรกันมา ถึงได้โกรธเกลียดกันได้ขนาดนี้ แต่คิดไปคิดมา คนเราเปลี่ยนกันได้ เวลาเราคิดอะไรหลงไปบ้าง แถไปบ้าง เราก็คงอยากให้เพื่อนอภัยมากกว่าลอยแพ ถ้ารำคาญความเห็นแรงๆ hide ไปบ้างก็ได้ แต่ว่าอย่าได้ด่วนตัดเื่พื่อนกัน เรื่องไหนคุยไม่ได้ไม่ต้องคุย แต่ถ้ามันสะท้อนว่า ในใจมันเข้ากันยากจริงๆ ห่างไว้ไปเลยก็ดี การเมืองก็เหมือนศาสนา จะมองให้เห็นเป็นเหตุเป็นผล หรืองมงายก็ได้ คำตอบจะเป็นที่ความเชื่อ หรือความคิด ก็แล้วแต่ว่าอะไรที่ทำให้ใจร้อนรุ่มของคนที่ถาม มันสงบได้ คนที่คิดอย่างนึงวันนี้ พรุ่งนี้ก็คิดต่างไปได้ -- ถ้าเปิดใจ (ตรงนี้แหละท่อนฮุก)

#12 By bb (125.25.113.210) on 2010-04-13 01:10

เศร้าเหมือนกันครับ

และยิ่งน่าเศร้าใจที่กลุ่มคนที่พูดดูถูกเพื่อนมนุษย์ สะใจเวลาเห็นคนที่คิดไม่เหมือนตัวเองต้องเสียชีวิต มักจะมาจากกลุ่มคนที่ชอบอ้างตัวเองว่าเป็นกลาง รักสงบ แตกต่างแต่ไม่แตกแยก อยากเห็นคนไทยรักกันได้อย่างเดิม บลาๆ

what an irony!



#13 By ฟ้าดิน (222.123.26.141) on 2010-04-13 03:30

ที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ ไม่ได้ยุยง คึกคะนอง หรือใช้อารมณ์นะครับ แต่ผมแนะนำว่าควรเลิกคบคนเหล่านี้โดยด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชีวิตจริง เพราะหากเขาเหล่านี้สามารถมองข้ามชีวิตได้แล้ว โดยเห็นว่าชีวิตคนอื่นไร้ค่า จะเพื่ออะไรก็ตามแต่ เขาเหล่านี้ก็ทำเรื่องเลวร้ายอื่น ๆ ได้ทั้งหมดครับ คุณไม่มีทางที่จะรู้เลยว่าเขาเหล่านั้นจะหันกลับมาทำร้ายคุณเมื่อไร ดังนั้น การเลิกคบจะเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุด

ไม่ว่าจะอ้างหลักใด ชีวิตมนุษย์คือสิ่งสำคัญที่สุดเสมอ ชีวิตมนุษย์คือสิ่งที่ทดแทนไม่ได้

#14 By bow_der_kleine (79.207.206.25) on 2010-04-13 06:08

ผมไมเคยดูถูกใคร ไม่เคยดูถูกคนที่เห็นต่าง

แต่อยากโน้มน้าวให้เขาเห็นในสิ่งที่ถูกต้องสมควรด้วยเหตุด้วยผลมากกว่า นี่แหละเป็นสิ่งที่วิญญูชนพึงกระทำ

เห็นต่างได้ แต่ เห็นถูกเป็นผิด เห็นผิดเป็นถูกนี่สังคมคงจะล่มจม !

#15 By juthas on 2010-04-13 10:44

งั้นแอด friends เราแทนก็ได้นะ อิอิ
เราไม่ฮาร์ดคอร์

จุดนี้ เรา hide เพื่อนไปหลายคน เอาเป็นว่า จบเรื่องนี้เมื่อไหร่ ค่อยกลับมาอ่านกัน
ส่วนเราคิดว่า ถ้าเพื่อนเค้าอยากออกความเห็นก็เป็นสิทธิ์ของเขาเช่นกัน
แต่เราเืลือกจะ ignore แทนที่จะ reject น่ะdouble wink

