ประกาศผล Nanoguy Awards 2008

posted on 10 Mar 2009 20:35 by nanoguy in Movies

  !COMPLETED!


HONORABLE ACTOR & ACTRESS
 
เมื่อคราวที่ประกาศรายชื่อ Shortlist ออกมานั้น
ทางคณะกรรมการได้ประกาศภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล Honorable Mention ไปก่อนแล้ว
โดยเป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายครั้งแรกในโลก ก่อนปี 1999
หรือ 10 ปี ก่อนการประกาศรางวัลประจำปี 2008
ดังนั้น เราก็จะขอยกย่องนักแสดงที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม ในหนังที่อายุเก่ากว่า 10 ปีเช่นกัน
 
ขอให้ผู้ชมทุกท่านลุกขึ้นปรบมือให้เกียรติแก่นักแสดงทุกท่านอย่างพร้อมเพรียง~
 
HONORABLE ACTOR
 
Anthony PerkinsBrad Dourifไชยา สุริยันJack Nicholson (One Flew Over the Cuckoo's Nest)
Jack Nicholson (The Shining)Leslie CheungMalcolm McDowellTony Leung
 
Anthony Perkins
(Psycho)
Brad Dourif
(One Flew Over the Cuckoo's Nest)
ไชยา สุริยัน
(เรือนแพ)
Jack Nicholson
(One Flew Over the Cuckoo's Nest / The Shining)
Leslie Cheung
(Happy Together)
Malcolm McDowell
(A Clockwork Orange)
Tony Leung
(Happy Together)

 
HONORABLE ACTRESS
 
 WAKAO Ayako (Elegant Beast)WAKAO Ayako (A Geisha)Charlotte RamplingFaye WongGrace Kelly
จินตหรา สุขพัฒน์Kate WinsletLouise FletcherMichelle PfeifferShelley DuvallTilda Swinton
 
WAKAO Ayako
(Elegant Beast / A Geisha)

Charlotte Rampling
(Max Mon Amour)
Faye Wong
(Chungking Express)
Grace Kelly
(Dial M for Murder)
จินตหรา สุึขพัฒน์
(กาลครั้งหนึ่งเมื่อเช้านี้)
Kate Winslet
(Titanic)
Louise Fletcher
(One Flew Over the Cuckoo's Nest)
Michelle Pfeiffer
(Batman Returns)
Shelley Duvall
(The Shining)
Tilda Swinton
(Caravaggio)


WORST FOREIGN FILM OF THE YEAR

      กลับมาสู่ความชั่วร้ายที่ปรากฏ หลังจากเริ่มงานกันด้วยความมงคลกันไปแล้วนะครับ (แม้ว่าหลายคนจะกลัวผีเกรซ เคลลี่ จนกลับบ้านไปก่อนก็ตาม) จริงๆแล้วเราอยากให้ทั้ง Jason Friedberg กับ Aaron Seltzer ผู้กำกับหนังยอดแย่ปีก่อน(Epic Movie) มาเป็นผู้ประกาศและมอบรางวัลอันยิ่งใหญ่ทรงเกียรติของเรา แต่ทั้งคู่แจ้งมาว่ากำลังปั่นผลงานเรื่องใหม่ หวังคว้ารางวัลของเราให้ได้ (แต่คณะกรรมการคงไม่อุทิศตนอันทรงค่าไปเกลือกกลั้วทรมานใจเล่นหรอกครับ ฮ่าๆ หาไม่แล้ว ผลงานใหม่ของเขาทั้ง Disaster Movie กับ Meet the Spartans คงได้เข้าชิงรางวัลของปีนี้)

     ผู้เข้าชิงยอดอัปยศทั้ง 5 ได้แก่...

 Kung Fu Dunk
The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor
Sky of Love
Step Up 2: The Streets
Street Kings

     ผู้ประกาศรางวัลสุดเซอร์ไพรส์จากภาพยนตร์ที่เคยเข้าชิงปีที่แล้วอย่าง เพื่อน กูรักมึงว่ะ .. พจน์ อานนท์ ออกมาแกะซองประกาศชื่อภาพยนตร์ต่างประเทศยอดแย่ในปีนี้ ถือตัวโทรฟี่รางวัลที่เขาได้รับเมื่อปีที่แล้วออกมา พร้อมกับโทรฟี่รางวัลจากประเทศเบลเยี่ยม เลียนแบบ Halle Berry บนเวทีราซซี่เมื่อปีไหนสักปีนี่แหละ

     "และภาพยนตร์ต่างประเทศยอดแย่ประจำปี 2008 ของ Nanoguy Awards คือ..."

Kung Fu Dunk
Kung Fu Dunk

     ปีนี้มีทั้งหนังเล็กหนังใหญ่ หนังฝรั่งหนังเอเชีย เข้าชิงกันอย่างครบถ้วนในสาขารางวัลนี้
     ผู้แพ้รายแรก The Mummy ภาคล่าสุด ที่ผู้กำกับ Rob Cohen ให้สัมภาษณ์อย่างสุดแสนจะกร่างว่าหนังภาคนี้จะทั้งสมจริง แอ็คชั่น ยิ่งกว่าสองภาคแรกที่กำกับโดย Stephen Sommers แต่พี่ครับ แค่เลือกมาใช้ผีจักรพรรดิจีนเป็น "มัมมี่" มันก็น่าตั้งคำถามพออยู่แล้ว ไอ้ตำนานอะไรต่างๆที่พี่พยายามบอกว่า "สมจริง" เนี่ยะ มันมีซักกระผีกหรือเปล่า ไหนจะให้เจ้าแม่อมตะชาวจีนมาพูดภาษาอังกฤษตอนร่ายมนต์สะกดจิ๋นซี (ฟังรู้เรื่องด้วยเรอะ?) แล้วการเอานักแสดงมาเดินเล่นเฉิดฉายกลางฉาก ทำตัวตลกโปกฮาไปเรื่อยๆนี่้มันคืออะไรหรือ? ถ้าไม่ติดว่า Isabella Leong ในบทลูกสาวของ Michelle Yeoh ยังพอแสดงได้ดีในระดับหนึ่งช่วยกู้หน้าหนังเอาไว้ได้ คิดว่าหนังคงเละเทะยิ่งกว่านี้และเดินทางถึงรางวัลเป็นแน่
     ตามติดมาด้วย Sky of Love หนังสัญชาติญี่ปุ่นที่สร้างจากนิยายมือถือสุดฮิตสุดฮ็อต แม้จะทำใจก่อนดูแล้วก็ตามว่ามันคงโคตรจะเป็นความรักโรแมนติกสุดเลี่ยนเหมือนนิยายปกขาวพะยี่ห้อสำนักพิมพ์แจ่มใสที่ขายดียังกะเอาไปเททิ้งโรงเผาขยะ แต่ก็ยังรับไม่ได้อยู่ดีกับความพยายามจะอินเทรนด์ และความพยายามสุดๆที่จะโรแมนติก กระทั่งให้นางเอกทิ้งผัวใหม่ เพื่อกลับไปดูแลผัวเก่าที่นอนพะงาบๆ โดยไม่ได้แคร์ความรู้สึกของเขาเลย เหนือไปกว่านั้น ความประดักประเดิดในการออกแบบฉากต่างๆนานา ก็เหลือจะรับจริงๆ เอาแค่ตอนที่ผัวเก่านางเอก(ไอ้หัวขาว)กำลังจะตาย คุณเธอพยายามวิ่งไปโรงพยาบาลให้ทันดูใจ แต่ก็ยังมีกะใจจะกดมือถือแล้วเล่น video conference กับผัวเธอจนสะดุดล้มหกคะเมนไม่เป็นท่า คงจะไปโรงบาลทันอยู่หรอก สมน้ำหน้า
     Step Up 2 นี้ไม่ได้น่าตั้งความหวังให้เป็นหนังดีอยู่แล้ว แต่อารามที่มันเละเทะกว่าที่คาดหวังไว้แต่แรกก็เพราะมันเป็นหนังที่ดูไม่มีความมุ่งหมายอะไรเลยนอกจากการเอาคนหน้าตา(เหมือนจะ)ดี มาเต้นๆโชว์สเต็ป(เหมือนจะ)เทพกันไปตามเรื่องราว โดยเฉพาะไอ้ฉากเต้นกลางสายฝนตอนท้ายเรื่องเนี่ย แหม เต้นกันพลิ้วไสว เตะน้ำกับปิ้วๆให้กล้องสโลว์โมชั่นกันสุดๆ ราวกับเป็นแม่ย่านางรู้ดินฟ้าพยากรณ์ แถมปัญหาความขัดแย้งก็คลี่คลายได้อย่างง่ายดายเหลือเกินด้วยสุนทรพจน์อันแสนสะเหร่อเบ๊อะของยัยนางเอก!!!
     Street Kings เรื่องสุดท้าย เรื่องนี้แทบจะโขกออกมาจากหนังอาชญากรรมธรรมดาทั่วไป พล็อตเรื่องไม่ได้เดายากอะไร การแสดงของ Keanu Reeves ในเรื่องนี้คงเป็นพาสปอร์ตชั้นดีที่ทำให้เขาได้รับบทมนุษย์ต่างดาวหน้าตายใน The Day the Earth Stood Still ส่วน Forest Whitaker ก็เล่นยัีงกะคิดว่าตัวเองเป็น อีดี้ อามิน และหวังว่าเล่นแบบนี้พี่แกจะได้ออสการ์อีกซักตัว แต่เอาออสเกือกไปแทนน่าจะดีกว่าล่ะมั้ง ข้อดีอย่างเดียวของหนังคือการแสดงของ Chris Evans ในบทบาทที่ไร้ความหมายต่อตัวหนัีงอย่างสิ้นเชิง
     สาธยายความชั่วร้ายกันมาเสียขนาดนี้ ก็ถึงเวลาของ Kung Fu Dunk เสียทีว่าทำไมถึงเอาชนะคู่แข่งสุดหินเหล่านั้นมาได้ จุดมุ่งหมายของมันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย มันเป็นหนังที่ทำมาเพื่อขายกลุ่มแฟนๆของพ่อนักร้องหน้าตายอย่าง Jay Chou โดยเฉพาะ การแสดงแบบตายสนิทของไอ้หนุ่มเจย์มันอาจจะดูดีใน Curse of the Golden Flower แต่ไม่รู้ทำไมทั้งในหนังที่พี่แกกำกับเองอย่าง Secret และมาถึงเรื่องนี้ ถึงได้พยายามให้ไอ้หน้าตายนี่พยายามจะแอ๊บแบ๊วทำตลก ซึ่งก็แสดงให้เห็นกันชัดเจนแล้วว่าไม่ได้เข้ากันเลยซักกะนิด! ตามมาด้วยพล็อตลูกบา่สพลังไฟที่ยังกับไปเอา Slam Dunk + Shaolin Soccer แต่ตัดส่วนดีทั้งหมดออกไป เอาเวลาไปคิดเอฟเฟกต์ให้มันเวอร์อลังการเข้าไว้ ทำตัวเป็นแฟนตาซีเหมือนจะให้คนดูคิดเสียว่า "มึงก็ลืมๆไปเหอะว่าหนังกูมันไร้สาระ และไร้ความสมจริงแค่ไหน" ใช่สิ ลูกบาสมันทะลุพื้นเป็นรู เป็นลูกไฟ นักบาสก็แทบจะวาดลีลาแม่ไม้มวยไทยใส่กันจนนอนน็อคเอาต์อยู่ที่สนามกันเป็นสิบ แต่ทั้งคนดูเอย กรรมการเอย ก็หาได้นำพา แถมตอนสุดท้ายยังมีมุขเด็ดสุดยอดแห่งทศวรรษ เมื่อทีมของไอ้เจย์มันเสือกแพ้ ปรากฏว่าวิชาสุดยอดกังฟูที่ฝึกมาแต่เด็กก็ถึงกาลแก่กล้าอย่างพอดิบพอดี ไอ้เจย์เลยปฏิบัติการย้อนเวลาแล้วพาทีมของมันพลิกกลับมาชนะอย่างน่าภาคภูมิใจ!!!
     น่าจะเอาไอ้พลังย้อนเวลานี่ย้อนกลับไปเลิกทำหนังแบบนี้ดีกว่า


WORST FOREIGN ACTRESS OF THE YEAR
 
 เหตุที่เราไม่ประกาศชื่อผู้เข้าชิงรางวัีลสาขานักแสดงยอดแย่ทั้งหมด ก็เพราะเราห่วงเรตติ้ง กลัวดาราไม่มาร่วมงานนั่นเอง ดังนั้นเราก็จะมาเซอร์ไำพรส์ ทิ้งระเบิดดังตู้มต้ามกันเอาในวันประกาศรางวัลนี่เอง ฮาฮา
 
ผู้เข้าชิงนักแสดงหญิงยอดแย่ในภาพยนตร์ต่างประเทศมีดังต่อไปนี้
 
Briana Evigan (Step Up 2: The Streets)
Julia Roberts (Charlie Wilson's War)
Katie Holmes (Batman Begins)
Rachel Weisz (My Blueberry Nights)
Maggie Gyllenhaal (The Dark Knight)
 
 และผู้ชนะคนแรกในสาขานี้ของ Nanoguy Awards ก็คือ.....
 
