Rachel Getting Married : The Hurtful Wedding Banquet

posted on 22 Jun 2009 18:35 by nanoguy in Article, Movies

Rachel Getting Married
ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ "ดูหนังในหนังสือ"
นิตยสาร Starpics ฉบับที่ 750 (ปักษ์แรก พ.ค. 2552) 
 
     เมื่อ Rachel Getting Married เลื่อนเครดิตจบได้พักใหญ่ มีหนังหลายเรื่องที่แล่นเข้ามาในหัวสมองผมไม่ว่าจะเป็นหนังที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของผู้คนในครอบครัวยุคนี้หลายๆเรื่อง เช่น A Christmas Tale(อาร์โนด์ เดส์เปลอแชง,2008) ที่มุ่งหมายสู่การพูดถึงครอบครัวในยุคศตวรรษที่ 21ที่เปลี่ยนแปรไปไม่เหมือนแต่ก่อน หรือกระทั่งหนังไทยเรา รักแห่งสยามก็เป็นอีกหนึ่งชื่อที่โผล่เข้ามาในเซลล์สมอง
     ครอบครัวที่กระจัดกระจายหมดยุคอยู่บ้านใหญ่สไตล์ดงผู้ดีแบบปัจจุบันนี้คงมีอยู่ไม่กี่งานที่จะเรียกพี่น้องผองญาติกลับมารวมตัวกันได้ หนึ่งก็คืองานศพสอง-วันรวมญาติตรุษจีน และสามก็คืองานแต่งงานนี่แหละแต่หนังที่ว่าด้วยการแต่งงานก็ไม่ได้แปลว่าจะแฮปปี้โกลักกี้อยู่ตลอดเวลา
     แอนน์แฮทธาเวย์ คู่ควรกับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในทุกเวที -โดยเฉพาะบนเวทีออสการ์ที่ไม่มีแซลลี่ ฮอว์กินส์ และในขณะที่ผู้เขียนยังไม่ได้ชื่นชมฝีมือของ แองเจลิน่า โจลี่กับ เมลิสซา ลีโอ- ภายใต้บท คิมน้องสาวคนเล็กของครอบครัวที่ออกจากสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดเพื่อร่วมพิธีมงคลสมรสของพี่สาวเรเชล(โรสแมรี่ เดอวิตต์)
     เมื่อ พอล(บิลเออร์วิน) ผู้เป็นพ่อไปรับคิมกลับจากสถานบำบัด แครอล(แอนนา ดีเวียร์สมิธ)ที่นั่งรถมาพร้อมกันจึงถูกแนะนำโดยอ้อมให้คนดูระหว่างที่พ่อลูกนั่งคุยสัพเพเหระกันไปในรถยนต์ ว่าเป็นภรรยาใหม่ของพอลส่วนแม่ตัวจริงของคิมกับเรเชลนั้นยังไม่ปรากฏตัวและต้องรอจนกว่าจะถึงงานเลี้ยงในคืนนั้นถึงพ่อแม่จะแยกย้ายไปแต่งงานใหม่กันเรียบร้อยก็จริงเวลาเท่านี้ก็ยังไม่มากพอที่จะทำลายภาพฝันของครอบครัวบัคแมนแสนสุขในวันแต่งงานแม้สายตาของเรเชลเมื่อคิมเข้าไปหาเธอระหว่างลองชุดจะดูห่างเหินเย็นชาไปหน่อยสองสาวก็ยังพูดคุยต่อกระซิกกันถึงเรื่องในอดีตอย่างน่ารักน่าชังตามประสาพี่น้องท้องเดียวกัน
     ถึงจะทำตัวรักกันแค่ไหนก็ตามผู้ชมที่ต้องการเห็นความวายป่วงในครอบครัวนี้ก็ไม่ต้องรอนานเพราะไม่ต้องใช้เซนส์ลึกซึ้งอะไรมากมายคิมก็รู้สึกแปลกแยกกับครอบครัวและผู้คนในงานแต่งงานนี้อย่างเหลือกำลัง(คนดูเองก็คงรู้สึกเหมือนกัน)เธอออกจากสถานบำบัดได้วันนี้วันเดียวเป็นกรณีพิเศษและทุกคนก็ใช่ว่าจะลืมกันได้ง่ายๆว่าเธอเคยติดยา และ "เหตุการณ์ในอดีต"ที่ยังฝังใจคนในครอบครัวบัคแมนอยู่จนทุกวันนี้ ยิ่งเมื่อได้ยินจากปากคีแรน(มาเธอร์ซิกเคล) เพื่อนเจ้าบ่าว-ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บำบัดอาการติดยาเหมือนคิม-ว่าเรเชลวางตัวเพื่อนสนิทให้ทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวแทนที่น้องสาวคนเดียวของเธอ
     รอยร้าวของครอบครัวเริ่มปรากฏให้เห็นกันก็ตรงนี้นี่เอง
 