#16 By pompoko (124.120.10.64) on 2010-04-13 11:03

ส่วนตัวแล้วเชียร์ฝ่ายไหน ขอเก็บไว้ในใจแล้วกันนะ

แต่ประเด็นของเรื่องอยู่ที่ทำไมคนเราถึงมีความคิดที่โหดร้ายต่อ"คน"ด้วยกัน เพียงเพราะเค้ามีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง และแสดงออกอย่างผิดทำนองคลองธรรม ทำไมคนเราเห็นคนอื่นตายแต่ไม่สะเทือนใจ เพียงเพราะเขาเป็นฝ่ายตรงข้าม แค่นั้นหรือ

ลึกๆแล้วนัทก็เชื่อว่าคนที่คอมเมนต์แช่งชักหักกระดูกคนอื่นนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงคนที่ขาดความเอื้ออารีในชีวิตจริง แต่คนแบบนี้เชื่อเถอะว่าเค้าไม่ได้ไปฆ่าใครจริงๆหรอก มีแค่พื้นที่บนเวบที่ให้เค้ามีสิทธิมีเสียงแบบนี้ เพราะเค้าไม่สามารถจะถกเถียงทางวิชาการกับใครได้

มีบางคนที่นัทแอดไว้ เปลี่ยนดิสเพลย์ เป็นสีแดง แล้วประกาศตัวในstatus ว่ากูแดง อีกพวกก็เหมือนที่จขบ.เจอ คือไล่ให้ฝ่ายตรงข้ามไปตายห่- ตายโห- ณตอนนี้นัทยังเก็บพวกเค้าไว้ทั้งสองฝั่งนะ เพราะยังไม่มีใครหาญกล้ามาวิพากษ์ความคิดของนัทในแง่ร้าย ถือว่ายังเคารพกันอยู่ก็โอเค

นัทว่าเราทุกคน ย้ำทุกคน ควรเริ่มจากการทำใจให้สงบและเปิดตา เปิดใจฟังความคิดคนอื่นบ้าง ฟังแล้วหงุดหงิดบ้างก็ไม่เป็นไร แต่จะได้เข้าใจว่าคนอื่นมองอะไรอยู่ถึงเชื่อได้สุดจิตสุดใจแบบนั้น นาทีนี้การใช้ปัญญาได้ต้องอาศัยข้อมูลรอบด้าน

ขอให้โลกสงบสุขค่ะ

#17 By cobaltblue on 2010-04-13 11:25

เป็นกำลังใจให้น้องตี้นะครับ พี่เองก็ประสบปัญหาคล้ายๆน้องตี้เหมือนกัน

#18 By MdS (124.157.135.146) on 2010-04-13 16:40

บัดนี้ฉันได้ตอบจดหมายของเทอว์ไว้ในสเปศแล้ว
เชิญไปอ่านพลัน

#19 By แมวโพง (112.142.233.126) on 2010-04-13 16:50

มันมีจุดยืน และหนทาง ที่พวกเราต้องยืน และต้องเดินว่ะเพื่อน


กูเข้าใจมึงนะ

#20 By จั่น * (58.8.244.208) on 2010-04-13 17:31

always cheer u na

#21 By merveillesxx (58.8.121.225) on 2010-04-13 17:57

ผมเขียนตอบแล้วนะครับ confused smile Hot!

#22 By juthas on 2010-04-13 19:24

ผมไม่ได้เป็นเพือนคุณนะครับ ไม่ได้มีสีใด แค่ผ่านมาอ่าน

ผมอยากบอกว่า อยากให้คุณมองข้อมูลให้ครบด้วยครับ

ผมไม่เคยว่า คนเสื้อแดง ไม่มีการศึกษา มาชุมนุมแล้วผิด

แต่คุณใช้ common sense หน่อยว่า กิจกรรมการแห่รถไปทำความเดือดร้อน หรือ บุกเข้าสถานที่ราชการทั้งหลายโดยอุจอาจ มันไม่ใช่การกระทำของอันธพาลเหรอครับ

ผมเคารพทุกความเห็น ทุกคนที่เป็นคนไทย

แต่คนไทยบางคน ไม่เคารพสิทธิคนอื่นครับ

#23 By Sevendogs (61.90.88.11) on 2010-04-14 00:06

Hot! Hot! Hot!

