10 เมษายน 2553

posted on 12 Apr 2010 19:31 by nanoguy in Nanolife

จริงๆตอนนี้ผมยอมรับว่าอยู่ในภาวะอารมณ์ที่ไม่ปกติอย่างยิ่ง ผมเคยสนุกสนานกับการนั่งด่าหนังห่วยๆ ชมหนังดีๆ เป็นพารากราฟยาวๆ เพื่อมาประกอบรางวัลกำมะลองี่เง่าๆอย่าง Nanoguy Awards อยู่ทุกปี และตอนนี้ผมเองก็มีภาระต้นฉบับที่ต้องส่งบรรณาธิการ แต่นอกจากกองข้อมูลที่หามากองไว้แล้ว หนังผมก็ยังไม่ได้ดู และการเขียนก็ยังไม่คืบหน้า เพราะว่าตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์ทำอะไรจริงๆ และอาจจะต้องทิ้งรางวัลที่ผมนั่งทำมาทุกปีให้เหลือทิ้งไว้แค่นอมินี

ผมไม่ใช่คนจิตใจงดงาม อ่อนไหว เปี่ยมไปด้วยธรรมะ อะไรขนาดนั้นหรอกครับ ผมมันก็คนนิสัยธรรมดาคนนึง ที่ชอบการดูหนังเลือดสาด ฆ่าคน สมองไหล จนที่บ้านหาว่าเป็นโรคจิต แต่ตอนนี้ - อาจจะพูดเวอร์เกินไป - ผมกำลังอยู่ในขั้นเสื่อมศรัทธาในเพื่อนมนุษย์ขั้นร้ายแรง

คุณเต้-ไกรวุฒิ จุลพงศธร ตั้งสเตตัสไว้ในเฟซบุึคของเขา เรื่องของ simulacrum ที่เป็นคอนเซ็ปต์ของ Jean Baudrillard ว่าด้วยความจริงที่ยิ่งกว่าความจริง (hyperreality) และการสนทนาในวันนั้นคงให้ภาพชัดที่สุด เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ และบางทีถ้าไม่มีเฟซบุคเราก็คงไม่รู้ว่าคนรอบตัวของเราหลายคนโหดร้ายและมืดบอดแค่ไหน

ปีที่แล้ว ตอนสงกรานต์เลือด ก็มีการปราบปราม มีความรุนแรง และมีความเห็นที่สาปแช่งให้ฝ่ายตรงข้ามตายห่ากันไปให้หมด เราก็ได้แต่นั่งครุ่นคิดว่าหวังว่าพี่น้องมิตรสหายรอบตัวเราจะไม่เป็นคนจิตใจหยาบช้าเช่นนั้น หยาบช้าพอที่จะสนุกสนานเมื่อเห็นผู้ที่ยืนอยู่คนละฝั่งถูกยิงสมองไหล เลือดสาด วิญญาณดับสูญ และนั่งหัวร่อร่าบอกว่าพวกเขาเป็นควาย

แต่วันนี้เฟซบุคทำให้ผมเห็น และผมเศร้ามาก ว่าคนรอบตัวผมคิดกันได้ถึงเพียงนี้

บางคนเรียนคณะรัฐศาสตร์แท้ๆ กลับคิดได้เพียงว่า ผู้ชุมนุมเสื้อแดงมีความรู้เรื่องประชาธิปไตยมากแค่ไหน ถึงจะออกมาชุมนุมเรียกร้อง ผมเองก็อยากถามเขาเหมือนกันว่า ร่ำเรียนมาจนป่านนี้แล้ว พวกเขารู้เรื่องประชาธิปไตยจริงหรือ ถึงได้เอาสถานะของตัวเองเข้าข่มได้ขนาดนี น่าอับอายยิ่งกว่ารุ่นน้องผมคนหนึ่ง ตอนแรกผมไม่ชอบแนวคิดเขาเลย เพราะเขาสนับสนุนและชื่นชอบนายกษิต ภิรมย์ และพยายามโยนบาปให้เสื้อแดงตลอดเวลา แต่อย่างน้อยผมก็ชื่นชมเขา ที่เขายอมรับตรงๆว่าเขาไม่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย

บางคนก็ฉลาดเฉลี่ยวกว่า ใช้การเสียดสีที่เจ็บแสบกว่า ไม่มีการหลุดมาว่าอยากให้ใครตาย แต่จิตสันดานด้านหยาบมันแฝงชัดอยู่ในคำพูดเหล่านั้น

ช่วงเริ่มต้นสลายการชุมนุม (ภายใต้คำที่น่ารังเกียจทุเรศอุบาทว์อย่าง "การขอพื้นที่คืน") มีความเห็นมากมายที่สนับสนุนให้ทหารฆ่าประชาชน ผมไม่พูดก็ได้ว่าประชาชนที่ไม่มีอาวุธ เพราะเสื้อแดงเองก็ต้องมีสัญชาตญาณในการป้องกันตนเอง โดยเฉพาะเมื่อทหารมีอาวุธสงครามครบมือ อุ่นเครื่องกันมาตั้งแต่คราวที่ปะทะกันที่สถานีดาวเทียมไทยคม ที่มีการยิงกันจริงๆ และที่ผ่านฟ้า สี่แยกคอกวัว ถนนดินสอ มีกระทั่งรถถังกับรถฮัมวี่ที่บรรทุกอาวุธสงครามมาเต็มอัตรา

สิ่งพวกนี้เทียบไม่ได้นะครับ กับการปล่อยบอลลูนไปก่อกวนเฮลิคอปเตอร์(ที่ใช้ในการปล่อยแก๊สน้ำตา) การใช้ด้ามธงทิ่มๆไปที่ทหาร การขว้างปาขวดน้ำ ก้อนหิน ก้อนอิฐ หรือแม้แต่การเข้าไปรุมประชาทัณฑ์ทหาร ผมเถียงเผื่อให้อีกก็ได้ว่า แม้ผู้ชุมนุมจะมีอาวุธในลักษณะประสงค์เอาชีวิตเหมือนทหาร (เช่น ปืนอาก้า เป็นอาทิ) แต่ในขณะชุมนุมนั้น มีหลักฐานการใช้อาวุธเหล่านี้เข้าไประรานคนอื่นหรือไม่ และหากต้องมีการใช้อาวุธเหล่านี้เพื่อป้องกันตัว ก็เป็นสิทธิของผู้ชุมนุมเหมือนกัน ไม่ต่างกับที่รัฐบาลอ้างว่าทหารมีกระสุนจริงไว้เพื่อป้องกันในเหตุจวนตัว (หลังจากที่ครั้งแรกกล่าวว่ากระสุนจริงมีไว้ยิงขึ้นฟ้าเท่านั้น)

ผมช็อค เมื่อหลายคนกำลังตั้งข้อสมมติฐานว่า เสื้อแดงเริ่มต้นความรุนแรงก่อนด้วยอาวุธหนัก ดังนั้นทหารจึงมีสิทธิปราบปรามด้วยอาวุธหนักเช่นกัน ผมถามว่าถ้าทหารไม่มาที่นี่ จะเอื้อให้เกิดเหตุเช่นนี้หรือไม่?

ผมขี้เกียจย้ำซ้ำไปมาจริงๆเลย(เพราะพูดไปหลายครั้งมากในเฟซบุค) ว่าการชุมนุมของเสื้อแดงนั้นไม่ได้ิผิดกฎหมายอะไร มันมีคนเดือดร้อน ผมไม่เถียง หลายคนที่ผมรู้จักก็เดือดร้อนอย่างยิ่งเพราะการชุมนุมของคนเสื้อแดง ก็เป็นสิทธิของพวกเขาที่จะไม่ชอบม็อบ ผมก็ไม่ได้บังคับให้พวกเขามาชอบ แต่ผมรับไม่ได้กับคนที่พยายามจะเดินตามตูดรัฐบาล ด้วยการบอกว่าเสื้อแดงผิดกฎหมายอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วมีแต่กฎหมายเ