ทิ้งช่วงไปนาน(ขออภัยสำหรับผู้ที่รอคอย ด้วยภารกิจด้านเทศกาลหนังลับแลและ facebook ทำให้ผมต้อง abandon บล็อกนี้ไปยาวนานถึงกว่าครึ่งเดือนทีเดียว) หลังจากการสาธยายชะตากรรมในบ้านพักของเหล่านิสิตชนชั้นกลางอ้วนกลมทั้ง 4 (และผอมเพรียวอีก 1) ไปแล้ว ปริศนาเรื่องขี้ก็ยังคงเป็นปริศนา และยังไม่มีใครได้ฤกษ์ติดตามว่านายอำเภอถูกย้ายไปอยู่อำเภอไหนแล้วหรือเปล่า

ตามกำหนดการ และกำหนดขอบเขตการศึกษา ก็คือนิสิตที่ไปลงพื้นที่เนี่ยจะต้องไปลงพื้นที่ในหมู่บ้านกับเขาด้วยช่วงหนึ่ง นอกเหนือจากการทำงานในอำเภอ คนอ่านคงสงสัยมั้ง ทำไมไอ้ จขบ. มันไม่อัพเรื่องงานในอำเภอก่อน? ชี้แจงแถลงไขไว้ว่าจริงๆงานในอำเภอก็ไม่ได้มีอะไรแปลกประหลาดมากมาย มีอยู่อย่างเดียวมั้งก็คือการได้ไปฟังเขาสอบสวนเรื่องทุจริตกัน (โปรดติดตามตอน...ไหนไม่รู้) เลยขอข้ามมาที่เรื่องหมู่บ้านอันแสน exotic และ spectacle สำหรับคนกรุงอย่างเราๆดีกว่า

เมื่อไปชี้แจงขอบเขตการศึกษากับนายอำเภอและปลัดอาวุโสแล้ว ทั่นก็กำหนดหมู่บ้านมาให้สองหมู่บ้าน ซึ่งผู้ใหญ่บ้านของทั้งสองหมู่บ้านเนี่ย ต่างก็เคยได้รับรางวัลแหนบทองคำกันมาแล้วทั้งสิ้น เชิดชูเกียรติวงศ์ตระกูลกันไป โดยหมู่บ้านที่จะเล่าถึงในวันนี้คือหมู่บ้านแรก (หมู่บ้านที่สองไม่มีอะไรหวือหวานัก นอกจากการได้เห็นการ "ย่างคน" ที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุมา กับการไปเกี่ยวข้าวในนาคนละ 7-8 ต้น ให้พอรู้ว่าได้เกี่ยว ฮ่าๆ) ที่ตรึงตาตรึงใจพวกเรากันมาก นอกจากการได้แหนบทองคำแล้ว ยังถูกโฆษณามาก่อนอีกว่า สถาบันการเงินที่นี่มีเงินเก็บอยู่ 11 ล้านบาท (บร๊ะ!)

อำเภอดอนมดแดงนี้มี 4 ตำบล และตำบลที่ไปนี้คือตำบลท่าเมือง อันอยู่บริเวณเหนือสุดของอำเภอ ขออนุญาตปกปิดชื่อหมู่บ้านเผื่อเขาเสิร์ชกูเกิ้ลมาเจอก็แล้วกัน แต่ออกตัวไว้ก่อนว่าเราไม่ได้ไปกินนอนในหมู่บ้านกันนานนัก เพราะกำหนดที่ทางอำเภอให้มาก็คือแค่หมู่บ้านละสองวัน ให้พอเห็นภาพโดยรวมๆกันซะมากกว่า

วันแรกที่ไปถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คนหลังได้พาเดินชมหมู่บ้านด้วย ก็มีทั้งร้านขายของ ร้านอะไรต่างๆนิดหน่อย ไม่มากนัก เห็นกลุ่มแม่บ้านทำขนม(กล้วยฉาบ)ขาย พอไปถามว่าทำแล้วไปขายใคร แม่บ้านบอกว่า "อ๋อ ก็ทำขายกันเองในหมู่บ้านนี่แหละจ้ะ" (อ้าว... เหรอครับ? นึกว่าจะได้ไปขายที่อื่นอย่างในเมืองอะไรเงียะ) ดูศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรม ดูสถาบันการเงินของที่นี่(ซึ่งไม่เปิด เพราะเขาเปิดช่วงต้นเดือนเท่านั้น) ดูท้องไร่ท้องนา ป่าชุมชน ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง เสร็จแล้วก็กลับมากินข้าว ก่อนจะขึ้นไปนอนพักอดถืดกัน เพราะตื่นเช้าผิดปกติกันมากสำหรับวันนี้