#24 By sansanae on 2010-04-14 00:45

ถ้าเป็นคุณภูมิเมื่อปีก่อน น่ากลัวจะรีบไปผสมโรงกับ FB เครือนี้ด้วย
แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าตัวเอง "โตขึ้น" รู้อะไรมากขึ้น และที่สำคัญ..."ตาสว่าง" มากขึ้น
เลยได้แต่ปลงกับอคติที่ต่างฝ่ายต่างมีให้กัน

ยังไงเสีย คุณภูมิก็ไม่เคยนึกรังเกียจการชุมนุมต่อสู้ของชาวเสื้อแดง
แน่ล่ะว่าชนชั้นกลางในเมืองกรุงอย่างคุณภูมิ (ที่นานๆ ที่จะออกต่างจังหวัดที) คงไม่มีวันเข้าใจความลำบากของคนที่กลายมาเป็นกลุ่มเสื้อแดง
แต่หนึ่งปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่สงกรานต์เลือดปี 52 คุณภูมิก็ลิงเปิดใจรับชมสื่อจากทั้งสองฝั่งมากขึ้น รวมถึงสื่อจากกลุ่มที่ไม่ได้เข้าข้างใครเป็นพิเศษ (รวมถึงไม่ไว้หน้าใครด้วย)
ตอนแรกๆ ก็ตกใจอยู่เหมือนกัน แต่ไปๆ มาๆ ก็คิดตามและยอมรับได้
ทุกวันนี้เลยพยายามวางตัวเป็นกลางที่สุด ไม่อยากยุ่งเกี่ยวหรือซ้ำเติมฝ่ายไหนอีก

ยิ่งปีนี้ได้รู้ว่ามีเสื้อแดงตายจริงๆ พร้อมกับมีรูปให้เห็นเป็นหลักฐาน ยิ่งรู้สึกสงสาร
ไม่ชอบเหมือนกันครับที่วัยรุ่นเมืองกรุงทั้งหลายเอาเสื้อแดงมาด่า เอาภาพคนตายมาสมน้ำหน้ากัน มันเป็นการกระทำที่เกินเลยไปมาก
แต่ครั้นจะไปบอกไปชี้แจงก็กลัวจะโดนด่ากลับ ตัวเองก็เข้าใจดีว่าสมัยตอนที่ยังด้อยพรรษาและด้อยประสบการณ์อยู่นั้น โลกทัศน์และจิตใจคับแคบแค่ไหน

แต่ถึงอย่างไร คุณภูมิก็ยังคงขอรังเกียจบุคคลหรือกลุ่มคนที่พร้อมจะแสวงหาผลประโยชน์จากการชุมนุมของเสื้อแดง รวมถึงความตายของคนในฝ่ายใดก็ตาม โดยที่ตัวเองไม่ได้มาเดือดร้อนด้วยเลย
แค่นี้ล่ะมั้งที่ขอนึกเกลียด tongue angry smile

Hot! ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ


ปล. ดีใจที่ได้เห็น nanoguy กลับมาอัพบล็อก และก็ดีใจที่เห็น nanoguy บอกว่าชอบบทวิจารณ์ที่คุณภูมิลงไว่ในบล็อกเช่นกันครับ
รอติดตามงานเขียนของคุณอยู่เรื่อยๆ นะครับ big smile
ตอบคุณ sevendogs ทิ้งไว้แล้วกัน (เห็นบอกว่าผ่านมา ก็ไม่รู้จะได้ผ่านมาอีกรอบหรือเปล่้่า)

คุณก็ยังไม่ได้สรุปชัดเจนอยู่ดีว่า "ความเดือดร้อน" นี้คืออย่างไร เพราะถ้าจบแค่ รถติด ผมก็ถือว่าได้เขียนไปในข้อความในตัวบล็อกแล้ว คงไม่ต้องพูดซ้ำ ส่วนเรื่องบุกสถานที่ราชการ (เข้าใจว่าหมายถึงกรณีอริสมันต์บุกรัฐสภา) ไม่เถียงว่ารุนแรง แต่ถามว่าเป็นเหตุให้เหมารวมทั้งม็อบหรือไม่ ก็ยังไม่ใช่อยู่ดี