 Julia Roberts
Julia Roberts
(Charlie Wilson's War)
 
     นักแสดงหญิงในหนังต่างประเทศปีนี้ถือว่า "หาแย่" ยากทีเดียว คนที่หลุดเข้ามาพิจารณาในรอบสุดท้ายจึงมีแค่สิบคนเท่านั้น (คนอื่นที่หลุดๆไปก็เช่น Zooey Deschanel จาก The Happening และ Gwyneth Paltrow จาก Iron Man หรือสองสาวแห่ง เดอะมัมมี่สาม เป็นต้น) และห้าคนสุดท้ายนี้ก็ถือว่าปริ่มๆจะเข้าขั้นอ๋องประจำปีทีเดียว
     ในห้าคนนี้ ดูชื่อชั้นแล้วใครๆก็คงคิดว่าแม่สาวนางเอกจาก Step Up 2 คงจะคว้ารางวัลไปนอนกอดอย่างง่ายดาย แต่บังเอิญคณะกรรมการมองว่าอย่างน้อยเธอก็พอจะทำหน้าที่ได้ดี ในฉากเต้น ฉากอะไรต่ออะไร รวมถึงบทมันก็ไม่ได้ดีได้ส่งอะไรให้เธอมากมาย เลยยังปรานีไม่ให้รางวัลเธอในที่สุด ครั้นจะเอาความอวบของเธอ(และการที่หน้าเธอบนโปสเตอร์ช่างแสนหลอกลวง) มาตัดสินก็ดูจะอยุติธรรมเกินไป รางวัลจะไร้ความน่าเชื่อถือเสีัยเปล่้่าๆ
     สองสาวจากทวิภาค Batman ของ Christopher Nolan ก็สร้างประวัติศาสตร์มาเข้าชิงนักแสดงยอดแย่กันหมด จริงๆคงต้องโทษที่บทมันไม่ส่งด้วย (น่าจะประจักษ์ว่า คริสโตเฟอร์ โนแลน ไร้ความสามารถในการกำกับนักแสดงหญิงอย่างสิ้นเชิง ฮ่าๆๆ) รายแรก Katie Holmes นี้แม้ตอนเข้าชิงราซซี่จะยังนั่งสงสารว่า แหมแค่เป็นเมียทอม ครูซ ก็ดันเข้าชิงซะแล้ว ช่างทำร้ายสาวน้อยน่ารักกันซะมิมี แต่พอดูเรื่องนี้แล้วก็ได้แต่นั่งถอนหายใจ ไม่รู้ผู้กำกับไม่ช่วยหรือยังไง แต่เธอเล่นได้อีหลักอีเหลื่อสิ้นดี ไร้เสน่ห์ และไม่เข้ากับบทที่ต้องเป็นเหมือนแรงบันดาลใจของพระเอกเอาซะเลย พอๆกับเจ๊คนหลัง Maggie Gyllenhaal ซึ่งนอกจากความหน้าแก่เกินบทของเธอแล้ว น้ำเสียงแจ๋นๆของเธอก็แปลกแยกจากหนังอย่างสิ้นดี แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับอย่างที่พะหัวไว้ว่า เพราะว่าผู้กำกับหาได้ให้โอกาสพวกเธอไม่ แต่สำหรับนักแสดงที่ดีการถีบตนเองขึ้นจากบทแบบนี้ให้ได้อย่างสง่างามก็ถือเป็นสิ่งที่ควรกระทำ (เช่นที่ Gong Li เคยทำสำเร็จอย่างงดงามใน Memoirs of a Geisha)
     สำหรับ Rachel Weisz การแสดงของเธอในเรื่องนี้กลับกลายเป็นส่วนที่น่ารำคาญที่สุดของหนัง (ทั้งที่มีการแสดงอันยอดเยี่ยมของ Natalie Portman กับ David Strathairn ช่วยไว้ก็ยังไม่อาจกลบได้มิด) ด้วยการแสดงแบบฟูมฟายปานประหนึ่งละครช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณ แหกปากร้องแรกแหกกระเชอดังไปแปดสิบแปดบ้าน ทวีความเศร้าให้ใหญ่โตและพยายามเรียกร้องความเห็นใจอย่างสุดๆ (ทั้งที่หว่องกาไวไม่ได้จะตั้งใจแบบนั้นเล้ย) หวังว่าเธอจะปรับโหมดกลับสู่ที่เธอเล่นได้เฉียบขาดอย่างใน The Fountain อย่างเร็ววัน หลังจากที่ตัดสินใจถูกขั้นแรกไปแล้วด้วยการไม่เล่นหนังแบบ มัมมี่สาม น่ะ
     กระนั้น สำหรับการคัมแบ็คครั้งยิ่งใหญ่(!!!) ของเจ๊จูปากกว้าง ก็ช่างสร้างความปวดตับอย่างสิ้นดี เธอรับบทเป็นสาวไฮโซ มหาเศรษฐินี แต่ลุคต่างๆ(ถ้าไม่นับทรงผมตีโป่งทรงสูงนั่น) หาได้เข้ากับความเป็นไฮโซไม่ บางที เอมี่ อดัมส์ หรือ เอมิลี่ บลันต์ ในเรื่องเดียวกันยังจะดูเป็นไฮโซซะกว่า แถมยังเล่นได้แข็งทื่อสิ้นดี ไร้ซึ่งการใช้สายตาในบท (ทั้งที่บทออกจะจิกๆ bitchๆ) ไอ้ครั้นจะทำให้ดูตลกร้ายหรือเฮฮาตามเนื้่อหนังก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แล้งแล้วอย่างสิ้นเชิง...
     ชักอยากกลับไปดู Erin Brockovich อีกรอบซะแล้ว ว่าเธอเล่นดีจริงๆเหรอเนี่ย...

WORST FOREIGN ACTOR OF THE YEAR
 
เอ่อ... เจ๊จูอย่าเพิ่งอาละวาดครับ ตอนนี้หูผมจะขาดแล้ว ใครก็ได้ช่วยด้วย

ผู้้เข้าชิงในสาขานี้ ได้แก่...
 
David Wenham (Australia)
Forest Whitaker (Street Kings)
Jay Chou (Kung Fu Dunk)
 Nicolas Cage (Bangkok Dangerous)
Shia LaBeouf (Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull)
Tom Hanks (Charlie Wilson's War)
 
และผู้ชนะอันทรงเกียรติ ก็คือ.....
 
 Shia LaBeouf
Shia LaBeouf
(Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull)
 
