Rachel Getting Married : The Hurtful Wedding Banquet

posted on 22 Jun 2009 18:35 by nanoguy in Article, Movies

Rachel Getting Married
ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ "ดูหนังในหนังสือ"
นิตยสาร Starpics ฉบับที่ 750 (ปักษ์แรก พ.ค. 2552) 
 
     เมื่อ Rachel Getting Married เลื่อนเครดิตจบได้พักใหญ่ มีหนังหลายเรื่องที่แล่นเข้ามาในหัวสมองผมไม่ว่าจะเป็นหนังที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ของผู้คนในครอบครัวยุคนี้หลายๆเรื่อง เช่น A Christmas Tale(อาร์โนด์ เดส์เปลอแชง,2008) ที่มุ่งหมายสู่การพูดถึงครอบครัวในยุคศตวรรษที่ 21ที่เปลี่ยนแปรไปไม่เหมือนแต่ก่อน หรือกระทั่งหนังไทยเรา รักแห่งสยามก็เป็นอีกหนึ่งชื่อที่โผล่เข้ามาในเซลล์สมอง
     ครอบครัวที่กระจัดกระจายหมดยุคอยู่บ้านใหญ่สไตล์ดงผู้ดีแบบปัจจุบันนี้คงมีอยู่ไม่กี่งานที่จะเรียกพี่น้องผองญาติกลับมารวมตัวกันได้ หนึ่งก็คืองานศพสอง-วันรวมญาติตรุษจีน และสามก็คืองานแต่งงานนี่แหละแต่หนังที่ว่าด้วยการแต่งงานก็ไม่ได้แปลว่าจะแฮปปี้โกลักกี้อยู่ตลอดเวลา
     แอนน์แฮทธาเวย์ คู่ควรกับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมในทุกเวที -โดยเฉพาะบนเวทีออสการ์ที่ไม่มีแซลลี่ ฮอว์กินส์ และในขณะที่ผู้เขียนยังไม่ได้ชื่นชมฝีมือของ แองเจลิน่า โจลี่กับ เมลิสซา ลีโอ- ภายใต้บท คิมน้องสาวคนเล็กของครอบครัวที่ออกจากสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดเพื่อร่วมพิธีมงคลสมรสของพี่สาวเรเชล(โรสแมรี่ เดอวิตต์)
     เมื่อ พอล(บิลเออร์วิน) ผู้เป็นพ่อไปรับคิมกลับจากสถานบำบัด แครอล(แอนนา ดีเวียร์สมิธ)ที่นั่งรถมาพร้อมกันจึงถูกแนะนำโดยอ้อมให้คนดูระหว่างที่พ่อลูกนั่งคุยสัพเพเหระกันไปในรถยนต์ ว่าเป็นภรรยาใหม่ของพอลส่วนแม่ตัวจริงของคิมกับเรเชลนั้นยังไม่ปรากฏตัวและต้องรอจนกว่าจะถึงงานเลี้ยงในคืนนั้นถึงพ่อแม่จะแยกย้ายไปแต่งงานใหม่กันเรียบร้อยก็จริงเวลาเท่านี้ก็ยังไม่มากพอที่จะทำลายภาพฝันของครอบครัวบัคแมนแสนสุขในวันแต่งงานแม้สายตาของเรเชลเมื่อคิมเข้าไปหาเธอระหว่างลองชุดจะดูห่างเหินเย็นชาไปหน่อยสองสาวก็ยังพูดคุยต่อกระซิกกันถึงเรื่องในอดีตอย่างน่ารักน่าชังตามประสาพี่น้องท้องเดียวกัน
     ถึงจะทำตัวรักกันแค่ไหนก็ตามผู้ชมที่ต้องการเห็นความวายป่วงในครอบครัวนี้ก็ไม่ต้องรอนานเพราะไม่ต้องใช้เซนส์ลึกซึ้งอะไรมากมายคิมก็รู้สึกแปลกแยกกับครอบครัวและผู้คนในงานแต่งงานนี้อย่างเหลือกำลัง(คนดูเองก็คงรู้สึกเหมือนกัน)เธอออกจากสถานบำบัดได้วันนี้วันเดียวเป็นกรณีพิเศษและทุกคนก็ใช่ว่าจะลืมกันได้ง่ายๆว่าเธอเคยติดยา และ "เหตุการณ์ในอดีต"ที่ยังฝังใจคนในครอบครัวบัคแมนอยู่จนทุกวันนี้ ยิ่งเมื่อได้ยินจากปากคีแรน(มาเธอร์ซิกเคล) เพื่อนเจ้าบ่าว-ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้บำบัดอาการติดยาเหมือนคิม-ว่าเรเชลวางตัวเพื่อนสนิทให้ทำหน้าที่เพื่อนเจ้าสาวแทนที่น้องสาวคนเดียวของเธอ
     รอยร้าวของครอบครัวเริ่มปรากฏให้เห็นกันก็ตรงนี้นี่เอง
 