#26 By nanoguy on 2010-04-14 01:51

เป็นกำลังใจให้ค่ะ และบทความคุณกล้าหาญมากจริงๆ

#27 By zm threewattana (124.121.8.82) on 2010-04-14 01:58

รักเธอว์มากมายด์ big smile

#28 By grappa (58.9.190.202) on 2010-04-14 10:26

ผ่านมาอ่านเฉยๆเหมือนกันครับ...ออกตัวก่อนนะว่าเราไม่เชียร์ฝ่ายไหนทั้งสิ้น - เขินเหมือนกันนะเนี่ย ไม่เคยแสดงความคิดเห็นหรือทำอะไรทำนองนี้มาก่อนเลย ถ้าผิดพลาดยังไงชี้แจงกันได้นะครับ
เข้าเรื่อง -- จริงๆโดยส่วนตัวเรา เราไม่ค่อยชอบที่คุณมองว่าปัญหามันจบแค่รถติด เรามีความรู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น ยังไงซะมันก็คือการก่อความเดือดร้อนในทางหนึ่ง เราว่ามันไม่ยุติธรรมถ้าการกระทำพวกนี้มันจะทำให้คนนอกวงธรรมดาๆต้องมาพลอยรับเคราะห์ไปด้วย (เหมือนตอนที่ยึดสนามบิน แล้วมีผู้ประกอบการหลายรายธุรกิจเจ๊งนั่นแล - โอเค ถึงมันอาจจะเทียบไม่ได้กับความลำบากที่ชนชั้นล่าง (ไม่อยากใช้คำนี้แฮะ) ที่โดนมาตลอดชีวิต แต่คุณมีสิทธิ์อะไรที่ไปทำให้เขาเดือดร้อน)
ทั้งนี้ เราไม่ได้เกลียดม๊อบ (แต่รำคาญในบางครั้งเวลาที่ม๊อบแถวบ้านออกอาการป่วนเมือง) และเราเสียใจ..มากๆ..ที่ในที่สุดต้องมีคนตาย โดยที่ยังไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะจบด้วยรึเปล่า
หากการดูถูกเหยียดหยาม ด่าทอ และเห็นสนุกกับความตายนั้นเลวแล้ว (จริงๆอยากใช้อีกคำนึงมากกว่า) เราว่าคนที่เอาความตายเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ นั่นละอุบาทว์กว่า ซึ่งมันก็มาแล้วจริงๆ ทั้งนี้ถูกใจกับความคิดเห็นของคุณภูมิมากครับ

#29 By Ame-no-Uzume (203.146.145.190) on 2010-04-14 10:40

ผมเองก็ไม่ได้มองว่ามันจบแค่รถติดครับ แต่มันมีมากกว่าแค่เรื่องรถติด ที่จะเอามาตัดสินกันว่าสุดท้ายแล้วม็อบนี้ควรถูกปราบรุนแรงเช่นนี้หรือไม่

ที่น่าสนใจคือ รัฐบาลไม่เคยอ้างสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่คำเดียว

#30 By nanoguy on 2010-04-14 11:08

โชคดีที่เพื่อนใน FB พี่ส่วนใหญ่ (ซึ่งมักจะเป็นคนที่ตามมาจากในบล็อค)ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นอย่างนั้นเลย (แสดงว่าบล็อคเป็นตัวสกรีนเพื่อนที่ดีอย่างหนึ่งทีเดียว) แต่เพื่อนที่ทำงานส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบนั้น ซึ่งทุกครั้งที่เจอหรือได้ยินใครที่พูดจาทำนองนี้ก็จะทำเฉยๆหูทวนลมไป (เค้าคงไม่รู้ตัวหรอกว่าที่เรานิ่งๆนี่เรากำลังประเมินเค้าใหม่) เพราะคงเหนื่อยถ้าจะไปพูดโต้แย้งหรืออธิบาย ครั้งหนึ่งเคยมีเพื่อนที่ทำงานถามพี่ว่า "คุณโอ๊ตไม่ได้อยู่สีไหนเลยใช่มั๊ย? เป็นกลางใช่มั๊ยครับ" แล้วพี่ตอบว่า "ไม่ได้อยู่สีอะไร แต่ก็ไม่เป็นกลางนะครับ" ก็ไม่รู้ว่ามันจะเข้าใจรึเปล่า (ที่แน่ๆเป็นกลางแบบพวกมึงนี่กูไม่เอาหรอกนะ)

สู้ๆนะตี้ ชีวิตพี่ก็เลิกคบเพื่อนไปเยอะแยะ เหตุผลกระโหลกกะลากว่านี้ด้วยซ้ำ ก็เห็นอยู่มาได้สบายดี เพื่อนน่ะ มีน้อยๆแต่ "ดีๆ" จะดีกว่านะ big smile

#31 By แฟนผมฯ (112.142.208.215) on 2010-04-14 13:35

เฟซบุ๊คมันเป็นพื้นที่ส่วนตัว และบางครั้งคนก็พูดด้วยอารมณ์ในช่วงขณะหนึ่ง ด้วยความกดดัน ด้วยโทสะที่เกิดขึ้นท่ามกลางเหตุวิกฤติ... ไม่ใช่ว่าเพื่อนไม่เห็นคุณค่าของชีวิตมนุษย์หรอกนะ

ข้อความทำนองนี้พี่ก็เคยเห็นคนเสื้อแดงด่าย่ำยีศพ วิพากย์ บ้างก็ว่าสมควรตาย สมน้ำหน้า ไม่ออกไปประท้วงจะตายมั้ย ฯลฯ ตอนช่วงที่พันธมิตรโดนระเบิดน่ะ...

