ต้นเรื่องจากข่าวนี้ http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=112233 

     จริงๆเรื่องของ ทรงผม สำหรับนักเรียนมัธยมปลาย(หรือแม้แต่มัธยมต้น) เป็นเรื่องที่เถียงกันมาแต่ไหนแต่ไร ทั้งฝ่ายนักเรียนเอง กับฝ่ายครู (รวมถึงนักเรียนและผู้ใหญ่ที่เข้าข้างฝ่ายครู) โดยประเด็นหลักๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของ ความดูได้-ไม่ได้ ทุเรศ-ไม่ทุเรศ และความเป็นกฎระเบียบของสถาบัน บลาๆๆ ก็ว่ากันไปบ้าง อะไรบ้าง

     case ในข่าวนี้เป็นเรื่องที่แสดงรูปธรรมของการปะทะกันระหว่างคนสองรุ่น ไม่ใช่แค่การปะทะทางความคิดตามเว็บบอร์ดทั่วไป แต่เลยไปถึงการปะทะทางร่างกาย เมื่อนักเรียนเป็นฝ่าย "ต่อย" คนที่เรียกตัวเองว่าครูไปสองหมัด จนเป็นเรื่องเป็นราว และต่างฝ่ายต่างฟ้องร้องกัน

     ประเด็นที่น่าสนใจคือ เพราะเหตุใดทรงสกินเฮดจึงเป็นทรงผมที่ผิดระเบียบ? 

     อันนี้แน่นอนว่าขึ้นกับแต่ละโรงเรียน แต่ละสถาบัน ว่ามองเรื่องทรงผมเหล่านี้ยังไง ผมขอโฟกัสไปที่โรงเรียนที่มองว่าสกินเฮดผิดระเบียบเป็นหลัก เพราะจริงๆก็ไม่เข้าใจว่าเขามีฐานคิดแบบไหน ทำไมทรงผมที่ถูกระเบียบจึงต้องเป็นทรงขาวสามด้าน ทรงทหาร หรือทรงที่นักเรียนส่วนใหญ่ล้วนลงมติว่าทุเรศลูกตาสิ้นดีเหล่านั้น ทั้งที่ทรงสกินเฮดนั้นก็เข้าคุณสมบัติทุกอย่าง เกรียนหรือก็เกรียน ขาวหรือก็ขาว ไม่ได้ยาวอะไรมากจนรกรุงรัง อีกทั้งจะดัด ย้อมสี ทำทรงสวิงสวาย ก็ทำได้ยากยิ่ง

     ความผิดประการเดียวของมันคือ... มันเป็นทรงผมที่แฟชั่นเกินไป กระมัง

     ข้อยืนยันนี้ ผู้ใหญ่ที่ผมรู้จักคนหนึ่งเคยคุยกับผมเอง และเขาสนับสนุนแนวคิดนี้แบบสุดตัว กล่าวคือเมื่อจะอยู่ในระเบียบแล้ว การเข้าแฟชั่นต่างๆล้วนเป็นเรื่องต้องห้ามเพราะขัดกับความเป็นระเบียบ มานึกย้อนไปก็ไม่รู้จะขำหรือจะอะไรดี เพราะนี่คือแนวคิดแบบ "อาวุโสเป็นใหญ่" ชัดๆ

     ทำไมความเป็นกฎระเบียบกับความเป็นแฟชั่น ถึงต้องถูกจับแยกไว้คนละฟากฝั่งของความคิด แล้วปล่อยให้เกิดความขัดแย้งคุกรุ่นเช่นนี้อยู่ตลอดเวลา? ทำไมถูกระเบียบแล้วจะตามแฟชั่นไปพร้อมกันไม่ได้? 

     รวมกับพฤติกรรมของคนที่เรียกตนว่าครูในเนื้อข่าว ที่พยายามจะลากนักเรียนคู่กรณีที่ตัดทรงสกินเฮดไป "โกนคิ้ว" !! ยิ่งแสดงให้เห็นพฤติการณ์บ้าอำนาจของคนที่อาวุโสสูงกว่า และถือว่าตนมีอำนาจ ถือสิทธิ์ขาดมากกว่าคนที่อยู่ในสถานะัทั้ง "นักเรียน" และ "เด็ก" ซึ่งถูกกล่อมเกลาทางสังคมให้ต้องเชื่อฟัง และพยายามทำให้นักเรียนคนดังกล่าวอยู่ในรูปลักษณ์ที่ "ทุเรศ" ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในเมื่อผมสกินเฮดไม่เหลือส่วนใดให้กร้อนจนแหว่งวิ่น (เหมือนที่ทหารสอน รด. กร้อนหัวเขามาก่อนหน้า) อาจารย์คนนี้ก็หันไปหา "ขน" บริเวณอื่นของร่างกายจนได้ ซึ่งก็ได้แก่ขนคิ้ว