Rachel & Kym 

     ในงานเลี้ยงคืนก่อนแต่งงานตามประเพณียิ่งเปิดเปลือกที่ห่อรอยร้าวนั้นไว้ให้เด่นขึ้นไปอีกคิมถูกจัดให้นั่งที่ปลายโต๊ะห่างจากสมาชิกในครอบครัวสุดกู่จนเธอต้องปริปากบ่นออกมาเองตรงๆกับพี่สาวและช่วงเวลานี้เองที่หนังได้ฤกษ์เปิดตัวคุณแม่แอ๊บบี้(เดบรา วิงเกอร์)กับสามีใหม่ที่มาถึงงานเลตไปหน่อย คิมเลยพอจะลืมความเครียดต่างๆไปได้บ้างที่ได้เจอแม่แต่เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญที่ประชาชนผู้ร่วมงานหลากสีผิวเชื้อชาติจะได้โอกาสกล่าวอวยพรแก่ว่าที่บ่าวสาวคิม(ผู้แปลกแยกด้วยชุดสีเขียวสดใส ตัดกันชุดสีพื้นๆจางๆหรือสีเข้มเป็นทางการของผู้ร่วมงานคนอื่น)ก็ถูกผลักเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความประดักประเดิดอีกครั้ง
     คิมลุกขึ้นกล่าวอวยพรพยายามทุกวิถีทางที่จะให้ผู้ร่วมงานมีส่วนร่วมกับ "สุนทรพจน์"ของเด็กสาวจากสถานบำบัด (เช่นที่พวกเขาร่วมหัวร่องอหายเวลาคนอื่นลุกขึ้นพูด)คำอวยพรของเธอกินเวลากว่า 5 นาที และมุ่งมั่นจะพูดเรื่องของตัวเอง จนคนในงานแม้แต่ถึงสมาชิกครอบครัวเธอต่างนั่งเงียบบ้างก็ยกไวน์ขึ้นจิบ เอาช้อนส้อมเขี่ยอาหารเล่น ผินหน้าไปทิศทางอื่นหรือบางคนก็ถึงกับส่ายหน้าด้วยความระอา ราวกับเวลามันนานชั่วกัปชั่วกัลป์ และหนังยังให้คิมต้องไปร่วมงานมีตติ้งของผู้บำบัดอาการติดยาเสพติดเสมือนไปรายงานตัวทุกวันที่เธอออกจากสถานบำบัดราวกับจงใจให้บรรยากาศในงานเป็นตัวเปรียบเทียบกับสิ่งที่เธอต้องเจอในการร่วมพิธีฉลองงานแต่งงานของพี่สาวตัวเอง
     นั่นคือช่วงเริ่มต้นของหนังที่ค่อยๆปูพื้นเตรียมเชื้อไฟไว้จุดระเบิด
     สังเกตบรรยากาศงานเพียงปรายตาคงเดาไม่ยากว่าองค์ประกอบต่างๆนั้นมีไว้เพื่ออะไร เพราะนี่น่าจะเป็นงานแต่งงานที่มีความแปลกแยกแตกต่างกันในหมู่ผู้ร่วมงานมากที่สุดงานหนึ่งในโลกภาพยนตร์เจ้าสาวเป็นคนขาว เจ้าบ่าวซิดนี่ย์(ทันเด อเดบิมเป)เป็นคนผิวดำร่างใหญ่มีคู่หนุ่มสาวชาวจีน(หรือเกาหลี)มีทหารผิวดำเพิ่งกลับจากอิรักแบบสดๆร้อนๆแถมยังสวมเครื่องแบบมางานดนตรีประกอบก็หลากหลายสุนทรียสัญชาติ ไม่แค่นั้นชุดของสาวๆในพิธียังเป็นส่าหรี่สีม่วงไลแลค
     ภายใต้ความหลากหลายชนิดเกือบกระจัดกระจายเหมือนสังคมอเมริกันนี้เองคนที่รู้สึกแปลกแยกหนักหนาจึงกลายเป็นคิมไม่ใช่เหล่าคนต่างเชื้อชาติที่มักรับบทนั้นในหนังเรื่องอื่นตามปกติเพราะในเรื่องนี้พวกเขามีเพื่อน มีเยอะเสียด้วย
    