     นักแสดงชายในหนังต่างประเทศของปีนี้มีหลายคนที่ชวนให้กุมขมัีบเหลือเกิน กระนั้นก็ตัดจนเหลือ 6 คนในที่สุด (แต่ก็ตัดให้เหลือ 5 ไม่ได้จริงๆ ฮ่า) คนอื่นๆ ที่รอดชีวิตไปจากการเข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรตินี้ก็เยอะแยะชื่อดังกันไป เช่น Ralph Fiennes(The Duchess), Eric Bana(The Other Boleyn Girl) และ Keanu Reeves(The Day the Earth Stood Still + Street Kings) อะไรแบบนี้
     David Wenham พ่อหนุ่มฟาราเมียร์จากไตรภาคแห่งแหวน มาเล่นเป็นตัวร้ายร้ายยยยยยยร้ายยยยยยยยยยสุดๆใน Australia แถมยังต้องเป็นหนุ่มออกๆจะชาวไร่ แน่นอน ไม่ได้มีอะไรเข้ากับบทซักนิด และถึงแม้หนังมันจะเวอร์ระเนระนาด โบราณบานบุรีปรัมปราหาใดจะกล่าว แต่กระนั้น ไอ้นี่ก็ยังเล่นได้่โอเวอร์เกินหนังไปอีก!! (ความสามารถสูงส่งเหลือขนาด) เล่นเอาซะนิโคล คิดแมน ที่ว่าเล่นเวอร์+ดัดจริตแล้ว ต้องอายม้วนต้วนไปเลย
     Forest Whitaker ดาราออสการ์ก็อย่างที่ด่้าเกริ่นๆกันไปแล้ว พี่แกเล่นเหมือนสวมวิญญาณเป็นอีดี้ อามิน ได้อย่างควรค่าแก่้รางวัลออสเกือก ตะโกนโวยวายโอเวอร์แอ็คติ้งอย่างน่ารำคาญ (ดีแล้วที่ไม่ทำตาขยิบแบบอีดี้ อามิน อีก) เป็นตัวทำร้ายทำลายตัวละคร ให้หนักกว่าที่ตัวหนังมันทำลายอย่างชิบหายวายป่วงอยู่แล้วแต่แรก แล้วก็ไม่ได้จะอะไรกับการเป็นตำรวจเล้ย กูล่ะกลุ้ม
    รายต่อไปนี้โชคดีที่กันเหล่าแฟนคลับเอาไว้แล้ว(ไม่งั้นข้าพเจ้าคงตายคางาน) Jay Chou กับการแสดงสุดแอ๊บแบ๊วใน Kung Fu Dunk ถ้าในฐานะแฟนคลับดูก็คงบอกว่าน่ารักน่าชังน่าหยิกแก้มกัดแขนเล่นเบาๆอะไรต่างๆ (ก็หนังขายมันตัวเดียวเลยหนิหว่า) ทำหน้าตายระเนระนาดไปตามเรื่อง ไร้ความรู้สึกแม้จะเข้าฉากแอ็คชั่นตะลุยแก๊งมาเฟีย โกรธแค้น หลงรัก ซาบซึ้ง อะไรใดๆ ก็หาได้แตกต่างกัน จริงๆแล้วก็น่าจะกลับไปเล่นเปียโนร้องเพลงขายแฟนคลับ หรือไม่ก็ไปเล่นหนัง deadpan comedy แทน คงจะรุ่งและได้รับคำชมมากกว่านี้น่ะ โอเค้?
    ตามมาด้วยอีกสองดารารางวัลผู้เคยได้ออสการ์มาแล้วคนละตัวสองตัว Nicolas Cage กับการมาทำหน้าเหี่ยวและทรงผมห่วยๆ ในดินแดนบางกอก แอ็คราวกับเป็นตัวละครแสนเท่ เปี่ยมอุดมการณ์อย่างสุดชีวิต แถมยังร่ำๆจะหลงรักลูกศิษย์หนุ่ม (เอ๊ะอันนี้เริ่มไม่ใช่) เมื่อถึงจุดพลิกผันของเหตุการณ์อะไรใดๆ ก็หาได้มีความรู้สึกร่วม สายตาไร้ความรู้สึกเหมือนหมาแก่ใกล้หมดลมหายใจแถมยังขาหักอีกสามข้าง โดยเฉพาะในฉา่กสุดท้ายที่ล่มสลายไร้จุดพีคทางอารมณ์อย่างสิ้นเชิง ทั้งจากบทและการแสดงของลุงแกเอง ส่วนอีกคน Tom Hanks นี่ก็ผิดฟอร์มเละเทะตั้งแต่ไปเล่นหนังแบบ The Da Vinci Code แล้ว แม้เรื่องนี้จะไม่ถึงกะเลือกหนังผิด แต่การแสดงของพี่แกก็ผิดที่ผิดทางเหลือเกิน พอๆกับเจ๊จูที่หาได้เข้ากับบทที่ตัวเองได้รับไม่ เรื่องนี้เป็นบทพิสูจน์อย่างดีว่าใครก็ทำให้พี่ทอม แฮงค์ส ดูเป็นคนกรุ้มกริ่มเจ้าชู้ไม่ขึ้นเอาซะเลยจริงๆ พยายามจะทำสายตา พยายามจะเล่นมุขตลกไปกับโทนตลกร้ายของเรื่องก็ได้แต่เน่าสนิทตามเจ๊จูไปอีกคน
    กระนั้น การแสดงของ Shia LaBeouf ต่างหากที่ถือว่าน่าปวดตับที่สุดของปี ไม่รู้ว่าสตีเว่น สปีลเบิร์ก ไปถูกใจไอ้หนุ่มคนนี้ที่ตรงไหน (ร่างกายกำยำ?) เพราะดูที่มันแสดงในอินดี้ภาค 4 นี่แล้วไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยาย นอกจากว่ามดยักษ์ในเรื่องที่เป็นซีจียังน่าจะเล่นดีกว่า แถมยังพะด้วยดาราอีกมากมายที่ยิ่งกลบให้ไอ้นี่ยิ่งจมดินหนักกว่าเดิมซะอีก ยิ่งมาพยายามจะเท่ ขี่ช็อปเปอร์ อะไรต่างๆนานายิ่งได้แต่นั่งบ่นกับตัวเองว่า "ทำไมกูต้องมาดูคนพยายามจะแนวด้วยวะเนี่ย?" จริงๆใน Transformers ที่ดูมาก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไรมากน่ะนะ ด้วยบทที่มันไม่ได้มีอะไรมาก แต่จะบอกว่าในอินดี้ 4 บทมันก็ไม่ได้มีอะไรมากเหมือนกัน ไม่ได้แสดงยากอะไรเลย ก็แค่เล่นนั่นเล่นนี่ไปตามฟอร์ม หนังแฟนตาซีโหนห้อยเถาวัลย์อะไรไปตามนั้น แต่ขนาดนั้นมันยังเล่นแย่ได้เลยเนี่ยะ ก็หมดปัญญาจะแนะนำแล้วอะนะ แถมความสัมพันธ์กับตัวละครอื่นที่เป็นพ่อเป็นแม่ ก็แห้งแล้งจืดชืด ไร้เคมีอย่างสิ้นเชิง
    ใครก็ได้ อย่าเอาน้ำใน Holy Grail ไปให้มันกินล่ะ... ไม่อยากเห็นหน้ามันไปจนตาย

SCENE STEALER OF THE YEAR

    ตอนนี้คณะกรรมการขอหลบหนีไปหลังเวที หนีแฟนคลับของดาราหน้าหยกที่เพิ่งคว้ารางวัลของเราไปก่อนแล้วกันนะครับ อย่างไรก็ยังรักชีัวิตอยู่ ไม่อยากจะโดนตื้บจนเตี้ยลงไปอีกสามเซนต์ ขอประกาศรางวัลต่อไปด้วยการโฟนอินและใช้วิดีโอลิงก์เอาแล้วกันเน่อ

   พักยกจากรางวัลด้านความชั่วร้าย มาสู่รางวัลพิเศษของปีนี้อีกรางวัลหนึ่ง คือ "ตัวขโมยซีนยอดเยี่ยม" ซึ่งมีผู้ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่าทางอาหารนี้ถึงสามคน และล้วนแต่เป็นนักแสดงหญิงเสียด้วย โดยผู้ประกาศชื่อและมอบรางวัลได้แก่สองนักแสดงเจ้าของรางวัลเมื่อปีก่อน Willem Dafoe กับ Emma Thompson

 

  "รางวัล"
  "ตัวขโมยซีน"
  "ยอดเยี่ยม"
   "ประจำปีนี้"
   "ได้แก่...."
 
 Hayley AtwellKim CattrallNada Lesongan
Hayley Atwell (The Duchess)
Kim Cattrall (Sex and the City)
Nada Lesongan (สี่แพร่ง)

     ปีนี้ไม่มีนักแสดงชายที่โดดมาขโมยซีนได้อย่างโดดเด่น ในขณะที่ฝ่ายหญิงกลับมีถึงสามคนที่โผเข้ามาคว้ารางวัลไปแบ่งกันนอนกอดที่บ้าน แต่ละคนนี่ถือว่าคณะักรรมการไม่ได้คาดหวังไว้ก่อนเลยว่าจะได้พบกับสิ่งที่พวกเธอทำอยู่ในจอ และมันแทบจะกลบนักแสดงตัวอื่นของเรื่องที่เด่นกว่าพวกเธอไปเลยทีเดียว
    
Hayley Atwell เจอกับงานหนักพอสมควร เพราะมีทั้งดาราที่ดีกรีรางวัลกับชื่อชั้นสูงกว่าเธอถึงสองคนในเรื่อง (Keira Knightley กับ Ralph Fiennes) แต่เมื่อฝ่ายชายในบทผัวของคีร่าเล่นเป๋ห่วยไปคนหนึ่งแล้ว(กระนั้นก็ยังได้เข้าชิงลูกโลกทองคำ!!!) งานหนักชิ้นโตที่เหลือจึงมีแต่ Keira Knightley เท่านั้น ซึ่งก็ถือเป็นงานโหดอยู่ดีเพราะหนังเรื่องนี้ทั้งขับเน้นให้คีร่าโดดเด่นด้วยชุดกระโปรงสุ่มฟูฟ่้องระดับรางวัลออสการ์ แถมยังให้เธอเล่นเป็นเจ้าแม่แฟชั่นแห่งยุคพีเรียดซะอีก เรียกว่าบทนำโดดเด่นระเบิดระเบ้อ แต่เมื่อ Elizabeth Spencer ก้าวเข้ามาในจอ เพียงแค่ปรายตาแวบแรกที่เธอส่งให้กับ เรล์ฟ ไฟนส์ ก็ช่างเย้ายวนชวนค้นหาเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเมียหลวงจะเป็นถึง คีร่า ไนท์ลีย์ แต่ เฮย์ลีย์ แอทเวลล์ กลับทำให้เราเชื่อได้สนิทใจว่าสามารถแย่งความสนใจจากเซเลบงามเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยแท้ เว้ากันซื่อๆว่าถ้าดูในเรื่องนี้แล้วให้เลือกระหว่างเมียหลวงกับเมียน้อย.... คณะกรรมการเลือกเมียน้อย !!!
     ในหนังสุดชิคอันสร้างมาจากซีรี่ส์ในตำนาน Sex and the City นี้ก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าบทบาทเด่นตกอยู่กับ
Sarah Jessica Parker อย่างมากมาย แต่ใครเลยจะสามารถเรียกเสียงฮา และสรุปรวบยอดประเด็นของหนังเรื่องนี้ได้มากเท่าตัวละครของ Kim Cattrall อีกเล่า เมื่อเธอครอบครองทั้งการเรียกมุขตลกเกือบทั้งหมดในเรื่องผ่านการแสดงที่เฉีัยบขาด (โดยเฉพาะในฉากที่เธอไปเจอ "ช้างกำลังอาบน้ำ" หรือฉาก "ซูชิเนื้อนวล") ในขณะที่ความรักของ แครีย์ แบรดชอว์ กับ มิสเตอร์บิ๊ก นั้นช่างสุดแสนคลีเชน่ารำคาญเพ้อฝัน ซึ่งฉากงานแต่งงานอัน(เสแสร้งว่า)เรียบง่ายของเธอนั้น สุดท้ายก็ไม่อาจกินใจผู้ชมได้มากกว่าการตัดสินใจในฉากสุดท้ายของ ซาแมนธา โจนส์ ได้แม้สักกระผีก
     คนสุดท้ายที่ติดเข้ามาคว้ารางวัลในปีนี้ จากนางแบบฝรั่งเศสมาเป็นนักแสดงในหนังไทย บทบาทของเธอนั้นไม่ได้มากมายอะไร เพีัยงแค่รับบทเป็นเจ้าหญิงเมียหลวง(อีกละ 55+) ที่มีเรื่องตบตีทางสายตากับแอร์โฮสเตสที่หน้าเหมือน
พลอย-เฌอมาลย์ แต่แค่ลุคเฉียบๆ เฮี้ยนๆ ร้ายๆ ของ Nada Lesongan ก็แทบจะข่มพลอยจนหงอไปเลยในตอนต้นเรื่อง ตั้งแต่ตอนหน้าตาธรรมดา จนถึงตอนเลือดไหลออกตาเพราะแพ้กุ้ง แม้พลอยจะทำทั้งการเอาส้นสูงไปจุ่มในถ้วยกาแฟก็ตามที ซึ่งการสถาปนาบุคลิกอันน่าจดจำนี้เองทำให้แม้เธอจะต้องถูกเมคอัพหนาเตอะแต่งทับกลายเป็นผีสุดอี๋ตั้งแต่กลางเรื่องเป็นต้นไป คนดูก็ยังจำความน่ากลัวของเธอในยามเป็นคนได้อยู่อย่างไม่ลืมเลือน

WORST COUPLE OF THE YEAR

     รางวัลคู่ขวัญก้นเหว ขออนุญาตตั้งเป็นพิเศษเฉพาะกิจเพื่อมอบรางวัลให้กับนักแสดงคู่นี้โดยเฉพาะ เพราะคณะกรรมการทั้งปวดม้าม ไส้บิด ริดสีดวงกำเริบ เมื่อดูการแสดงของเขาทั้งคู่ผ่านจอภาพยนตร์อันใหญ่ยักษ์ ที่ยิ่งทวีให้เห็นความร้ายแรงของความต่ำทรามครั้งนี้
     ผู้ได้รับรางวัลก็คือ...