หลังจากเล่นไพ่และนอนๆกันไปสักพัก ผู้ใหญ่บ้านกลับจากธุระก็ขึ้นมาปลุก เราก็นั่งฟังเลคเชอร์กันไปนิดหน่อย ก่อนจะแบ่งบ้านกัน ผู้ชาย(2 คน) นอนที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ส่วนผู้หญิง(3 คน) ไปนอนที่บ้านของแพทย์ประจำตำบล ซึ่งเป็นน้องสาวผู้ใหญ่บ้าน ตอนแรกเราฟังตำแหน่งแพทย์ประจำตำบลแล้วก็คิดไปถึงขั้นว่าแบบ โอ้ว นี่คงเป็นคนจบแพทย์ผู้แสนมีอุดมการณ์อะไรงี้ มาทำงานอยู่ในตำบลแสนไกล พอได้ยินว่าน้องสาวก็ตะหงิดๆ เลยถามว่ามีหน้าที่อะไรเหรอครับตำแหน่งนี้ ผู้ใหญ่บ้านก็บอกว่า "อ๋อ ใครเจ็บป่วยอะไรก็ไปบอก แล้วเขาก็พาไปส่งโรงบาล" (!!!!)

แบ่งบ้านกันไป เราก็ตามไปที่บ้านแพทย์ประจำตำบลด้วยอะไรด้วย ปรากฏว่าเขาเป็นคนรับเจียระไนพลอยในหมู่บ้านด้วย (ทำหลายอย่างจริง) เหลือบไปเห็นหน้าคุณแพทย์อยู่บนป้ายหาเสียงด้วย แต่เก่าแล้ว ส่วนหน้าบ้านมีป้ายสีฟ้าๆเขียนไว้ว่า "ฐานการเรียนรู้ที่ 3 เพิ่มรายได้" ลักษณะเดียวกับหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านที่เขียนว่า "ฐานการเรียนรู้ที่ 6 เอื้ออารีย์" เอ๊ะ มันชักจะยังไงๆ (เพิ่งมานึกได้กันทีหลังว่าตรงป่าชุมชนก็มีป้ายเขียนว่า "ฐานการเรียนรู้ที่ 4 ป่าชุมชน" ที่ร้านขายของก็เขียนว่า "ฐานการเรียนรู้ที่ 1 การอดออม" อืม....)

กลับมาที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ก็นั่งถามๆกันไปเรื่องโน้นนี้เกี่ยวกับหมู่บ้าน ทั่นก็เอาเอกสารอะไรต่างๆมาให้ดูอย่างมากมาย เราก็ศึกษากันไป ระหว่างที่เกิดเด๊ดแอร์เพราะนิสิตทั้งหลายกำลังนั่งดูเอกสารกันอยู่ ผู้ใหญ่บ้านก็คว้าสมุดบันทึกที่วางอยู่บนเก้าอี้ขึ้นไปอ่าน พลางพูดว่า "ไหนมาดูซิ ศึกษาแล้วได้อะไรไปบ้าง" นิสิตทั้ง 5 ต่างก็ได้แต่สะกดอารมณ์ตกตะลึงพึงประหวั่นเอาไว้ ว่า เฮ้ นั่นมันสมุดบันทึกเรามิใช่รึ เหตุใดลุงมาหยิบไปง่ายๆอย่างนั้นเล่า!

ไปหลั่นล้าบ้าบอดูทีวีกันไป (หลังจากไม่ได้ดูมาเป็นนาน นอกจากดูจอเล็กๆในมือถือจีเน็ตน้องปอยของเพื่อน) ก่อนจะถูกเจ๊แพทย์ฯ พาไปหากำนันตำบล ซึ่งอยู่หมู่บ้านตรงข้าม ก็คุยๆกันไปเรื่อยเปื่อย ถามข้อมูลไปทำรายงาน แล้วเธอก็กลับมาพาเดินในหมู่บ้าน ดูของและอะไรต่ออะไรที่เพิ่งจะดูไปเมื่อเช้าอีกรอบ นิสิตเริ่มอยากเอ่ยปากว่า "ขอเดินดูเองก็ได้ครับ พี่ไปพักผ่อนเถอะ" แต่ก็ปากหนักกันไป หรือกระทั่งเอ่ยปากกันไปแล้ว เจ๊แพทย์ฯ ก็บอกว่า "ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่พาไป"


กลับไปบ้านผู้ใหญ่บ้านตอนเย็น อาบน้ำอาบท่า แล้วบอกผู้ใหญ่บ้านว่าจะไปคุยงานที่บ้านนั้นก่อนนะครับ แล้วจะกลับมาทานข้าว ผู้ใหญ่บ้านก็บอกว่า "กลับมาเร็วๆนะ เดี๋ยวมื้อเย็นพ่อนัดคณะกรรมการหมู่บ้านมาคุยกับพวกเราด้วย" เอ๊ะ ไหนตอนแรกไม่เห็นบอก แต่ก็ดีเผื่อจะได้อะไรมากขึ้นจากเอกสารล่ะ

หลังจากคุยงาน ดูทีวี เล่นไพ่ (โปรดลำดับเอาเองว่าอย่างไหนเยอะที่สุด) ก็กลับไปกินข้าวเย็นที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ก็เตรียมใจจะคุยกับคณะกรรมการหมู่บ้านละ แต่ไปๆมาๆ ทั่นผู้ใหญ่บ้านก็ผายมือแนะนำคนหน้าใหม่ในวงอาหารว่า "อ้า.. นี่ท่านนายก อบต. ท่าเมือง กับ รองนายกฯ ที่เป็นคนบ้านนี้เอง" นิสิตทั้งหลายก็ร้องแว้กกันอยู่ในใจ แล้วกูจะคุยอะไรเล่านี่