Kym, Sydney, Rachel, Kieran

 

     หลังงานเลี้ยงก่อนวันแต่งงานไม่นานทั้งบ้านก็เหลือแต่ครอบครัวบัคแมนและว่าที่สามีของเรเชลถึงเวลาที่ความสัมพันธ์แท้จริงของคนในครอบครัวนี้จะเปิดเผยให้เราเห็นกันจริงๆเสียทีเพราะถือว่าไม่มีคนนอกอยู่ในบ้านเดียวกัน(และในเฟรมภาพ)แล้ว เรเชลกับคิมปะทะกันโดยมีคำอวยพรของคิมอันว่าด้วยชีวิตของเธอและการขอโทษที่เรเชลบอกว่าเป็นการเฟคที่น่าขันแล้วจึงกลายเป็นการทะเลาะทุ่มเถียงใหญ่โตครั้งแรกสุดของหนัง(หากไม่นับตอนที่คิมมีปัญหาเรื่องการที่ไม่ได้เป็นเพื่อนเจ้าสาว)
     เพียงฉากนี้ฉากเดียวเราได้เห็นอะไรมากมายหลายอย่างที่ยังค้างคาอยู่ในครอบครัวนี้การทะเลาะปะทะคารมกันที่ค้างคาเพราะการตัดปัญหาอย่างน่าทึ่ง(ทั้งน่าชื่นชมและน่าหมั่นไส้สุดๆ)ของเรเชลพอลผู้เป็นพ่อที่พร้อมจะหนีความขัดแย้งทุกอย่างได้ทุกเมื่อในขณะที่คิมก็ยิ่งรู้สึกแปลกแยกจากคนรอบตัวหนักกว่าเดิม แต่แน่นอนว่านั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด
     ครอบครัวนี้เจอความสูญเสียใหญ่หลวงเหมือนกับบ้านของโต้งในรักแห่งสยามน้องชายคนเล็กของบ้านนี้ตายจากไปนานแล้วและเกี่ยวโยงกับอาการติดยาของคิมอย่างแยกไม่ออกเธอหลั่งน้ำตาและไม่ให้อภัยตัวเองเมื่อพูดถึงเรื่องนี้เมื่อไปงานมีตติ้งครั้งถัดมา          
     บางทีอาจไม่ใช่แค่คิมที่ไม่ให้อภัยตัวเองแต่ทุกคนในครอบครัวก็ไม่ให้อภัยเธออยู่ลึกๆในใจ(ช่วงแรกสุดของหนังเมื่อคิมกลับมาถึงบ้านใหม่ๆเรายังเห็นห้องของอีธานถูกจัดแต่งสวยงามเหมือนรอเขากลับมา)และจากบรรยากาศทุกอย่างที่ปรากฏคงไม่ได้มีแค่สมาชิกครอบครัวบัคแมนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้อยู่แก่ใจ ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะผ่านมาแค่ไหนเพราะหนังไม่ได้บอกแต่ยังไม่มีใครลืม เพียงแต่ทุกคนแกล้งๆทำลืมไม่พูดถึงมัน ซึ่งไม่ช่วยอะไร
     หนังเลือกหนทางนำเสนอเรื่องราวความสูญเสียที่เป็นแกนหลักของครอบครัวนี้ได้ชาญฉลาดมากๆด้วยการค่อยๆเผยข้อมูลออกมาทีละเล็กละน้อย ซึ่งนั่นมีผลต่อความรู้สึกคนดูโดยเฉพาะการสัมผัสกับความเจ็บปวดและอาการฝังใจของสมาชิกครอบครัวนี้การตายของอีธานมีผลแน่นอนกับความสัมพันธ์ของครอบครัวที่แตกสลายหย่าร้าง รวมถึงความระหองระแหงที่ปรากฏระหว่างเรเชลกับคิมเมื่อหนังเลือกจะไม่พูดถึงมันชัดๆ มันยิ่งขับเน้นให้เจ็บปวดมากขึ้น
