Poster 
 
เนื่องจากหนังเพิ่งออกแผ่นลิขสิทธิ์มาเมื่อเร็วๆนี้ ก็เลยขอเอามาลงบล็อกกันเน่าเสียหน่อยดีกว่า
หนังเขาดีจริงๆนะครับ เสียดายที่ตัวเลขรายได้ต่ำมาก 
 
ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Starpics ฉบับที่ 756
(ปักษ์แรก สิงหาคม 2552)


* ชื่อบทความ "สนามเด็กเล่น(แห่งใหม่)ของเด็กชาย"
จงใจตั้งให้คล้องกับบทวิจารณ์ของ ชาคร ไชยปรีชา ที่เขียนถึงภาพยนตร์เรื่อง อสุจ๊าก
ซึ่งตั้งว่า "สนามเด็กเล่นของเด็กชาย" *
 



    
ผมเพิ่งได้ดู อสุจ๊าก เป็นครั้งแรกก่อนลงมือเขียนบทความนี้ไม่นาน และมันช่วยให้ผมเห็นภาพรวมหลายๆอย่างของผู้กำกับที่ชื่อทวีวัฒน์ วันทา มากขึ้น (ถึงจะยังไม่ได้ดูหนังสั้น-หนังยาวอันว่าด้วย ขุนกระบี่ฯ ของเขาเลย) อย่างน้อยก็มากกว่าแค่การดูหนังสั้นต้นเรื่องของอนุบาลเด็กโข่งที่ชื่อ หัวหน้า
      คงเป็นเพราะหนังสั้นเรื่องหัวหน้าต้องทำในโครงการชวนเด็กดูหนัง ของ สสส. ซึ่งข้อจำกัดแน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ความยาวราวๆ 25 นาทีแน่ แต่เนื้อหาของหนังบางส่วนอาจจะถูกตัดตอนออกไปเสียก่อนเพราะมีใครบางคนเห็นว่าไม่เหมาะสมหากจะสร้างให้เด็กดู(อันนี้เป็นแค่ความคิดเพ้อเจ้อและเจืออคติของผมเองล่ะกระมัง) เพราะแค่ที่ตัวหนังสั้นออกมานี้ ในเอกสารประชาสัมพันธ์เมื่อหนังมาฉายในกรุงเทพฯ หลังไปฉายที่อื่นมา 3-4 แห่ง ความเห็นของนักวิชาการกับผู้ปกครองที่ถูกคัดเลือกมาต่างก็ตั้งคำถามถึงความรุนแรงของฉากแอ็คชั่นที่ใช้ ซึ่งเป็นไปในรูปแบบเกินจริง
      พล็อตส่วนหนึ่งที่เติมมาในหนังใหญ่อย่างชัดเจนคือตัวละครที่ชื่อ ออม(คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์) คือแน่นอนว่าอาจเป็นเหตุผลเรื่องการตลาดสวยๆส่วนหนึ่ง แต่เมื่อหนังมีเรื่องของการตกหลุมรัก และก้อนความคิดในแบบของวัยรุ่นโผล่เข้ามา ก็เห็นชัดว่าหนังดูสมบูรณ์ขึ้น นอกเหนือจากการเพิ่มแง่มุมของเรื่องราวในส่วนอื่นๆ เช่น การเป็นหัวหน้า และ ที่มาของการเป็น “เด็กโข่ง” โดยเฉพาะประการแรกที่ดูเบาบางมากๆในตัวหนังสั้น ทั้งที่ตั้งชื่อเสียชัดเจนว่า “หัวหน้า” แท้ๆ แต่กลับไปเล่นเรื่องของมิตรภาพและความเป็นเพื่อนมากกว่า
      แล้วจริงๆ อนุบาลเด็กโข่ง ก็เป็นเสมือนภาคต่อของ อสุจ๊าก อยู่กลายๆ เพราะท่าทีของหนังที่ทำตัวเสมือนสนามเด็กเล่นของเด็กชายเหมือนกัน เพียงแต่ลดวัยจากวัยรุ่นห่ามๆที่หมกมุ่นในเรื่องเซ็กส์ ลงมาเป็นเด็กวัยอนุบาลที่กำลังเริ่มแก่แดดแก่ลมแทน
 
 Gypsie

      โอม(นพฤทธิ์ สุริวงศ์) กับ สุทิน(พุฒิพงษ์ ศรีวัฒน์) อาจเป็นตัวแทนของเด็กชายในสังคมไทย –อย่างน้อยก็ในสายตาของทวีวัฒน์- ที่ต่างช่วงวัยกัน แต่ทั้งสองมีเป้าประสงค์เดียวกันชัดเจนนั่นคือเรื่องของความโด่งดังมีชื่อเสียง และเรื่องการคว้าหัวใจของหญิงที่ตัวเองหมายปอง ซึ่งกรณีของอสุจ๊ากนั้นหนังไปสุดทางกว่าเพราะวางตัวเองไว้เหนือจริงอย่างสุดขั้ว ตอนจบพระเอกจึงได้มีเซ็กส์กับนางเอกเพื่อช่วยโลกที่กำลังจะย่อยยับ และวันต่อมาคงได้แถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่าคบหาดูใจกันอยู่ อะไรทำนองนั้น ทิ้งความฝันเรื่องวงร็อคไปเสียสนิท
      ในขณะที่โอม หัวหน้าแก๊งคิงคอง เป้าหมายอยู่แค่การยึดครองดินแดนของแก๊งอื่นในตำบล(ไม่ได้อยากดังไปคับประเทศ เพราะเขาก็เป็นแค่เด็กอนุบาลอยู่ดี ถึงจะโข่งขนาดไหนก็ตาม) ก่อนที่จะมีออมก้าวเข้ามาในชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัวและดูเหนือจริงแบบสุดเว่อร์ (เธอมาทำอะไรในสะพานของหมู่บ้านที่กันดารเกินกว่าเครื่องแบบโรงเรียนนานาชาติของเธอ?) ยิ่งกับพฤติกรรมที่เธอแสดงออกกับโอม แม้จะอยู่บนพื้นฐานว่ากำลังประชด