     ตรงนี้ก็แสดงให้เห็นภาวะความคิด "บ้าอำนาจ" ในหัวของเหล่าอาจารย์ที่เรียกว่าเป็นผู้รักษากฎ ที่เคยมีคนตั้งข้อสังเกตว่า การตัดผมสกินเฮดที่ถูกข้อหา "แฟชั่น" ทำให้ผิดระเบียบนั้น เป็นผลจากความ "สะใจ" ส่วนตนของอาจารย์ที่มีความคิดเช่นนี้ ที่จะรู้สึกดีเมื่อเห็นเหล่านักเรียนในอาณัติต้องปฏิบัติตามกฎเผด็จการ และอยู่ในรูปลักษณ์ที่นักเรียนไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง (ผมทรงเกรียนหร็อมแหร็ม) การเข้ามาของผมทรงสกินเฮดจึงสั่นคลอนความคิดของคนเหล่านี้มาก และพยายามหาทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านมัน เนื่องจากทรงสกินเฮด เป็นทรงที่ไม่มีข้อหลุดจากระเบียบ อีกทั้งนักเรียนยังยอมรับในความ "ดูได้" ของมัน (เป็นส่วนใหญ่)

     อาจรวมถึงประเด็น "เจ้าของอำนาจแท้จริง" เข้าไปอีกประการได้ เพราะในช่วงมัธยมปลา่ยนั้นไม่เพียงแค่อาจารย์ฝ่ายปกครองของโรงเรียนที่มีอำนาจคุมเรื่องทรงผม แต่ยังมี "ทหาร" ที่คอยคุมอีกชั้นหนึ่งในตอนรักษาดินแดน ซึ่งความยำเกรงของนักเรียนต่อทหาร ย่อมมีมากกว่าอาจารย์ หลายต่อหลายครั้งอาจารย์เองก็พยายามทำตนให้ "ขัดแย้ง" กับ timeline ของนักเรียน เช่น อีกสองสัปดาห์จะไปเข้าค่ายนักศึกษาวิชาทหาร แต่อาจารย์ที่โรงเรียนกลับบังคับให้ไปตัดผม (ซึ่งเมื่อถึงตอนเข้าค่าย บางครั้งก็ต้องไปเสียเงินตัดอีก เดี๋ยวนี้ร้านข้างทางอย่างต่ำๆ ก็ 50-60 บาทแล้ว) พร้อมกับข้ออ้างว่า "นักเรียนไม่กลัวครู แต่กลัวทหาร หรือไง?" (ข้ออ้างนี้ผมเคยได้ยินเองกับหู ตอนอยู่ชั้น ม.6) 

     ไม่เพียงแค่อาจารย์คนที่ถูกต่อย ยังรวมถึงอาจารย์คนที่เข้ามาผสมโรงกล่าวหาว่านักเรียนคนดังกล่าวขโมยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในช่วงที่เขากำลังมาคุกันอยู่ด้วย ที่แสดงให้เห็นภาวะบ้าอำนาจของกลุ่มคนเหล่านั้น

     รูปธรรมที่ชัดเจนปรากฏขึ้นตรงนี้เอง ทั้งการพยายามบังคับให้โกนคิ้ว หรือการกล่าวหาว่านักเรียนคนดังกล่าวขโมยทรัพย์สินของโรงเรียน แสดงถึงการลุแก่อำนาจของคนที่เรีียกตนว่าอาจารย์ไม่ใช่แค่การบังคับในเรื่องสิทธิส่วนบุคคล อีกทั้งข้อกล่าวหาแบบเลื่อนลอยของอาจารย์อีกคน ที่ดูท่าทางและพฤติการณ์แล้วไม่ต่างกับพวกเด็กนักเรียนเกรียนๆ ที่อยากเห็นคนต่อยกันจนตัวสั่น ถึงได้เลือกจังหวะดังกล่าวเข้ามา "ยุส่ง" ให้เรื่องราวชิบหายยิ่งกว่าเดิม และลอยตัวเหนือความขัดแย้งในข่าวได้อย่างสมบูรณ์แบบเสียด้วย