     ฉากหนึ่งตอนที่คิมกำลังเริ่มมีปากเสียงกับเรเชลเรื่องผังที่นั่งในงานเลี้ยงวันแต่งงานเรเชลพาพ่อไปที่ห้องครัว ครั้นพอลถามถึงพฤติกรรมที่เรเชลแสดงออกโดยปรามๆให้เพลาความแรงลงบ้างเพราะกลัวคิมจะรู้สึกว่าครอบครัวนี้ไม่มีใครต้องการ เรเชลก็พูดออกมาชัดเจนว่า "บางครั้งหนูก็ไม่ต้องการเธอจริงๆ นี่มันงานแต่งงานของหนู!" - แต่ท่าทีของพอลที่แสดงออกมานั้น ทำให้เราเริ่มสะกิดใจว่าบางทีพ่อผู้แสนดียิ้มร่าเรียกชื่อคิมตลอดเวลาคนนี้อาจไม่ได้ต้องการให้คิมอยู่ในบ้านนี้เช่นกันเพราะความเจ็บปวดฝังใจเกี่ยวกับลูกชายคนเดียวที่เสียไป
     ต่อเนื่องจากฉากสักครู่พอลกับเรเชลยังคุยเรื่องคิมกันไม่จบดีคนอื่นๆที่นั่งคุยเรื่องผังที่นั่งอยู่ข้างนอกก็กรูกันเข้ามาบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปเป็นความสนุกสนานเมื่อซิดนี่ย์ท้าพอลให้ใส่จานลงในเครื่องล้างจานให้ได้มากที่สุด(พร้อมกับเสียงไวโอลินเร้าใจอยู่หลังฉาก)เมื่อถึงคราวของพอล ความเฮฮากำลังอยู่ในขั้นสูงสุดแต่เมื่อคิมหยิบจานออกมาจากตู้กับข้าวกองหนึ่งเพื่อมีส่วนร่วมกับเกม ปรากฏว่าหนึ่งในนั้นคือจานของอีธานที่เขียนชื่อติดหราอย่างชัดเจนทำให้พอลถึงกับนิ่งงันทำอะไรไม่ถูกไปพักใหญ่ จนทุกอย่างและทุกคนเกิดอาการเย็นชาลงอย่างปัจจุบันทันด่วน
     ไม่ใช่แค่นั้นเมื่อเรเชลกับคิมไปร้านทำผมด้วยกัน ไม่รู้ว่าฟ้าลิขิตหรือกลั่นแกล้งคิม ที่ให้หนึ่งในอดีตผู้ติดยาเดินเข้ามาทักทายเธอซึ่งทำให้เรื่องที่คิมเคยโกหกเกี่ยวกับครอบครัวตัวเองไว้อย่างเหนือจริงลอยไปเข้าหูพี่สาวตลกดีเหมือนกันที่เรเชลโกรธกราดเกรี้ยวจะเป็นจะตายเมื่อรู้ว่าคิมโกหกเกี่ยวกับตัวเองแต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่คนอื่นกำลังปฏิบัติต่อคิมอยู่นั้นเป็นความรู้สึกที่แท้จริงและไม่ได้โกหกหรือกำลังหลอกใคร
     พฤติกรรมของคิมไม่ได้เป็นคนน่าสงสารหรือน่าเห็นใจขนาดจะเป็นนางเอกเจ้าน้ำตา(และแฮทธาเวย์ทำหน้าที่ตรงนี้ได้สมบูรณ์แบบ)แต่เธอกำลังร้องไห้อย่างหนักเมื่อพี่สาวเธอยอมรับตรงๆต่อหน้าว่าหลังอีธานตายถ้าคิมไม่ดีขึ้น เธอก็น่าจะตายๆไปซะ - แน่นอนว่านั่นพูดอยู่บนพื้นฐานของคนที่ไม่เคยเมายา ไม่เคยอยู่ในสภาพแวดล้อมของสถานบำบัดคิมตอบกลับได้เท่านั้นเอง
     แต่คนที่ทำให้หนังเรื่องนี้เจ็บปวดที่สุดคือเดบรา วิงเกอร์