Sirchach + Charlie
ศิรชัช เจียรถาวร - ชาลี ไตรรัตน์
(ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น)

     แม้ว่านักแสดงชายในหนังเรื่องนี้จะทำหน้าที่ได้กากพอๆกัน (ยกเว้น ว่าน-รัชชุ) แต่สำหรับความน่ารำคาญแบบแพ็คคู่นี้ ถือว่าเหลือจะทานทนโดยแท้ แถมหนังก็โหดร้ายกับคนดูสุดๆ เพราะชอบมาเล่าเรื่องไอ้สองตัวนี้แย่งจีบน้องนานาแบบแช่กล้องนานปานประหนึ่งลองเทคของหนังโกดาร์ด(เวอร์) แทนที่จะตัดไปหาน้องโฟกัสให้คนมันเจริญหูเจริญตาบ้าง (หรืออย่างน้อยก็ให้อยู่กับน้องโฟกัสนานกว่านี้หน่อยเหอะ) การแสดงแบบกรุ้มกริ่มโอเวอร์ของสองชายนี้ในการพยายามสรรหามุขตลกแป้กๆมาเล่น ก็ยิ่งทำให้น่ารำคาญกว่าที่ควรจะเป็น แม้ตัวละครจะไม่ได้เป็นคนอายุ 45 แต่สิ่งที่พวกมันทำในเรื่องก็แลดูไร้วุฒิภาวะสุดๆ


WORST THAI ACTRESS OF THE YEAR
 
     เข้าสู่รางวัลนักแสดงยอดแย่กันอีกครั้ง เหล่าดาราทั้งหลายว่าไงคร้าบ ขอเสียงหน่อยยยย (แน็คกับไมเคิลให้เสียงกระทืบโทรฟี่รางวัลอยู่หลังเวที) สำหรับหนังไทยขอเริ่มที่ฝั่งหญิงก่อน เพราะนักแสดงแย่ๆระดับพีคของปีนั้น ติดรอบสุดท้ายมาน้อยกว่าฝ่ายชายที่น่าปวดหัวใจกว่าเยอะ ว่าแล้วก็ขอรายชื่อผู้เข้าชิงนักแสดงหญิงไทยยอดแย่ทั้งห้ากันเลยโดยไม่รอช้า
 
คุณัชญา ชัยรัตน์ (Superแหบ แสบสะบัด)
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ (คริตกะจ๋า บ้าสุด..สุด)
บงกช คงมาลัย (คนไฟลุก)
หยาดทิพย์ ราชปาล (หนุมานคลุกฝุ่น)
อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา (คนไฟลุก)

(ทำไมมันสูสีกันแบบนี้วะเนี่ย คณะกรรมการปวดกบาล - -*)
และรางวัลนี้ก็ตกเป็นของ...


Yardthip
หยาดทิพย์ ราชปาล
(หนุมานคลุกฝุ่น)
 
     จะว่าไปก็น่าเสียดายแทน น้องเกรซ เตชะรัตนประเสริฐ ที่การแสดงใน "เอ๋อเหรอ" ยังไม่ดีพอที่จะเข้าชิงรางวัลนี้ได้เหมือนตอนที่คว้าสุพรรณหงส์ หรืออย่าง พันช์-วรกาญจน์ โรจนวัชร ก็ยังถือว่าการแสดงไม่ได้ย่ำแย่จนควรจะเข้าชิงจาก "โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต" และแม้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ จะแสดงไม่หลุดจากความเป็นตัวเองเอาเสียเลย แต่อย่างน้อยก็ยังดูเต็มไปด้วยความพยายามในระดับหนึ่ง ที่จะเค้นบทให้ดูเสมือนจริงมากที่สุด
    
เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ แสดงหนังที่ออกฉายในปี 2008 อย่างมากมายครองแชมป์ประจำปี มีทั้งเรื่องที่แสดงได้น่าจดจำ แต่ในบรรดาที่กรรมการได้ดูได้ชมเข้าข่ายจะชิงรางวัลอันทรงเกียรติ ปรากฏว่าบท "ทอม" ที่ป้าเล่นไว้นั้นเกินจะรับไหวอย่างสิ้นเชิง เพราะอย่างน้อยชีวิตนี้ป้าจิ๊กคงไม่สามารถรับบทเป็นทอมได้แน่ๆ (ถ้าเป็น "ดี้" ค่อยว่ากันอีกที) การแสดงทั้งหมดที่เห็นจึงเป็นเพียงแค่ความเฟคที่แผ่กระจายออกมาจากทุกอณูของตัวป้าจิ๊กเอง ยิ่งมีตัวเทียบในเรื่องคือ อ้น-ศรีพรรณ ยิ่งเห็นชัดกว่าเดิมว่าการแสดงของป้าจิ๊กในเรื่องนี้ถือว่า "สุดๆ" แล้ว เล่นแย่ได้อย่างไม่น่าเชื่อจริงๆ คณะกรรมการช็อค
     สองสาวจาก "คนไฟลุก" นี่ก็น่ากุมขมับมากๆ เพราะทั้ง
ตั๊ก-บงกช กับดาราสาวที่ชื่อยาวเป็นกิโล ต่างแข่งกันเล่นแข็ง แข็งมันเข้าไป เอาเหล็กฟาดบางทีเหล็กน่าจะยุบยวบไปซะเอง แล้วที่ชิบหายไปกว่านั้นคือ ตั๊กเล่นเป็นโบรกเกอร์สาวสุดเฉียบ(!!) ส่วนเจ๊คนหลังเล่นเป็นพยาบาลแสนซื่อ(!!!) แต่แน่นอนล่ะมาเข้าชิงรางวัลนี้ได้ต้องแสดงว่าการแสดงของพวกหล่อนๆ ไม่ได้สร้างความน่าเชื่อถือได้ซักนิด แถมเพิ่มว่าหนังเรื่องนี้อะมันเป็นหนังกึ่งๆจะสอบสวน ไม่ใช่หนังผีลี้ลับอะไรเทือกนั้น ยัยสองคนนี้ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นความฉลาดที่มีอยู่ (ตัวบทน่ะยังพอมี) เพราะมัวแต่เล่นแปะแข็งกันอย่างสนุกสนานอยู่กันเองสองคนนั่นแหละ เฮ้อ...
     สำหรับ
น้องมด จากคู่หูดูโอ้นักร้องแอ๊บแบ๊วนั้น ถือว่าน่าผิดหวัง เพราะในขณะที่เพื่อนร่วมวงอย่าง โฟร์-ศกลรัตน์ ทำหน้าที่ไว้อย่างดีเยี่ยมใน "ดรีมทีม" แต่น้องมดนี่นอกจากบทจะเป็นโคตรอภิมหาไส้ติ่งของหนังแล้ว การแสดงของเธอในบทที่ไม่ได้ยากเย็นอะไร แถมได้พูดไม่กี่คำ ยังไม่ได้เข้ากับตัวละครเลยซักนิด เธอต้องเล่นเป็นเด็กที่ดูน่ากลัวๆนิดหน่อย แต่งตัวออกแนวร็อคๆ โกธิคๆ แต่ขอโทษเหอะ หน้าน้องมันเหมือนลอยออกมาจากชุด เป็นเด็กแอ๊บแบ๊วที่พยายามจะคูลๆไปตามบทแต่ก็ไม่สำเร็จ แถมเสียงน้องที่เปล่งออกมาเวลาพูดกับตัวละครอื่นนี่ฟังแล้วอยากจะเป็นบ้า ลำพังแค่ตัวบทที่เขียนออกมาก็ทำให้ตัวละครมันแย่อยู่แล้ว น้องมดมาเล่นแบบนี้เข้าไปอีกยิ่งน่ารำคาญอย่างสมบูรณ์แบบ
     น้องมด อาจคว้ารางวัลไปนอนกอดได้อย่างสบายใจไม่มีคู่แข่้ง หากปีนี้ไม่มีนางเอกสาวที่ชื่อ
หยาดทิพย์ ราชปาล มารับบทนำในภาพยนตร์เป็นเรื่องแรกในชีวิตของเธอ กับบทสาวชาวบ้านชนบทแสนสดใสที่ถูกปองร้ายจากพวกคนในเมือง เมื่อไหร่คนจะเลิกพยายามให้หยาดดูแอ๊บใสแอ๊บแบ๊วกะเขาซะทีวะเนี่ย ก็เห็นๆกันอยู่ว่าเธอทำไม่้ด้ายยยย เล่นได้ยากจะหาอะไรมาเปรียบมากๆ ไม่รู้จะบรรยายความชั่วช้าของการแสดงครั้งนี้อย่างไร คือความน่ารำคาญแบบใน สายสืบดีลิเวอรี่ ยังจะดีซะกว่า... 

WORST THAI ACTOR OF THE YEAR

     ฝ่ายหญิงโดนกันไปแล้วมิใช่น้อย ฝ่ายชายก็อย่ามัวแต่นั่งตาละห้อย ตามกันมาติดๆเลยก็แล้วกัน ผู้เข้าชิงทั้งหมดได้แก่...

เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ (คริตกะจ๋า บ้าสุด..สุด)
ฉันทวิชช์ ธนะเสวี (ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น/โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต)
ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ (ฝัน หวาน อาย จูบ)
พงษ์พิสุทธิ์ ผิวอ่อน (ฮะ..เก๋า)
สันติ วีระบุญชัย(สเตฟาน) (คู่ก๊วนป่วนเมษา)
สุทธิศักดิ์ สินเจริญ (อีติ๋มตายแน่)

และ เดอะวินเนอร์ ออฟ นาโนกายอวอร์ด อิน ดิส คาเตกอรี่ ก็คือ...
 
Chantavit
ฉันทวิชช์ ธนะเสวี
(ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น / โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต)
 