ตอนนั้นรู้สึกเหมือนกันว่าทำไมเขาจึงอำมหิตใจร้ายมากนัก... หากญาติเขาตาย เขาจะพูดเช่นนี้หรือไม่

แต่เมื่อได้ไตร่ตรองจึงเข้าใจอารมณ์มนุษย์...
บันดาลโทสะฆ่าคนก็มีให้เห็นอยู่เกลื่อนกล่น

ตัวนาโนเองก็เป็นคนที่แรงนัก เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง... ซึ่ง ณ ภาวะเช่นนี้ มันไม่มีความคิดของใครถูกใครผิดหมดหรอก... และบางคนเขาก็ไม่อยากโต้แย้งกับคนที่แรงและอยู่คนละฝั่งความเชื่อ...

การเลิกเป็นเพื่อนกัน เพราะด่วนตัดสินว่าเขาเป็นคนเช่นนั้นเช่นนี้เพียงคำพูดในช่วงอารมณ์ที่ไม่ปกติ... มันคุ้มค่ากับมิตรภาพดีๆ ที่เคยมีต่อกันหรือ

ปุ่ม hide มีอยู่ เจ้าซิจงใช้มันให้เป็นประโยชน์

#32 By (58.8.100.48) on 2010-04-14 13:42

ป.ล. ไม่เคยต้องล็อกอิน ไม่ชิน 55 ลืมบอกชื่อ บรรยายร่ายยาวข้างบนนั้นคือข้าพเจ้าเอง - ธนัชชา

#33 By (58.8.100.48) on 2010-04-14 13:44

เราไม่รู้จักกัน แต่ผมชื่นชมในวิธีคิดของคุณ ยินดีที่ได้อ่านครับ

#34 By ชยธร (124.121.234.252) on 2010-04-14 16:18

จริงๆแล้วเรื่อง การเมือง ศาสนา เนี่ย เป็นสิ่ง ที่ไม่สมควร เอามาพูด ยิ่งโดยเฉพาะ ใน social network ด้วยแล้ว เนี่ย อาจทำให้เสียเพื่อน ได้เยอะมากๆครับ ผมก็เป็น ที่ บางครั้งก็รำคาญเพื่อน ที่มาเขียน status ว่า แดงตายไซให้หมด แต่ผมก็อดทนนะ คือเค้าก็รู้อยู่แล้วว่าผมแดง แต่ ก็ยังคงเป็นเพื่อนกันได้ แค่ อย่าไปคิดถึงเรื่อง ที่มี อคติต่อกัน นะครับ

#35 By (124.121.64.5) on 2010-04-14 16:24

ตามลิ้งค์มาอ่านจากประชาไท ขอให้กำลังใจน้องด้วยคน
พี่เองก็ลบเพื่อนไปเป็นสิบ และไม่ได้คิดแคร์
เพราะคนที่ดูถูกคนอื่นที่ไม่รู้จักได้ เค้าก็ดูถูกเราได้
แล้วจะคบทำไม ชีวิตไม่ได้มีแค่วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้
มันมีเดือนหน้า ปีหน้า พ.ศ.หน้า ทศวรรษหน้า ศตวรรษหน้า
ยังมีเวลาค้นหาเพืื่อนอีกเยอะ อย่าให้เรื่องเล็กๆแค่นี้ มาบั่นทอนอารมณ์ ซึ่งรบกวนการใช้ชีวิต
โอ เค นะ ^^

#36 By (124.122.222.4) on 2010-04-14 16:35

เราเข้ามาอ่านตามลิงค์ซึ่งเค้าเอาไปลงที่พันทิป
แค่อยากแวะมาบอกว่า

"โปรดอย่าเกลียดชังเพื่อนมนุษย์"