Abby

     บทแม่ของเรเชลกับคิมไม่ได้ปรากฏตัวบนจอมากมายเลยแต่เธอคือตัวละครที่เหมือนมีหน้าที่ตอกหมุดแห่งความชอกช้ำลงไปในเรื่องราวเธอเป็นแม่เจ้าสาวที่ไม่ยินดียินร้ายที่ภรรยาใหม่ของพอลจะรับหน้าที่หลากหลายในงานแต่งของลูกสาวตัวเองเธอมางานแต่งงานสายโดยดูเหมือนไม่ยี่หระใดๆและหากสังเกตสายตาของเธอตอนทักทายลูกสาว ผมไม่รู้ว่ามองผิดไปคนเดียวหรือเปล่าแต่ดวงตาเธอที่มองแขกร่วมงานคนอื่นดูจะเปล่งประกายของความยินดีมากกว่าตอนสวมกอดลูกสาวทั้งสองคนด้วยซ้ำ
     คิมที่กำลังโศกเศร้าสับสนขับรถไปหาแม่ที่บ้านและเมื่อถามคำถามสำคัญว่าทำไมแม่ถึงปล่อยให้เธอดูแลอีธานในวันนั้นแอ๊บบี้ที่ดูสงบนิ่งสง่างามมาตั้งแต่ต้นเรื่องก็ตบะแตกอย่างไม่น่าเชื่อเพียงชั่วครู่เธอพุ่งเข้าขึ้นคร่อมบีบคอลูกสาวตัวเองอย่างสิ้นสติราวกับโกรธแค้นที่เหมือนกำลังถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุการตายของลูกชายคนเล็ก
     หรือบางทีนี่จะเป็นเพียงเกมแห่งการโยนความผิดกันแน่ความคลุมเครือในบทบาทและความรู้สึกของแอ๊บบี้ยิ่งทำให้น่าสงสัยยิ่งขึ้นบางทีเธออาจจะเป็นคนที่ไม่ได้สนใจความอยู่รอด ความเป็นอยู่และความเป็นไปของครอบครัวบัคแมนเลย หรือแม้กระทั่งว่าเธอรักลูกของเธอทั้งสามคนจริงๆหรือเปล่ากลับกลายเป็นคำถามที่ต้องคิดหนัก เพราะเหตุใดเธอจึงปล่อยให้เด็กติดยาอายุสิบหกปีเป็นคนขับรถพาลูกชายวัยกำลังน่ารักข้ามสะพานจนเกิดอุบัติเหตุคราวนั้นและเพราะความรู้สึกทำนองนี้หรือเปล่าที่นำไปสู่การหย่าร้างระหว่างเธอกับพอล
     กระทั่งในคืนวันแต่งงานแอ๊บบี้กับสามีใหม่ก็ขอตัวออกจากงานไปก่อนคิมกับแม่ยังมีอะไรที่ไม่เข้าใจค้างคาระหว่างกันอีกมาก แต่ช่วงเวลาที่เจอหน้ากันการที่แม่ลูกคู่นี้แทบไม่ได้พูดคุยกันเพื่อสะสางสิ่งที่ติดอยู่ในใจทั้งคู่ทำให้กลายเป็นโมเมนต์ที่น่าใจหาย (และบางทีผมอาจคิดไปเองอีกแล้วว่าสีหน้าของแอ๊บบี้ตอนที่เธอกอดลาลูกสาวทั้งสองนั้นเหมือนสีหน้าของคนอึดอัดหายใจไม่ออกมากกว่าคนที่กำลังกอดลูกสาวตัวเอง)
     ความหวังและความพยายามจะเยียวยารอยร้าวของครอบครัวในรักแห่งสยามยังช่วยให้ครอบครัวกลับมาประสานกันและเยียวยาก้าวผ่านความสูญเสียยิ่งใหญ่ไปได้แม้จะไม่เหมือนเดิมร้อยเปอร์เซนต์แต่เมื่อดูครอบครัวบัคแมนที่แตกสลายนี้แล้ว ดูพวกเขาจะสาหัสกว่าหลายเท่าและที่ทำให้มันหนักกว่าหลายเท่าก็เพราะพวกเขามัวแต่หมกมุ่น จมปลักหรือกระทั่งป้ายสีความผิดให้กันโดยใช้ความสูญเสียเป็นตัวเร่งเชื้อไฟให้ร้อนแรงยิ่งๆขึ้นไป
     และทั้งหมดนั้นดำเนินไปภายใต้บรรยากาศที่ดูปกติสามัญเหลือ
เกิน