แทนที่จะได้คุยเรื่องหมู่บ้าน เลยกลายเป็นคุยเรื่องตำบลไปซะแทน ก็คุยกันไปตั้งแต่เริ่มมื้ออาหารราวๆ 6 โมงเย็น จนซักทุ่มกว่าสองทุ่มแล้วล่ะมั้ง นิสิตทั้งหลายที่อิ่มหนำสำราญก็เริ่มหมดเรื่องคุย นายก อบต. ก็เริ่มหมดเรื่องคุย กลายเป็นเด๊ดแอร์วงเล็กๆ เพราะผู้ใหญ่บ้านกับลูกบ้านอีกวงนึงก็นั่งเมาท์กันสนุกสนาน พอหันไปมองๆหน้า เจ๊แพทย์ประจำตำบลก็หันมาบอกว่า "คุยกับท่านนายกไปก่อนสิ" (ก็เงียบกันอยู่เนี่ยอ่ะคุณ!) ก็เค้นเรื่องคุยกันอย่างสุดความสามารถ กระทั่งสามทุ่มผู้ใหญ่บ้านถึงยอมปล่อยให้นายก อบต. กลับบ้าน หลังจากนั่งคุยแบบเงียบๆ เกร็งๆ กันอยู่นานโข อาหารก็หมดไปนานเป็นปีแล้ว

จริงๆ ก่อนมื้ออาหาร สมุดบันทึกอีกเล่มหนึ่งของคนในกลุ่มก็อันตรธานไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ พอหมดมื้ออาหาร สมุดเล่มนั้นก็กลับคืนมาอย่างไม่มีสาเหตุเช่นกัน... คนที่ช่วยหาก็มาบอกว่าไปเจอวางอยู่บนโต๊ะในบ้านผู้ใหญ่บ้าน (อย่ามา Paranormal Activity กับกูบ่อยนักได้ไหม เดี๋ยวกูก็ Fourth Kind มึงซะเลยนี่!
)

นิสิตทั้งหลายเริ่มรู้สึกชีวิตไม่ปลอดภัย

 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

Comment

Comment:

Tweet

มันส์ว่ะ ดีนะ เล่มที่หยิบไปไม่ใช่ของนาโน เชื่อว่าถ้างั้นน่าจะมีอะไรมันๆ แน่

นึกถึงรายการไฮโซบ้านนอกของวู้ดดี้

อุ๊ย! Paranormal -> Forth Kind -> ไฮโซบ้านนอก

#5 By eak early : เอกเช้า on 2009-12-22 20:47

อา series นี้ยาวกว่าที่คิดสินะ...

#4 By Noir on 2009-12-22 18:47

ชักไม่ชอบมาพากลแล้วแหะ (แอ๊ะ! นี่เราจะไม่สนใจในกิจกรรมของนาโนเลยหรือนี่???) sad smile 555

#3 By Seam - C on 2009-12-22 13:51

+ เพิ่งสังเกตวันที่กับเวลาเม้นต์ของตัวเอง เลขสวยเชียว (น่าเอาไปซื้อหวย) นี่ผ่านวันที่ 21 ธันวามาแล้ว งั้นก็เตรียมนับถอยหลังโลกของเราได้ อีก 1,095 วันก็จะกลายเป็นธุลีไปแล้วสิเนี่ย หุๆ question

#2 By บลอทช์ยู (202.69.140.130) on 2009-12-22 11:26

+ เหอ! งง อัพไว้เมื่อไหร่หวา ทำไมยังไม่มีเม้นต์เลยอ่า embarrassed (พอดีพี่ก็ทำตัวสาบสูญจากโลกบล็อกไปราวๆ 3 อาทิตย์ กลับมาเลยยังไปไหนไม่ค่อยเป็น แหะๆ) ว่าแต่ทำไมหน้ามันถูกบีบ เหลือแค่ช่องยาวแคบๆ หวา อ่านยากดีอ่า

+ โห! เล่นไพ่นี่ กิจกรรมหลักเลยนะครับนั่น เอิ๊กๆ big smile

+ Para นี่พอนึกออก แต่ Forth kind นี่ ยังไงครับ? จะลักพาตัวผู้ใหญ่บ้านไปกระทำมิร้ายมิดีหรือไร กร๊ากกกกก confused smile

+ อืม ... จะว่าไปวิถีคนเมืองเช่นพวกเราๆ ก็ต่างจากวิถีชาวบ้านเยอะอยู่เหมือนกันนะครับนั่น ถ้าพี่ไปเอง ก็ไม่รู้จะปรับตัวได้รึเปล่าแฮะ เหอๆ tongue รออ่านตอนต่อไปจ้า (แต่ท่าทางคงจะอีกนานเช่นเคย)

#1 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2009-12-22 11:22