Rachel & Kym 

     ในงานเลี้ยงคืนก่อนแต่งงานตามประเพณียิ่งเปิดเปลือกที่ห่อรอยร้าวนั้นไว้ให้เด่นขึ้นไปอีกคิมถูกจัดให้นั่งที่ปลายโต๊ะห่างจากสมาชิกในครอบครัวสุดกู่จนเธอต้องปริปากบ่นออกมาเองตรงๆกับพี่สาวและช่วงเวลานี้เองที่หนังได้ฤกษ์เปิดตัวคุณแม่แอ๊บบี้(เดบรา วิงเกอร์)กับสามีใหม่ที่มาถึงงานเลตไปหน่อย คิมเลยพอจะลืมความเครียดต่างๆไปได้บ้างที่ได้เจอแม่แต่เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญที่ประชาชนผู้ร่วมงานหลากสีผิวเชื้อชาติจะได้โอกาสกล่าวอวยพรแก่ว่าที่บ่าวสาวคิม(ผู้แปลกแยกด้วยชุดสีเขียวสดใส ตัดกันชุดสีพื้นๆจางๆหรือสีเข้มเป็นทางการของผู้ร่วมงานคนอื่น)ก็ถูกผลักเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความประดักประเดิดอีกครั้ง
     คิมลุกขึ้นกล่าวอวยพรพยายามทุกวิถีทางที่จะให้ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมกับ "สุนทรพจน์"ของเด็กสาวจากสถานบำบัด (เช่นที่พวกเขาร่วมหัวร่องอหายเวลาคนอื่นลุกขึ้นพูด)คำอวยพรของเธอกินเวลากว่า 5 นาที และมุ่งมั่นจะพูดเรื่องของตัวเอง จนคนในงานแม้แต่ถึงสมาชิกครอบครัวเธอต่างนั่งเงียบบ้างก็ยกไวน์ขึ้นจิบ เอาช้อนส้อมเขี่ยอาหารเล่น ผินหน้าไปทิศทางอื่นหรือบางคนก็ถึงกับส่ายหน้าด้วยความระอา ราวกับเวลามันนานชั่วกัปชั่วกัลป์ และหนังยังให้คิมต้องไปร่วมงานมีตติ้งของผู้บำบัดอาการติดยาเสพติดเสมือนไปรายงานตัวทุกวันที่เธอออกจากสถานบำบัดราวกับจงใจให้บรรยากาศในงานเป็นตัวเปรียบเทียบกับสิ่งที่เธอต้องเจอในการร่วมพิธีฉลองงานแต่งงานของพี่สาวตัวเอง
     นั่นคือช่วงเริ่มต้นของหนังที่ค่อยๆปูพื้นเตรียมเชื้อไฟไว้จุดระเบิด
     สังเกตบรรยากาศงานเพียงปรายตาคงเดาไม่ยากว่าองค์ประกอบต่างๆนั้นมีไว้เพื่ออะไร เพราะนี่น่าจะเป็นงานแต่งงานที่มีความแปลกแยกแตกต่างกันในหมู่ผู้ร่วมงานมากที่สุดงานหนึ่งในโลกภาพยนตร์เจ้าสาวเป็นคนขาว เจ้าบ่าวซิดนี่ย์(ทันเด อเดบิมเป)เป็นคนผิวดำร่างใหญ่มีคู่หนุ่มสาวชาวจีน(หรือเกาหลี)มีทหารผิวดำเพิ่งกลับจากอิรักแบบสดๆร้อนๆแถมยังสวมเครื่องแบบมางานดนตรีประกอบก็หลากหลายสุนทรียสัญชาติ ไม่แค่นั้นชุดของสาวๆในพิธียังเป็นส่าหรี่สีม่วงไลแลค
     ภายใต้ความหลากหลายชนิดเกือบกระจัดกระจายเหมือนสังคมอเมริกันนี้เองคนที่รู้สึกแปลกแยกหนักหนาจึงกลายเป็นคิมไม่ใช่เหล่าคนต่างเชื้อชาติที่มักรับบทนั้นในหนังเรื่องอื่นตามปกติเพราะในเรื่องนี้พวกเขามีเพื่อน มีเยอะเสียด้วย
    

Kym, Sydney, Rachel, Kieran

 

     หลังงานเลี้ยงก่อนวันแต่งงานไม่นานทั้