     จริงๆ อยากให้มีคนเข้าชิงซัก 15 คน สำหรับสาขานี้ (- -*) ศรราม เทพพิทักษ์(หนุมานคลุกฝุ่น), ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล(The 8th Day), คู่ขวัญก้นเหวห่าหอกนั่น, อาร์ตี้(บุญชู), มาริโอ้(เฟรนด์ชิพ), อรุณ ภาวิไล + ตูน เอเอฟ(อรหันต์ซัมเมอร์), โก๊ะตี๋(คู่ก๊วนป่วนเมษา), บริบูรณ์ จันทร์เรือง(สียามา), จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม(ปืนใหญ่จอมสลัด), อนันดา(สะบายดี หลวงพะบาง) .... เฮ้ยทำไมมันเยอะแบบนี้วะเนี่ย เครียด !!
     จาก 6 คนนี้ สองคนที่แสดงได้อนาถพอๆกัน ในแนวทางเดียวกัน คือ
แจ็ค แฟนฉัน กับ บอม สินเจริญ ด้วยการพยายามตลกอย่างเฝื่อนเฝือ แจ็คก็ไม่ต่างกับเจ๊จิ๊ก คือใครที่สิ้นคิดขนาดเลือกไอ้อ้วนดำนี่มาเล่นเ้ป็นตุ๊ดหัวโปกนี่ คณะกรรมการถือว่าควรพิจารณาตนเองในด้านทักษะการแคสติ้งดารา และที่ควรพิจารณามากกว่านั้นคือ แจ็คแฟนฉัน มีศักยภาพพอที่จะแสดงภาพยนตร์ต่อไปหรือไม่ ส่วน บอม ก็พอๆกัน กับความพยายามตลกคู่กับ โน้ส-อุดม ที่ฮากริบเรียกพี่ แต่ก็พยายามจะเค้นมุข จะเป็นตลกหน้าตายก็ไม่ใช่ ตลกฮากระจายก็ไม่ได้เรื่อง กลับไปร้องเพลงกับพี่กับน้องเถอะ ขอร้อง
     อีกสองดาราหน้าตาดีที่ชิบหายพอๆกัน
แตงโม-พงษ์พิสุทธิ์ ที่น่าจะกลับไปเตะบอล และเลิกขายหน้าตาอย่างถาวร การแสดงในเรื่องนี้เรียกว่าอนาถจิตอนาถใจมาก หน้าตายยิ่งกว่าเซลล์แบคทีเรียที่หมักหมมอยู่ในกองขยะ ทำเอานางเอกทอม(ซึ่งตัวจริงไม่ได้เป็น) ที่เล่นแย่แล้วดูดีขึ้นมาทันตาเห็น แล้วสเตฟาน ที่เป็นผลผลิตจากการพยายามขายดาราช่องเจ็ด(อีกครั้ง.....) ก็ให้ผลลัพธ์อันน่าอุจาดตาเป็นอย่างยิ่ง เมื่อต้องรับบทเป็นตัวละครที่โง่งี่เง่าไร้เฟตุผลยังไม่พอ พี่แกก็เข้าข่ายหน้าตายซากไม่ต่างกัน แถมยังน่ารำคาญเกินจะบรรยาย
     หนุ่มคลีโอ
ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ใกล้เคียงกับการเป็นผู้ชนะมากที่สุด (จริงๆ ไอ้คนที่มาชิงนี่มันก็น่าได้รางวัลทั้งนั้นแหละ เฮ้อ!!) ด้วยการแสดงที่ไร้ซึ่งการส่งอารมณ์ให้กับนักแสดงที่ทำงานร่วมกัน หน้าตาตายซากเหมือนพวกที่เข้าชิงคนอื่นๆ จนอยากจะให้น้องตาลไปคว้าเอาหินโสโครกเปรอะตะไคร่น้ำแถวหาดทรายมาต่อบทด้วยกันให้รู้แล้วรู้รอด น่าจะให้ผลดีกว่าสำหรับหนังเรื่องนี้ (โดยเฉพาะไอ้มุข "ขนอุย" นี่ ช่างเป็นการเล่นมุขที่หน้าตายที่สุดในประวัติศาสตร์หนังไทย)
     อย่างไรก็ดี ผู้ชนะมีได้คนเดียว และชายคนนั้นก็คือแฟนหนุ่มของพีค...
เต๋อ-ฉันทวิชช์ ด้วยการต้องรับบทชายหนุ่มนอกใจ อารมณ์ว่าการแสดงนั้นไม่เคยจะพอดี จะเกินก็เกินจนล้นโอเวอร์ จะขาดก็ขาดเหือดหายแห้งแล้ง ไร้อารมณ์ร่วมอย่างสุดชีวิตสำหรับหนังเรื่องนี้ แล้วดันมาแท็คทีมกับตัวเองในหนังผีตุ้งแช่เรื่องหลัง กับการกลัวผีที่ไร้ความตกใจในแววตา และการติดยาที่ไร้ความแตกต่างในบุึคลิกภายใน พร้อมกับความพยายามจะทำตัวให้ดูดีอยู่ตลอดเวลาบนจอหนัง ยิ่งทำให้เขาสมควรกับรางวัลนี้ยิ่งกว่าใครๆ


WORST THAI FILM OF THE YEAR

     น้องพีคไม่โกรธคณะกรรมการใช่ไหมครับ (ไม่โกรธค่ะ แต่เกลียด มาปู้ยี่ปู้ยำแฟนหนูแบบนี้) โถ่้ แต่คณะกรรมการยังไม่ให้น้องพีคเข้าชิงยอดแย่นะครับ จะเกลียดทำไม (ก็พีคเล่นดีนี่คะ อย่ามาแก้ตัวค่ะ) แต่น้องพีคฟันเยินมากเลยนะครับ ในรักสามเศร้า (แล้วจะมายุ่งกับฟันกูทำไมคะ สาด - สะบัดตูด ควงแขนเต๋อเดินออกไป หลังจากโทรฟี่รางวัลพุ่งเฉียดหัวคณะกรรมการไปสามมิลลิเมตร พร้อมกับเสียงตะโกน "กูเป็นแอ็คติ้งโค้ชนะโว้ย")
     เศร้ากันไปแล้วนะครับ กลับมาเข้าสู่รางวัลแห่งความชั่วร้ายรางวัลสุดท้ายกันแล้ว (ว้า เสียดายจัง ฮ่าๆ) หนังไทยยอดแย่ครับ กับผู้เข้าชิงทั้งห้าเรื่อง

คู่ก๊วนป่วนเมษา
เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน
หนุมานคลุกฝุ่น
อรหันต์ซัมเมอร์
เอ๋อเหรอ

พจน์ อานนท์ ขึ้นมาประกาศชื่ออีกครั้ง
"นี่แกไม่มีงบเชิญใครมาแล้วจริงๆใช่ไหม" เขาถามคณะกรรมการ
"สมน้ำหน้า นี่แหละผลของการให้หนังฉันเป็นหนังยอดแย่ปีก่อน โฮะๆๆ"

และหนังไทยยอดแย่ประจำปี 2008 ก็ตกเป็นของ...


คู่ก๊วนป่วนเมษา
คู่ก๊วนป่้วนเมษ

     ขอแสดงความเสียใจกับหนังที่หลุดวงโคจรของรางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนังรักเลียบโขงประดิดประดอย สะบายดี หลวงพะบาง, หนังรักแสนเฟค รัก|สาม|เศร้า, หนังเชิดชูชาตินิยม สียามา, สารคดีหลอกลวง แอบถ่ายเดี่ยว 7 และหนังไร้แก่นสารอย่าง สวย สิงห์ กระทิง แซ่บ ที่อย่างน้อยทั้งหมดทั้งมวลยังมีสิ่งดีๆบางประการ ที่ช่วยชูตัวเองให้รอดพ้นความทุรยศอัปรีย์ไปได้
    
อรหันต์ซัมเมอร์ เป็นหนังที่มีคนชื่นชมอยู่มากหลายพอควร และแม้ตัวคนทำนั้นจะถือว่าจริงใจในสิ่งที่นำเสนออยู่มาก (เพราะอีกด้านเขาก็เ็ป็นผู้กำกับ นาคปรก หนังที่น่าจะวิพากษ์ศาสนาได้ดีอีกเรื่อง) ทว่าภาพของศาสนาที่หนังนำเสนอออกมา และการผูกโยงเข้ากับชะตากรรมของตัวละครในเรื่องนั้น ยังติดอยู่กับอคติหลายประการ พร้อมกับความพยายามประนีประนอมกับตลาดในหลายสิ่งที่ทำให้หนังออกมาดูประดักประเดิดเหลือเกิน พร้อมทั้งทำให้หนังแบนราบ ขาดไร้มิติ อีกทั้งยังถอยหลังเข้าคลอง
    
เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน ที่ตอนแรกพยายามสุดๆ กับการโปรโมตตัวละครในวัยผู้ใหญ่ ครั้นพอทั้งสายป่านกับมาริโอ้จุดกระแสชื่อเสียงตนเองได้พร้อมๆกันในปีเดียวกัน (จาก พลอย และั รักแห่งสยาม) ทิศทางของหนังก็เปลี่ยนไปเป็นหนังวัยรุ่น ความกระเหี้ยนกระหือรือที่จะย้อนยุคย้อนสมัยแบบ แฟนฉัน ได้ทำร้ายทำลายหนังลงอย่างสิ้นดี ความกระหายที่จะดราม่ากระแทกต่อมน้ำตาคนดู ก็ได้กระชากความสมจริงออกจนไม่มีเหลือ ทั้งการแสดงของเหล่าผู้ใหญ่ทั้งหลายก็ชวนให้ปวดตับเป็นยิ่งนัก จนน่าเสียดายว่ารางวัลนักแสดงมีพื้นที่เข้าชิงน้อยเกินไป ซึ่งไม่ต่างกับนักแสดงวัยรุ่นทั้งหมดที่มีเอาตัวรอดกันไปได้แค่ไม่กี่คน อยากถามหน่อยเถอะว่าการให้สายป่านเป็นเอดส์ตายตอนท้ายเรื่อง (พร้อมกับเมคอัพแก่งั่ก 40 กว่าปี) มันซึ้งยังไงวะ.... แล้วขอบอกอีกอย่างว่า วัยรุ่นในเรื่องนี่มันช่าง... เฮ้อ
    
เอ๋อเหรอ (ของพี่พจน์อีกแล้ว!) เป็นอีกเรื่องที่เข้าใกล้รางวัล หนังพยายามจะซึ้ง พยายามจะดราม่า (ซึ่งมันก็คงพอมีคนซึ้งไปด้วยนั่นแหละ) แต่สิ่งที่ต่ำทรามที่สุดในเรื่องนี้คือทัศนคติของคนทำหนัง กับการขับเน้นภาพลักษณ์ของคนปัญญาอ่อนอย่างแบนราบ ไร้รสนิยม (ดูการแต่้งตัวของ โหน่ง ในหนังเรื่องนี้คงพอเดาออก) แม้จะพยายามขับเน้นคะแนนสงสาร แต่ก็มิวายทำให้พวกเขาเป็นตัวตลกน่าหัวร่อ ตัวร้ายที่แบนราบไร้เหตุผลอคติสุดฤทธิ์ แต่คงไม่มีอะไรพีคเท่ากับการที่เขียนบทให้สาวพม่าอพยพ(ที่พูดติดสำเนียงจีนอย่างน่าเอาส้นสูงแพ่นกบาล) กลายเป็นเจ๊ใหญ่คุมบาร์และเวทีมวยเด็กในพัทยา!! โถ่ เจ๊ คนพม่าอพยพเค้ายังแบกปลาอยู่มหาชัยกันอยู่เลย จะคิดตัวร้ายก็ใช้สมองหน่อยพี่
     เรื่องที่น่าจะสูสีกับผู้ชนะที่สุดคือ
หนุมานคลุกฝุ่น กับการโปรโมตแนวคิดพอเพียงแบบไร้สติ (ท่าทางจะทุ่มทุนสร้างและเผาหมู่บ้านไปมากทีเดียว) การเขียนบทแบบเสียสติไร้สมองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการหาทางลงให้หนังในช่วงสุดท้าย ทั้งการกระทืบโก๊ะตี๋ให้ตายคาตุ๊กตาโดราเอม่อน ฝรั่งกินเนื้ออาจารย์เพื่อเอาวิชาอาคม(ซึ่งไอ้อาจารย์นี่ก็เสือกบอกพวกมันเอง เลยโดนแดก สมน้ำหน้า!!) ฉากต่อสู้ตอนท้าย และการคืนชีพของศรรามด้วยสายลม ยังไม่รวมความแอ๊บแบ๊วของหยาดทิพย์ ความเซ็กซี่แบบฉาบฉวยของโอเด็ต และความเสียสติอีกมากมายประการในหนังเรื่องนี้ จะเรียกว่าเป็นแหล่งรวมความเสียสติก็มิปาน ซึ่งบังเอิญไม่ได้เสียสติแบบที่ทำให้เราหัวเราะได้เหมือนหนังอย่าง เพื่อนกูรักมึงว่ะ หรือ รักไม่จำกัดนิยาม
     แต่
คู่ก๊วนป่วนเมษา ปาดหน้ามาชนะรางวัลนี้ไป ไม่ใช่เพราะความที่เป็นแหล่งรวมเรื่องเสียสติ แต่เป็นแหล่งรวมความโง่งมของมนุษยชาติ ตัวละครไม่มีความสมจริงอย่างถึงที่สุด (เจ้าของโรงแรมที่ desperate จนต้องมานั่งรถโดยสารเก่าโทรม, เจ้าของรถโดยสารที่ทำผมไว้หนวดอย่างทุเรศทุรังสายตา) สถานการณ์ที่ไร้ความเป็นเหตุเป็นผลอย่างหาอะไรมาเปรียบมิได้ (ร้องเพลงหาเงินกลางเทศกาลสงกรานต์ที่ข้าวสาร!!!) รวมถึงการยัดเยียดสาระอย่างไร้ชั้นเชิง (เรื่องมิตรภาพระหว่างกันโดยไม่มีชนชั้นแบ่งแยก...... เฮ้อ!! เบื่อ) ยังไม่นับการแสดงอันอ่อนปวกเปียก และความพยายามจะขำกันอย่างฝืดเฝือของทั้งโก๊ะตี๋และอิม-อชิตะ ยิ่งทำให้หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยความอีหลักอีเหลื่อเหลือจะทน
     ถามว่าระหว่างหนังที่พยายามจะมีสาระแต่ทำออกมาอย่างไร้ความสุนทรีย์และรสนิยม กับหนังที่รู้ดีว่าไร้สาระเสียสติ และพร้อมปล่อยพลังแห่งความไร้สตินั้นออกมา ผมเลือกที่จะชื่นชมอย่างหลังมากกว่า



edit @ 4 Apr 2009 06:23:18 by nanoguy

Comment

Comment:

Tweet

#63 By (118.173.143.83) on 2010-07-27 11:23

ได้ดูเฟรนด์ชิพในโรงด้วย ยังเสียใจและเสียดายเงินมาจนถึงวันนี้

ส่วนที่เหลือ ดีจังที่ไม่ได้ดูเลย

#62 By eak early : เอกเช้า on 2009-04-02 22:48

ไรว้า เว้นพี่บอย ปกรณ์สุดหล่อของชั้นไว้คนไม่ได้รึไงวะ

#61 By พระเจ้า** (125.26.56.177) on 2009-04-02 19:35

คุณบลู - แต่มั่นใจได้เลยครับ หนังพี่พจน์เรื่องนี้จะมีบล็อคเกอร์คนหนึ่ง ที่ชอบแบบออกนอกออกตา (โดยที่ไม่คำนึงถึงคุณภาพหนังเลย 55+)

ส่วนอัพเดทล่าสุด... อ่า ดีแล้วที่เรารอดพ้นมาแบบไม่ได้ดูสักกะเรื่อง แต่ได้ดูแคนดิเดทอย่าง สะบายดีหลวงพะบาง ซึ่งเราก็ว่าดูได้เพลินๆนะ ฮ่าๆ

ส่วนย่อหน้าสุดท้าย นาโนมีอะไรมายกตัวอย่างแม่ะ หลังจากเพลิดเพลินไปกับความ absurd ของ Punisher: War Zone ก็เลยอยากดูหนังที่ปล่อยพลังงานแบบไร้สติเรื่องอื่นๆบ้าง(อ่า ปลายเดือนนี้ก็มี Crank 2 นี่นา 55+)

#60 By BdMd (58.137.81.98) on 2009-04-02 17:31

"ถาม ว่าระหว่างหนังที่พยายามจะมีสาระแต่ทำออกมาอย่างไร้ความสุนทรีย์และรสนิยม กับหนังที่รู้ดีว่าไร้สาระเสียสติ และพร้อมปล่อยพลังแห่งความไร้สตินั้นออกมา ผมเลือกที่จะชื่นชมอย่างหลังมากกว่า"

คมๆๆ

ด่าเค้าซะยับ แล้วมาพูดสวยๆ ปิดท้าย...ไอ้ห่านี่ วางแผน 'handsomization' ตัวเองแน่ๆ 555+

ด้วยความเคารพ

#59 By fallingangels on 2009-04-02 14:20

+ เอ่อ! หน้านี้ชักยาว จะเอาไปขึ้นใหม่เป็นอีกหน้านึงดีมั้ยครับ จะได้แบ่ง ยอดแย่ กับ ยอดเยี่ยม ออกจากกันด้วย หุๆ angry smile

+ ถ้าตี่ตี้มีโอกาสได้ดู แต๋วเตะตีนระเบิด (ไม่ว่าจากทางใดก็ตาม เช่น ได้ดูรอบสื่อ หรือจำต้องดูเพราะต้องเอามาเขียนสกู๊ปอะไรสักอย่าง) แบบเต็มๆ พี่ว่าสงสัยคุณพี่พจนี คงได้จองพื้นที่ 1 ใน 5 เรื่องสุดท้ายของ Worst Thai Film ปีหน้าได้เลยอ่ะครับ เพราะเมื่อวานแค่ได้ดูหนังตัวอย่าง ก็รู้สึกถึงความเสื่อมแบบสุดๆ ... อย่างการเตะบอลแล้วเอาหน้าไปโหม่งเป้าเป็นรอยแป้ง, ชายสะด๊วบชาย, หญิงดูดปากหญิง ฯลฯ (แต่นำเสนอออกมาได้แบบตลก-ไร้รสนิยมสิ้นดี) นี่ตกลงคุณเธอจะเอาทุกทางเลยชิมิเนี่ย? เหอๆ tongue

#58 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2009-04-02 12:03

มีโอกาสได้ดูเรื่องเดียวคือ อรหันต์ซัมเมอร์ บนรถบัสบริษัท พี่ว่าหนังมันพยายามจะเป็นทุกอย่างมากไปหน่อย สุดท้ายเลยเอาดีอะไรไม่ได้เลย นี่ยังดีว่าดาราเด็กหลายคนมันเล่นกันน่ารักใช้ได้นะ ไม่งั้นหนังจะน่าเบื่อยิ่งกว่านี้

ส่วนไอ้เรื่องที่ไปเม้มไว้ในบล็อคพี่ ตกลงนาโนคือคนที่เชิดใช่มั๊ย? 5555555+++

#57 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2009-04-02 08:18

ผมไม่ชอบนักแสดงชายของไทยซักเท่าไหร่เลยครับ
ผมถามหน่อยนะครับ ถ้ามีคนเล่นให้เราดูจนเราเกลียด
ตัวละครตัวนี้ไปเลย ให้นับว่ายอดแย่รึยอดเยี่ยมครับ

#56 By Ghoeby (222.123.202.21) on 2009-04-01 08:14

"พร้อมกับความพยายามจะทำตัวให้ดูดีอยู่ตลอดเวลาบนจอหนัง"
^
^
ใช่แล้ว ไอ้หมอนี่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ 5555 มิน่า เราถึงไม่เคยชอบมันเลย (ไม่เกี่ยวอะไรกับที่หมอเป็นแฟนน้องพีคเลยนะ สาบาน)

#55 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2009-03-31 14:34

อันที่จริง เมืองไทยเราหานักแสดงชายรุ่นใหม่เก่งๆ ขายฝีมือได้ยากมากนะ แทบนับนิ้วได้เลย ที่ว่าเก่งหลายคนก็ฝีมือ fluctuate มากไม่คงเส้นคงวา ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

#54 By eak early : เอกเช้า on 2009-03-31 12:59

^
^
ใช่ครับ ที่เดิม

#53 By nanoguy on 2009-03-31 00:16

น้องนาโนยังพักอยู่ที่เดิมที่พี่เคยส่งไปรษณีย์ไปหาใช่ไหมครับ?

#52 By พี่ตี๋หล่อ (58.9.70.92) on 2009-03-30 20:57

มาเยาะเย้ยเจ้าของผู้ชนะในรางวัลท้ายๆ 55+

#51 By McMurphy (125.24.67.227) on 2009-03-30 10:33

อุ้ย อัพเดทครั้งนี้ไม่ได้ดูสักเรื่องเลย พอดีอินเตอร์ไปหน่อย โฮ่ๆๆ (กรุณานึกให้เป็นเสียงราชินี 55+)

อืมม เน๊อะ เราว่างานชิ้นนี้ของ มาร์โค ควรจะต้องได้รับการแลดูในช่วงเทศกาลล่ารางวัลบ้าง (แต่มีความรู้สึกว่าโอกาสน้อยเหลือเกิน...) มันทำให้เรานึกถึงงานของ เจมส์ นิวตัน โฮเวิร์ด จาก The Village เลย ซึ่งเป็นหนังที่เอาไปเลย 4 เต็ม 4 ถ้าปิดตาดูทั้งเรื่อง (เปิดตาเมื่อไร ขอลดให้เหลือแค่ 2 ดาวพอ 55+)

เรารู้สึกว่าหนังดีหลายๆเรื่องมัน nonsense นะ แต่มันล้วนมีความพิเศษที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง ก็ตรงที่มันเชิญชวนให้เราเข้าไป make sense กับมันจริงๆ ซึ่งเราก็คิดว่าแม้เรื่องนี้จะทิ้งรอยโหว่ ให้เราเข้าไปซ่อมแซมกันพอสมควร แต่อย่างน้อยมันก็สามารถทำให้เราเต็มใจเข้าไปคลุกกับมันนะ

ส่วน นิค เคจ... อรืมม เอาเป็นว่าหยวนๆให้แกบ้างก็ดีนะ 55+ ก็อย่างที่เราว่า ทุกๆหนังไร้สติ 2-3 เรื่อง ที่เฮียแกหลับหูหลับตารับบท มันก็จะมีสักเรื่องที่เค้าแสดงได้โอเคถึงดีเลยนะ และก็เป็นที่น่าสังเกตุว่า ผกก.ชื่อดังทั้งหลายก็ชอบใช้บริการของเฮียแกจริงๆ (เวอร์เนอร์ แฮร์โซก เป็นผู้ลองของคนล่าสุด 55+)

ส่วนปอลอที่ฝากเอาไว้....... ขอยืนไว้อาลัย 555+ (ครายกันแน่ว่ะที่ดึงฟ้าต่ำ วะฮ่าๆๆๆ)

#50 By BdMd (124.120.62.82) on 2009-03-28 02:57

เข้ามา Update big smile

ว่าแต่รางวัลหลังๆ นี่ ส่วนใหญ่จะไม่ได้ดูแฮะ

#49 By navagan (61.7.185.111) on 2009-03-27 02:17

+ เข้ามาฮาต่อครับ ... ว่าแต่ "ดาราสาวที่ชื่อยาวเป็นกิโล" นี่เธอเป็นใครกันเหรอ? เกิดมาจากท้องมารดาก็เพิ่งเคยเห็นเนี่ยแหละว่ามีชื่อนามสกุลใครวิลิศมาหราได้ถึงขนาดนี้ ... อย่างงี้โลเดียวไม่พอ ยาวขนาดนี้คงประมาณ 2 โล 4 เส้น กะอีก 3 วาได้ หุๆ wink

#48 By บลูยอชท์ (125.25.43.167) on 2009-03-26 23:31

ไม่ขำสักแอะกับแน็กและไมเคิลเหมือนกัน และขนลุกซู่ทุกครั้งที่ถึงตอนไอ้คู่นี้ แบบว่า อะไรอ่ะ อะไรของเมิง..

หยาดทิพย์ไม่ได้ดูอ่ะ แต่พอบอกว่าเล่นแอ๊บแบ๊วนี่ไม่เชื่อละ

#47 By eak early : เอกเช้า on 2009-03-26 23:25

การเอาหยาดทิพย์มาเล่นบทแอ๊บใสก็เหมือนการให้อั้ม พัชราภาเล่นเป็นนางเอกแสนดีนั่นแหละครับ ฝืนธรรมชาติอย่างแรง แล้วผู้สร้างบ้านเราก็ชอบคิด (ไปเอง) ว่าดาราของตัวนั้น เล่นได้ทุกบทบาท

ส่วนไอ้รางวัลคู่ขวัญก้นเหวนี่เห็นด้วยสุดๆ แต่แทนที่จะไปเน้นที่น้องโฟกัส เปลี่ยนมาเพิ่มบทให้น้องอ้อยของผมได้อยู่บนจอนานอีกซักครึ่งชั่วโมงจะดีกว่า (ไม่อยากจะบอกเลยว่าน้องอ้อยยังเล่นดีกว่าไอ้สองตัวนี่อีก)

#46 By แฟนผมฯ (124.157.141.206) on 2009-03-26 20:58

ขออำภัย section จอมขโมยซีนเราเพิ่งดู เซ็กส์หมู่ในเมืองใหญ่ ไปเพียงเรื่องเดียว (แต่ก็เห็นด้วยกับนาโนนะ 55+)

สำหรับเรา ถ้าไม่นับว่าหนังจะใหญ่หรือไม่ นี้คือจอมขโมยซีนประจำปีที่แล้ว ที่ควบเกี่ยวมาถึงต้นปีนี้...