Abby, Rachel, Kym

Comment

Comment:

Tweet

Turn to companies that offer professional resume writers review and impress your interviewer with the excellently formulated curriculum vitae.

#25 By Check here (103.7.57.18|91.201.64.16) on 2013-02-26 09:51

Professional resume writers review will hint you where to buy resume paper when you are too busy to write a resume, simply visit Resumes expert company, check out resume templates and our best resume writers will be ready to provide you help with resume writing. Buying resume with us is pretty easy, order resume now and stay satisfied about your future career.

#24 By home page (103.7.57.18|91.201.64.16) on 2013-02-23 13:47

Fraud custom writing corporations have made a lot of bad things to people. However, that is not a point you should reject to purchase term papers because of.

#23 By customs essays (103.7.57.18|91.201.64.16) on 2012-10-06 21:00

Whenever you have no idea where to buy resume paper and long for CV writing services, visit Prime Resume center. You can look through resume writing samples or order resume from expert resume writers.

#22 By site (103.7.57.18|91.201.64.16) on 2012-09-08 07:36

I recognize, the topic referring to this good post is superior and people would notise the paper writing service to buy an essay or buy term paper close to that!

#21 By buy an essay (193.105.210.41) on 2011-10-31 14:44

You are failing if opine that is not hard to buy original custom term paper. It's very hard to see professional companies in the internet. University students, usually try a lot of them before they determine professional one.

#20 By buy non-plagiarized term paper (193.105.210.41) on 2011-10-31 12:01

Your smashing fact could be favourite like the cell phone ringtones at the ringtone for free firm are.

#19 By free ringtones for free (193.105.210.41) on 2011-10-27 21:01

Now, university students have an opportunity not to spend their time creating term papers. They can just buy written research papers and feel free.

#18 By custom term paper (193.105.210.41) on 2011-10-20 16:43

All people deserve very good life time and <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/mortgage-loans">mortgage loans</a> or small business loan can make it much better. Because people's freedom is based on money state.

#17 By AdelaCurry22 (91.212.226.143) on 2011-10-15 15:20

นึกเสียดายแอนน์ แฮทธาเวย์ที่ไม่ได้คว้าออสการ์ในปีนั้นไป แอนน์แสดงได้ดีมากเลยค่ะ ถือว่าเป็นการพลิกบทบาทที่ยอดเยี่ยมของเธอครั้งแรก หลังจากที่เล่นหนังหวังเงินมาตลอด

#16 By ilovehollywood on 2010-08-29 11:00

The essays written related to this topic composing is a very complicated action, but if you’re not a real professional, you have got an opportunity to get the issue just about essay editing at the essay writing service effortless.

#15 By written essay (91.201.66.6) on 2010-08-17 14:26

อ๊ากก ยังไม่ได้ดู -*-

และพอมันผ่านโมเม้นท์มาแล้ว กว่าจะกลับไปดูนี่ก็คงหลายเพลา ฮ่าๆๆ

ปอลอ. นาโนไม่ไปดู TF: ROTF จริงรือ... แล้วจะพลาดอะไรดีๆในชีวิตไปนะ 55+

#13 By BdMd (124.122.252.149) on 2009-06-30 22:30

รักหนังเรื่องนี้ นึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะไม่พอใจอะไรตรงไหนได้

คิดๆ แล้วก็ใจหายนะ ลองนึกภาพแทนตัวเราเป็นคนอื่นในครอบครัวที่ไม่ใช่คิมสิ แบบไม่มีอคติเลยนะ แบบถ้าคิมไม่ใช่นางเอกของเรื่อง แบบถ้าคิมไม่สวยเหมือนแอน แฮตตาเวย์อย่างงี้ เราพบว่าเราเองก็คงเกลียดคิมมากเหมือนกันนะ เพราะเธอเป็นตัวชิบหายของบ้าน เธอทำให้น้องชายตาย เธอติดยา ฯลฯ คิดแล้วใจหายว่ะ