เราคงได้แต่เรียกร้อง คนทุกคนว่าอย่าเกลียดชังกัน
เรามีสิทธิที่จะไม่ชอบ เรามีสิทธิที่จะไม่พอใจ
เรามีสิทธิที่จะโกรธ เรามีสิทธิที่จะอัดอั้นใจ

แต่เราจะต้องไม่เกลียดชังกัน
เพราะนั่น คือ สิ่งที่ใครบางคน
ใช้เป็นเครื่องมือ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา

#37 By เสื้อแดงคนหนึ่ง (57.73.25.165) on 2010-04-14 16:52

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น มีคำถามอยู่เพียงว่า วันนี้ สังคมไทยพร้อมแล้วหรือยังสำหรับสงครามระหว่างชนชั้นที่กำลังจะมาถึง

#38 By (118.172.29.37) on 2010-04-14 17:02

ลัทธิเทวนิยมนี่ทำให้คนหลงไหลงมงายได้ขนาดนี้ก็เพราะคนรุ่นใหม่ๆเกิดมาก็เจอข้อมูลกรอกหูกรอกตาว่าเทวดามีจริง เทวดาดีจริง ไม่มีใครในสารขันณ์นี้ดีกว่าเทวดา ซึงแต่ก่อนก็รวมทั้งผมด้วยแหละ แต่ก็มาตาสว่าง ช่วงเทวดาไปยึดสนามบินนี่แหละ

สังเกตว่าพวกเทวนิยม จะค่อนข้างอารมณ์รุนแรงมาก คล้ายๆพวกเก็บกด เทวดาของข้าดี ทุกคนต้องบูชา เอ็งไม่บูชาเอ็งสมควรตาย! ถ้าเทวดามันดีจริง ทำไมมันต้องบังคับให้นับถือ ทำไมห้ามแย้งว่าเทวดาทำไม่ดี

สารขันณ์จะไม่สงบจนกว่าความจริงจะปราำกฎว่าเทวดาไม่ดีจริง

#39 By เทวดาไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ (124.122.200.121) on 2010-04-14 17:24

ความเกลียดชังไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นสำหรับประเทศไทย ถึงเวลาแล้ว ที่ไม่ว่าเสื้อเหลืองหรือแดง จะหันหน้าเข้าหากัน ให้ความอดทนซึ่งกันและกัน และเข้าใจในความแตกต่าง เงิน ฐานะและการศึกษา ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่ามีสิทธิมากกว่าคนที่มีน้อยกว่าและไม่ได้ทำให้ความเป็นมนุษย์มากขึ้นหรือน้อยลง ความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ ความรักในความยุติธรรมต่างหาก ที่จะช่วยจรรโลงบ้านเมืองเราได้ อยากให้ทุกอย่างกลับไปเหมือนไม่มี 19 กย และทุกอย่างหลังจากนั้น ซึ่งทำให้ทุกคนหลงทางและกลับบ้านกันไม่ถูก ชัยชนะบนซากปรักหักพัง ไม่มีประโยขน์อะไรทั้งสิ้น
“Fear is the path to the dark side. Fear leads to anger. Anger leads to hate. Hate leads to suffering.”

#40 By แวะมาดู (183.89.73.13) on 2010-04-14 17:30

ตามมาจากบล็อคคุณมะเดี่ยวนะครับ ขอชื่นชมในความกล้าแสดงจุดยืนครับ

ผมก็เลิกคบเพื่อนเนื่องจากเหคุนี้ไปเยอะพอสมควรเหมือนกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าเรื่องแค่นี้ยังโกรธกันแล้วจะคบไปทำไม คบกับคนที่ใช้เหตุลนำชีวิตมากกว่านี้ดีกว่า

#41 By เป็นกำลังใจให้ (118.172.29.54) on 2010-04-14 17:30

เศร้าใจเช่ยกัยค่ะ
ไม่ว่า ใครจะตาย สีใด หรือ ชนชั้นไหน
จะเสียชีวิต
โปรดอย่า เหยยดหยาม ก่นด่า
เพราะสุดท้าย
"ก็คนไทยเหมือนกัน"

ฉันเข้าเฟคบุคแล้วก็รู้สึกเศร้าใจจริงๆ
หดหู่ใจ ที่บางครึั้งเจอถ้อนคำรุนแรง
ลักษณะ ตายๆไปซะ อะไรแบบนี้