เจมส์ มาร์สเด็น จาก Sex Drive - ฮาแบบบันยะบันยัง
อารี เกรย์เนอร์ จาก Nick and Norah's Infinite Playlist - เมาแบบไม่บันยะบันยัง
แบร๊ด พิทท์ จาก Burn After Readin - ต๊องแบบไม่บันยะบันยัง
แดนนี่ แม็คไบรด์ จาก Pineapple Express - อึดแบบไม่บันยะบันยัง
ไอ้เด็กฝรั่งเศส จาก Son of Rambow - เกย์แบบไม่บันยะบันยัง
โม จาก Wall-E - น่ารักแบบบันยะบันยัง
นีล แพทริค แฮริส จาก Harold & Kumar Escape from Guantanamo Bay - (สติ)หลุดแบบไม่บันยะบันยัง

คิดไม่ออกล่ะ ฮ่าๆๆ

เอ๊ะ นี้มันหนังตลกทั้งนั้นเลยนี่หว่า =='

#45 By BdMd (58.137.81.98) on 2009-03-26 13:53

เฮ่อ... เป็นการอ่านผลรางวัลที่อึดอัดมาก แบบว่ามันมาทีละจึ้กอ้ะ กำลังอ่านมันส์ๆก็จบซะแล้ว

รอติดตามตอนต่อไป

#44 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2009-03-25 17:28

House of sand and Fog ผมโหลดมาครับ ไม่แน่ใจว่ามีวิธีอื่นรึเปล่า

#43 By Ghoeby (117.47.78.190) on 2009-03-25 09:23

ถ้าใครอยากเป็นเจ้าหญิง ผมก็จะถามว่าเจ้าหญิงใน 4 แพร่งเหรอ มันจะรีบซ่ายทันที big smile

#42 By Ghoeby (117.47.78.190) on 2009-03-25 09:22

ซี่รี่ส์อเมริกันแนวใกล้เคียง Sex and the City (ซึ่งพี่ไม่เคยดูซักตอน ดูแต่หนังนี่แหละ) อย่าง Grey's Anatomy หรือ Desperate Housewives ก็เหมือนกัน นางเอกเงือกหงอยคลิเช่มาก ตัวประกอบเพื่อนนางเอกดิ เด่นกว่าเป็นไหนๆ

เจ้าหญิงเปอร์เซียใน 4 แพร่งนี่สุดยอดแล้วอ่ะ

ตัวขโมยซีนชายนี่นึกถึงแบรด พิตต์ใน Burn After Reading นะ

#41 By eak early : เอกเช้า on 2009-03-24 22:59

ชอบกังฟูดังค์สุดๆเลยค่ะ ฮามากๆ confused smile

#40 By Verxus on 2009-03-24 20:51

ได้แต่มาอ่าน

พี่ห่างจากหนังนานเกินกว่าจะ..อินง่ะ แหะๆ

ลิโป้ในสามก๊ก..คิดได้นะยะquestion

#39 By พี่สาวไกด์ฯ (202.28.12.82) on 2009-03-24 20:39

รักนะ Kung Fu Dunk แต่ก็จริงๆหละ
รักนะ Julia Roberts แต่ไม่เคยดูเรื่องนี้
รักนะ Shia LaBeouf แต่ไปซะเถอะ

#38 By Ghoeby (117.47.174.117) on 2009-03-23 21:54

อ่ะ...อย่างน้อยก็กันแฟนคลับเจ โจว์ไว้ไม่ได้คนนึงล่ะ หุหุ

Kung Fu Dunk ตอนโน้นอยากดูมากถึงขั้นซื้อแผ่นซูมมาดู
แน่นอนว่า ห่วยและแตกสิ้นดี 555 หมายถึงคุณภาพของแผ่นอ่ะนะ
จนแล้วจนรอดจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดู

Step Up 2 ชอบนะ ซื้อแผ่นแท้มาไว้ดูกันเลยทีเดียว
ก็ชอบตอนเต้นกลางสายฝนน่ะแหละ เหตุผงเหตุผลไรไม่ต้องเลย

ฝ่ายดารานำชายได้ดูเรื่องเดียวคือบางกอกอันตราย นิกเคจแค่นั้นว่าแย่แล้ว
แล้วนี่ยังมีหนังที่ประดับไปด้วยการแสดงแบบไม่เอาถ่านอยู่อีกหรือนี่

^^

#36 By renton (125.26.135.137) on 2009-03-23 20:52

In The City of Sylvia แล้วแต่ความชอบเนาะ พี่เองก็ชอบ ถึงขั้นเข้าชิง Nanoguy Award นู้น

#35 By Ghoeby (125.26.130.44) on 2009-03-23 15:24

วุ้ยอะไรครับ อาร์ตไม่ผิดครับ แต่ผมมันไม่ชอบเอง

#34 By Ghoeby (125.26.130.44) on 2009-03-23 15:13

+ วันก่อนพอดีเห็นมีแค่สาขาเดียวเพิ่มเลยยังไม่ได้เขียน ... แต่กะอยู่ว่าหนังยอดแย่น่าจะเป็น Kungfu Dunk cry

+ เจ๊จู ใน Erin พี่เฉยๆ นะ (คงเพราะไม่ชอบหนังแนวนี้ด้วยมั้ง) พี่ชอบเธอจาก My best friend's wedding มากที่สุดแล้ว ดูเป็นตัวเธอเองดีง่ะ 555 confused smile รองลงมาก็ Pretty woman

+ เห็นด้วยกับนายโอ๊ตครับ เพราะท่าทางช่วงนี้นายไชยา คงจะทำบุญมาดี เลยขึ้นหม้อซะเหลือเกิน มีแต่ผู้คนเอ็นดู ... คาดว่าถ้าแสดงไปเรื่อยๆ อาจได้เป็นตัวแทนของพี่ขี้หนู ในอนาคต และอาจได้เล่นเป็นคลาตูใน The day the eatrh stood still : remake 2029 อ่ะครับ วะฮ่าฮ่า double wink

#33 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2009-03-23 11:19

ขออนุญาตแท็ก (อีกแล้ว) นะครับ

รายละเอียดไปดูได้ที่บล็อกของผม

พักจากรางวัล ไปทำแท็กฆ่าเวลาก็ได้นะ 555

#32 By ฟ้าดิน (117.47.231.18) on 2009-03-23 04:02

พี่ Nano ได้เข้าชิงรางวัล Ghoeby Awards ครับ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ghoeby&group=3

#31 By The Learner (117.47.72.132) on 2009-03-22 20:29

ููู^
^
ข้างบนลืมพิมชื่อ -*-

#30 By McMurphy (118.173.93.240) on 2009-03-22 20:09

เห็นด้วย
Anthony Perkins
(Psycho)
Brad Dourif
(One Flew Over the Cuckoo's Nest)
Jack Nicholson
(One Flew Over the Cuckoo's Nest / The Shining)
Malcolm McDowell
(A Clockwork Orange)

Grace Kelly
(Dial M for Murder)
Louise Fletcher
(One Flew Over the Cuckoo's Nest)

ไม่ค่อย

Shelley Duvall
(The Shining)
ฟันป้าแกจะยื่นออกมาแทนขวานตอนที่เดินขึ้นบันได -*-

เห็นด้วยสุดๆ!!!!

Shia LaBeouf มันจริงๆอ่ะนะ question

#29 By (118.173.93.240) on 2009-03-22 20:08

หนังของนักแสดงหญิง ได้ดูแค่ Step Up 2 และแบทแมนทั้ง 2 เรื่อง ส่วนฝั่งนักแสดงชายได้ดูแค่ Kungfu Dunk เรื่องเดียว ส่วนอินเดียน่า โจนส์ 4 ดูไม่จบ ปิดไฟนอนตั้งแต่ไซอา ลาบัฟยังไม่ออก เลยไม่ได้ดูว่ามันห่วยยังไง (แต่พี่ว่านาโนอาจจะต้องเห็นหน้ามันไปอีกนาน แม้จะไม่มีใครเอาน้ำใน Holy Grail ไปให้มันกินก็ตาม ตราบใดที่ป๋าสปีลเบิร์กแกรักของแกขนาดนี้)

อืม... แต่ทอม แฮงค์ และเจ๊จูเล่นกันแย่ขนาดนี้เลยเหรอ ไม่น่าเชื่อแฮะ (งั้นดีแล้ว ที่ไม่ได้ดู)

#28 By แฟนผมฯ (117.47.27.61) on 2009-03-22 13:41

สงสัยรายงานเสร็จแล้ว เลยมาอัพเดทให้ทราบกัน...

หึ ดีแล้วที่ ซูอี้ หลุดโผไป ไม่งั้นมีเคือง 55+ เราว่าเธอเป็นนักแสดงที่รู้ดีน่ะ ว่าตัวเองกำลังทำงานอยู่ในวัตถุดิบคุณภาพขนาดไหน อย่างเช่น The Happening ความจริงแล้วมันไม่มีอะไรให้เธอทำจริงๆเลย (นอกจากทำหน้ากลัวลม -,.-) เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็นว่า การแสดงของเธอเหมือนคนถอดจิตเล่น และถ้านาโนดูมินิซีรี่ย์เรื่อง Tin Man มันก็เช่นเดียวกัน เพราะเธอแสดงได้ติงต๊องมาก (ที่สำคัญคือเธอแสดงติงต๊องแบบตั้งใจทำ 55+)...

ช่าย เราไม่สามารถโทษสาวๆของแบ๊ทแมนได้หรอก เพราะ คริส โนแลน แกก็ไม่ปล่อยให้เรามีโอกาสรู้จักพวกเธอจริงๆ (ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีน่ะ ฮ่าๆ)

อืมม พอนาโนพูดถึงบทของ เรเชล ไวส แล้ว ก็ทำให้เรานึกขึ้นได้เลย คือเธอเหมือนคนแปลกหน้าที่หลุดเข้ามาในผลงานของ หว่องการ์ไว คือเราไม่ถึงขึ้นไม่ชอบการแสดงของเธอน่ะ แต่ก็รู้สึกจริงๆว่า ตัวละครของเธอไม่เหมาะกับโลกใบนี้จริงๆ (อาจไม่ต้องรอนาน เห็นตัวอย่างเรื่อง Agora แล้วพาลให้นึกถึงความนิ่งของเธอจาก The Fountain)

เรื่องของเจ๊จูเห็นด้วยหนึ่งล้านเปอร์เซ็น !! เราว่าชีพยายามเล่นให้ดูน่าจดจำจนน่ารำคาญ คือเมื่อเวลาในจอมันน้อยแล้ว บางทีนักแสดงก็อาจจะต้องทำอะไรบางอย่าง ที่ให้เราจำพวกเขาได้จนจบเรื่อง แต่เจ๊ในเรื่องนี้กลับตัดสินใจแสดงซะเว่อร์ จนเมื่อเธอหมดหน้าที่ไปแล้ว เรากลับรู้สึกโล่งอกมากกว่าคิดถึง 55+

เอาล่ะ ว่าต่อด้วยฝั่งผู้ชาย... เดวิด เวนแฮม ไม่ผิดน่ะ !! 55+ เราว่าแนวทางการแสดงของเค้า มันขึ้นอยู่กับมุมมองของเจ้าป้ามากกว่า เราว่าสิ่งที่หนังของเจ้าป้าเป็น universal appeal เนี่ย ก็คือการมีตัวร้ายแบบร้ายยยยยยยร้ายยยยยยยยยยนี้แหละ 55+ (เอ๊ะ ปกป้องเกินหน้าเกินไปไปไหมม)

ฟอเรส วิเทคเกอร์ อรืมม อันนี้สิที่เรียกว่านอนเซ้นส์โอเวอร์แอ็คติ้ง 555+ ส่วน เท่ง เถิดเทิง เอ้ย เจย์ โชว์ ไม่พูดถึงดีฟ่า 55+ ส่วน แบงค๊อก แดนจรัส มิได้ดู เลยไม่สามารถวิจารณ์อะไรได้...