ร้องไห้หนักหน่วงมากมายขณะดูหนังเรื่องนี้

#12 By eak early : เอกเช้า on 2009-06-23 23:12

ตอนท้ายคุณแม่อาจจะยังไม่กล้าสู้หน้าลูกสาว เพราะได้ตบและต่อยกันไปเมื่อคืน แต่เธอคงใช้สมองอันเฉียบไวคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าหลบๆไปปัญหาก็ยังอยู่ ของเจอหน้ากันจะดีกว่า แต่เธอก็คงกลัวว่าลูกอาจจะไม่ให้อภัยเธอ เหมือนที่คิมเจอ

#11 By Ghoeby (114.128.127.43) on 2009-06-23 19:18

ล้อเล่นครับ question

#10 By Ghoeby (114.128.127.43) on 2009-06-23 19:08

ไม่กล้าอ่านเยอะ ขอดูหนังก่อนนะ big smile

#9 By Seam - C on 2009-06-23 09:36

ได้ดูแล้วเหมือนกันครับ แค่ไม่ได้ชอบมากเท่าไรbig smile

#8 By Rachel Komolsut on 2009-06-23 07:43

ชอบเรื่องนี้มาก แต่จะเล่าว่าได้ดูแบบซับนรก แล้วตอนเปิดเรื่องช่วงนั่งรถคิมก็พูดว่า "ฉันอยากกินโค๊กในน้ำพุ" sad smile

#7 By binkybear on 2009-06-23 00:59

+ อ่านแล้วก็ให้นึกถึง Margot at the wedding (จำไม่ได้ว่าตี่ตี้ได้ดูไปแล้วรึยัง) ที่พี่เพิ่งได้ดูทางเคเบิลไปเมื่อตอนต้นเดือน เพราะใช้การแต่งงานเป็นสื่อในการเปิดเผยถึงความร้าวฉานของครอบครัวที่ล่มสลายคล้ายๆ กันเลยครับ ... และกับเรื่องนั้น ศูนย์กลางของเรื่องคือ นิโคล คิดแมน ก็แสดงได้เหวอเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน sad smile

+ ดีใจที่อดีตเจ้าหญิงอย่าง แอน แฮธ ไม่จมปลักอยู่กับความแอ๊บแบ๊ว แต่สามารถยกระดับฝีมือตัวเองขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วอ่ะครับ จะรอชมเธอในเรื่องต่อๆ ไป และสำหรับเรื่องนี้ หวังว่าพี่คงจะได้ชมในเร็วๆ นี้ open-mounthed smile

#6 By บลูยอชท์ (125.25.79.242) on 2009-06-23 00:00

^
^
เข้าหน้า Year 2009 แล้วก็ช่วยดูหน่อยว่าดูอะไรไปแล้วบ้าง

#5 By nanoguy on 2009-06-22 22:31

อะไรกัน เมลิสซา ลีโอ ออกจะเยี่ยมซะขนาดนั้น เชอะ

#4 By Ghoeby (222.123.218.62) on 2009-06-22 21:59

อ้าว ไอ้เราก็ดันมองผ่านตอนไปร้านดีวีดีครั้งล่าสุด เล่าซะเสียดาย

รูปที่เอามาแปะมีทั้งรูปพี่และแฟนพี่เลย (บอกแค่นี้คงรู้แล้วใช่มั๊ยว่ารูปไหน?)

#3 By แฟนผมฯ (112.142.210.118) on 2009-06-22 21:56

เล่าซะน่าดูขึ้นเ็ป็นกองเลยครับ big smile

#2 By Mc'Murphy (118.173.88.92) on 2009-06-22 21:11

ชอบเรื่องนี้ หนังไม่ได้ทำให้คิมดูน่าสงสารจนเกินไป แต่เป็นคนที่ดิ้นรนอยากได้รับการยอมรับจากคนในครอบครัวอีกครั้ง


ดูเรื่องนี้แล้วมองแอนต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ ที่เคยดู

#1 By tapum on 2009-06-22 19:25