มันเจ็บนะ
ทั้งๆที่ก็คนไทยเหมือนกัน

#42 By (180.183.53.48) on 2010-04-14 17:34

ผมขอชื่นชมความเป็นตัวตนของคุณเป็นอย่างยิ่ง
และขอคาวระความเห็นที่นาน ๆ จะมีผู้กล้าแสดงให้
สังคมเห็น แม้ว่าจะเป็นที่แคบ ๆ ผมเป็นทนายความ
แต่ปัจจุบันให้แต่คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีปัญหา ซึ่งส่วนใหญ่
คิดว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกผู้อื่นรังแก โดยไม่คิดว่าเท็จจริง
แล้วใช่อย่างที่คิดหรือไม่ การมีเพื่อน บางครั้งหรือแทบ
ทุกครั้งไม่มีเสียเลยจะดีกว่า ขณะนี้ผมเลือกที่จะพยายาม
รักษาเพื่อนที่มีอยู่ให้คงสภาพของมันอยู่ โดยไม่คิดมีเพิ่ม
อีก ขอแสดงความนับถือด้วยความจริงใจครับ

#43 By somsakt3@gmail.com (118.172.147.99) on 2010-04-14 17:45

แวะเข้ามาอ่าน และคิดวิเคราะห์และสงสัยในเหตุการณ์ปะทะด้วยใจเป็นกลาง

เราแค่สงสัยว่าทั้งฝ่ายนปช.และฝ่ายทหารเองก็ต่างมีผู้เสียชีวิตด้วยกันทั้งสองฝ่าย ส่วนสาเหตุจะมาจากการที่ต่างฝ่ายต่างยิงพวกเดียวกันมันก็แทบเป็นไปไม่ได้ ซึ่งถ้าต่างฝ่ายต่างยิงพวกเดียวกันเป็นไปไม่ได้ ก็แสดงว่าต่างฝ่ายต่างยิงกัน ซึ่งก็หมายความว่าทั้งทหารและนปช.ต่างฝ่ายก็ต่างมีอาวุธทั้งนั้น และพอยิ่งเกิดเหตุการณ์ชุลมุน แต่ละคนก็สามารถอ้างว่าใช้อาวุธเพื่อป้องกันตัว ทีนี้ทั้งสองฝ่ายก็ควรจะออกมาแสดงความรับผิดชอบ แต่ที่เห็นทุกวันนี้..คือการโทษกันไปโทษกันมาเท่านั้น

ซึ่งถ้าทั้งสองฝ่ายต่างบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำ นั่นยิ่งสนับสนุนเรื่องการมีมือที่สามที่เข้ามาป่วนให้ชัดยิ่งขึ้น..หรือท่านอื่นๆจะคิดอย่างไร

#44 By แค่วิเคราะห์ (124.121.24.129) on 2010-04-14 17:55

ตามมาจากเว็บมติชนค่ะ

^_^

ดอกมะลิ


#45 By renton (125.26.133.179) on 2010-04-14 18:08

โดนมากครับพี่

สงสารพี่มะเดี่ยวแฮะ จากนี้ต้องโดนข้อหาทักษิณจ้างให้มาเขียนแหงๆ 555+

จะว่าไป ชนชั้นกลางในพันดริ๊ฟเขาก็เป็นแฟนคลับพี่มะเดี่ยวกันนี่นะ มีหวังแทงใจดำกันไปตามๆ กันsad smile

#46 By Snicket (58.9.11.216) on 2010-04-14 18:11

เราไม่รู้จักกันก็จริงครับ

แต่เขียนได้กินใจผมมากครับ

อย่ายอมแพ้แก่สิ่งรอบตัวนะครับ


ตามมาอ่าน จาก FB

#47 By น้องชายพี่เต้ (115.128.64.76) on 2010-04-14 18:13

ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ขอบคุณที่เขียนblogเรื่องนี้ขึ้นมา โดนมากๆค่ะ

#48 By แป้ง (124.120.151.106) on 2010-04-14 18:29

ผ่านเข้ามาอ่านค่ะ อยากบอกว่ารู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน จนต้องเปิด account Facebook ใหม่เพื่อหลบนี้จากสังคมลูกเสือชาวบ้านนั้นให้ไกลๆ อย่างน้อยก็ในเวลาอันใกล้นี้

#49 By คุณมะฯ (58.8.144.50) on 2010-04-14 18:40

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! ถูกใจจัด จริงทุกประการ

#50 By Pink clouds on 2010-04-14 19:05