ทอม แฮงค์ส เหรอ.... อืมม คิดไปคิดมาเราก็เห็นด้วยกับนาโนน่ะ จะว่าไปการแสดงของทุกคนในเรื่อง ก็ไม่ใช่ว่าจะยอดเยี่ยมอะไรเลย (ใช่แล้ว รวมถึง PSH ด้วย ที่พี่แกเล่นเป็นตัวละครแบบนี้มาหลายเรื่องเกินไปล่ะ...) เอ๊ะ แล้วตกลงเราชอบเรื่องนี้ไหมเนี่ย -*-

สปีลเบิร์ก อาจถูกใจหนุ่ม ชีอา ตรงที่มันดูกระตือรือล้น (ลุกลี้ลุกลน) ดี เวลาพูดก็เหมือนคนบ่น พูดเร็วๆรัวๆลิ้นพันกันดี (อาจจะเป็นสเป็คป๋าเค้าอ่ะนะ 55+) สำหรับเราแล้ว... หนุ่ม ชีอา ก็ยังไม่ได้ทำอะไรให้เรารู้สึกยี้ เวลาเห็นหน้าบนโปสเตอร์หนังน่ะ (ต่างจาก นิค เคจ 55+)

#27 By BdMd (โห ว่างจัด...) (124.120.64.81) on 2009-03-21 22:22

ตอบพี่เอกเช้า

ไม่มองโลกในแง่ดีเกินไปหรอก มีจุดประสงค์เช่นนั้นจริงๆ 55+

#26 By nanoguy on 2009-03-21 20:46

ผู้ชายนนี้แม่งคงเล่นห่วยจริงๆซะจน..

1.เราจำหน้ามันไม่ได้ ทั้งๆที่ไปดูในโรง
2.ทำให้เราหลับคาโรงหนังเป็นเรื่องแรกในชีวิต

ฮ่วย หนังไรวะ อย่างห่วย

#25 By พระเจ้า** (58.9.8.219) on 2009-03-21 16:59

Erin Brockovich ก็พอๆกับ Sarah Goldfarb เลยละครับ

#24 By The Learner (114.128.54.35) on 2009-03-21 13:36

สังเกตว่า 6 คนในสาขายอดแย่นั้น ทอม นิโคลัส (คนนี้เค้ายอมรับกัน แต่เราไม่เห็นด้วยตรงไหน)ฟอเรสต์ จูเลีย ราเชล และแม็กกี้ ต่างก็ได้รับการยอมรับในฐานะนักแสดงขายฝีมือมาแล้วทั้งนั้น

นั่นแปลว่า คนเราก็ผิดพลาดกันได้ และรางวัลอย่างรางวัลนี้หรือแรซซี่ก็คือการตบหัวเตือนสติกันแรง
ๆ เรื่องหน้าอย่างอย่างนี้อีก 555 มองโลกแง่ดีสุดๆ อ่ะ

#23 By eak early : เอกเช้า on 2009-03-21 11:17

นักแสดงหญิงยอดแย่ได้ดูแค่ 4 เรื่องเอง (เว้นเรื่องเจ๊จูที่ได้รางวัลไปนั่นแหละ ) เพราะงั้นผมจึงอยากถวายรางวัลยอดแย่ให้แก่ Katie Holmes ซะเหลือเกิน ปวดตับมากกกกก

ส่วนยอดแย่ชายได้ดูเรื่องที่ได้รางวัลเลย อยากบอกว่า...เห็นด้วยสุดๆ.... ไอ้ฉากที่ขี่ช๊อปเปอร์ทะลุม่านหมอกนั้นช่าง angry smile มากๆ

#22 By Seam - C on 2009-03-21 08:11

ผมเดา Kung Fu Dunk ถูกหนึ่งรายการแว้ว 555+

ด่าได้ดี ด่าได้ถูกต้อง เราอ่านแล้ว เราชอบมาก

ด้วยความเคารพ

#21 By fallingangels on 2009-03-20 14:20

หนังแย่ angry smile มันก้อไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกันให้มันกลายเป็นหนังดี sad smile

#20 By ilovehollywood on 2009-03-20 09:17

โอ๊ะ แสดงว่ารสนิยมใกล้เคียงกัน เพราะดูหนังยอดแย่ไปแล้ว 3 เรื่องครึ่ง ฮ่าๆๆ

มัมมี่ 3: ผีกัดอย่ากัดตอบ นี้จะแจ่มมาก ถ้าเป็นฉากคั่นระหว่างเล่นเกมส์ 55+ เยติเอย ผีกองกอย เอ้ยย มัมมี่เอย มังกร 3 หัวเอย บีฮีมอธเอย... นี้มันอะไรกัน -*-

สเต็ปอัพ ทู นี้ขอค้าน ฮ่าๆๆ เราว่ามันอยู่ในระดับที่ดูฆ่าเวลาได้ คิดซะว่ามันคือ "มิวสิควีดีโอ เดอะ มูฟวี่" ละกัน

สกาย ออฟ เลิฟ มิได้ดู -,.- ส่วน สตรีท คิง... เอ จำอะไรจากเรื่องนี้ไม่ได้แล้วแฮ่ะ

ส่วนอีกครึ่งเรื่องที่ได้ดูคือหนังเรื่องนั้นของพี่เจย์นั้นเอง 55+ เห็นด้วยกับนาโนอย่างแรงว่า ทำไมเจย์ต้องทำหน้าง่วงตลอดเวลา มันก็เลยพาลให้เราง่วงปิดทีวีไปนอนดีกว่า...

ปอลอ. มิได้เครดิตเจ้า... ก็เหมือนกับสินค้า ของแบบนี้มันต้องขายแบรนด์เนม ข้าพเจ้ายังเป็นเหมือนแบรนด์จีนอยู่เลย 55+ ก็ต้องอิงเค้าไปก่อน

ปอลออ. ยังเม้นส์อยู่กับนายคนนั้นเหรอ ดูแต่ละเม้นส์ซิ อ่านแล้วเซลล์สมองฝ่อจริงๆ -*-

#19 By BdMd (58.137.81.98) on 2009-03-19 13:44

555+

ยังไม่ได้ดู Kungfu Dunk ครับ ท่าทางเป็นหนังตลกopen-mounthed smile


ดูแต่ The Mummy 3 กับ Street Kings


#18 By navagan (161.200.255.162) on 2009-03-18 16:55

แวะมาอัพเดตอยู่เรื่อยๆ ครับ

#17 By aloneagain (124.120.24.236) on 2009-03-18 04:39

(กรี๊ดดดดดดดดดดดดด)

ถือป้ายที่ตัดจากกระดาษแข็งศึกษาภัณฑ์สีใบตองแห้ง แล้วเขียนด้วยปากกาเมจิกตราช้าง ด้วยถ้อยคำว่า "ผลรางวัลอยุติธรรม" "กรรมการดูหนังอาร์ทไม่เป็น ลาออกไปซะ"

พร้อมกันนั้น โทรเรียกแฟนคลับเจย์ โจว เทพบุตรสุดหล่อแห่งวงการบันเทิงโลก คลับเจย์ โจว ห้องเฉลิมกรุง เวบพันทิพ มาเดินขบวนเรียกร้อง พร้อมทำจดหมายยื่นไปที่กระทรวงสาธารณสุขให้ออกมาปกป้อง เพราะภาพยนตร์มีเนื้อหาสอนใจให้เยาวชนของชาติหันมาใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์ ออกกำลังกาย ไม่หมกมุ่นกับยาเสพย์ติด

แฟนคลับเจย์โจว เดินมาถึง เซราโมนี่ มองหา nanoguy ที่ต่อบันไดแปดขั้นครึ่งบนโพเดี่ยม แล้วปาดอกเบญจมาศใส่ ก่อนจะร้องเพลง Qi Li Xiang ของเจย์ โจว เป็นการไว้อาลัย

#16 By หนึ่ง (124.120.72.210) on 2009-03-18 01:40

ดีใจที่มีเคทวิน และมิเชล นางแมวป่า
เออ.........เห็นด้วยอย่างยิ่งหนังยอดแย่
ดูกังฟูดั้ง แทบอ้าปากเหวออออออออออ

#15 By initial A on 2009-03-17 16:56

โอ้! อ่านแล้วมันส์ แสบทรวงมากครับ big smile

ในหนังแย่ทั้ง 5 ของน้อง พี่ได้ดูแค่ 2 เรื่องครับ (ถือว่าโชคดีไป)

มัมมี่ของเหยียบให้จมธุลี

สเตปเทพพี่ว่าดูมันเต้นๆกันก็เพลินดีนะ ดูมันเก่งดี (แต่ไอ้สุนทรพจน์นั้นก็ทำให้พี่เบือนหน้าหนีได้ 555)

Kung Fu Dunk นี่มันมีย้อนเวลาด้วยเหรอ? เออท่าจะหลุดโลกมาก sad smile

#14 By Seam - C on 2009-03-17 09:51

555555 สมการรอคอยจริงๆ

Sky of Love กับ Street King นี่ไม่ได้ดู (นับว่าเราโชคดี) ส่วน Mummy 3 นี่เต็มๆ นอนดูแผ่นที่บ้าน 1 รอบ รถบัสบริษัทตามมาเปิดหลอกหลอนอีก 1 รอบ พนักงานกรี๊ดกร๊าดชอบใจกันใหญ่ ไอ้ที่รู้สึกเซ็งสุดๆของหนังก็คือ ทั้งๆที่ปูให้เจ็ต ลี เก่งกาจฤทธิ์เยอะซะขนาดนั้น ถึงเวลากลับมาแพ้ไอ้พ่อลูก (ที่หน้าแก่พอกัน) อย่างง่ายๆ (แล้วมึงจะแปลงร่างได้ 2 - 3 แบบทำไมวะ) ดูจบแล้วรู้สึกผิดบาปกับตัวเองมากๆ

Kungfu Dunk นี่เห็นด้วยทุกประการ (โดยเฉพาะฉากจบ)

Step Up 2 นี่พี่ชอบว่ะ 55555 คิดอะไรมาก เต้นมันส์ดีออก (แต่อีนางเอกนี่เมิงจะอวบไปไหน เต้นขนาดนี้ยังไม่ผอม กินอะไรเข้าไปวะ)

อ้อ คิดค่าที่พักแพงไปรึเปล่า (หยั่งงี้ต้องเปลี่ยนจากแฟนเป็นกิ๊ก จะได้จ่ายไหว 555555555)

แล้วจะรอตอนต่อไปนะ

#13 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2009-03-17 08:42