     ไม่ได้จะบอกว่าการลงไม้ลงมือไปสองหมัดของนักเรียนคนนี้เป็นเรื่องถูกต้อง แต่ลองนึกถึงสถานการณ์เช่นนั้น ไหนจะถูกบังคับขู่เข็ญในลักษณะทำร้ายร่างกาย (ใช้มือบีบท้ายทอย กดศีรษะ) และถูกกล่าวหาว่าขโมยของหลวงทั้งที่ตนไม่ได้กระทำ (หากยึดคำพูดของนักเรียนเ็ป็นหลัก) ไม่ใครก็ใครก็ต้องเกิดอารมณ์ขึ้นมาทั้งนั้น แม้คู่กรณีจะอยู่ในสถานะเหนือกว่าก็ตาม (ดูกรณี ชูวิทย์-วิศาล) ในขณะเดียวกันเมื่อฝ่ายอาจารย์แจ้งจับนักเรียนในข้อหาทำร้ายร่างกาย นักเรียนคนนั้น(รวมถึงบิดา) ก็ฟ้องกลับในข้อหาเดียวกัน บวกข้อหาหมิ่นประมาทด้วย

    ดูเหมือนจะแสดงความเท่าเทียมทางสถานะ โดยเฉพาะสิทธิทางกฎหมายของมนุษย์คนหนึ่ง แต่เชื่อเถิดว่าเมื่อเขาเดินเข้ารั้วโรงเรียน มีคนที่พร้อมจะรุมขย้ำทำร้ายเขาอีกนับไม่ถ้วน

    ทั้งจากอาจารย์..... และนักเรียนด้วยกันเอง 


 สำหรับมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่าน หรือผู้ที่รักการชมภาพยนตร์ และใครก็ตามที่แวะเข้ามา
นอกจากบทวิจารณ์ยาวๆ ที่นานๆ ผมจะได้เขียนที หรือว่าเกรดหนังแบบสั้นๆในหน้า Year 2008
สำหรับบทรีวิวแบบสั้นๆ ของผมและเพื่อนผู้บ้าหนังอีก 5 ท่าน
เชิญติดตามได้ที่
http://vreview.yarisme.com

Comment

Comment:

Tweet

กูเกลียดทรงนักเรียนเว้ย!!!!

สัส

ทุเรศจะตายห่า

เเม่งให้ตัดอยู่ได้

เชี่ยเอ๊ยยยย

มิงลองไปตัดดูดิ๊

ไอพวกสั่งให้ตัดทั้งหลายเนี่ย

เเม่งเอ๊ยยยย

อยากกะทืบเเม่งหวะ

เชี่ย

สั่งให้ตัดได้ไง

ทรงเหี้ยเนี่ย

ปันยาอ่อน

กุละเบื่อจิงๆ

เกรียนไปเดินสยามเนี่ย

เคยคิดถึงจิดใจพวกกูมั้ยสัส

#31 By (203.118.120.138) on 2009-05-30 11:36

ไม่ ความจริง wallpaper เป็นรูป Twilight แต่กลัวเสียภาพพจน์ เลยเปลี่ยนเป็น WWB ซะเลย 555+

#30 By BdMd (58.137.81.98) on 2008-12-04 18:46

เป็นประเด็นที่ดีครับ และเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

ผมก็เคยนั่งคิดแบบนี้เหมือนกันว่า

ไอ้การตัดผมทรงหัวเกรียนนี่มันจำเป็นขนาดไหน
แค่ดูมีระเบียบเรียบร้อยก็พอแล้วไม่ใช่หรือ

ทำไมต้องบังคับกันขนาดนี้ tongue

#29 By navagan (61.7.134.5) on 2008-12-04 01:29

เห็นด้วยกับ BdMd

#28 By grappa (58.9.187.223) on 2008-12-02 07:48

ไม่เข้าใจ ว่าตัดผมทรงนักเรียนแล้วก็ยังโดน พ่อแม่บอกว่านี่แหละสั้นแล้ว แต่อ.บางคนก็บอกว่ายาว อะไรว่ะเนี่ย อุตส่าห์บอกช่างแล้วนะครับ "ทรงนักเรียนนะครับ เกรียนๆ" เฮ้อ sad smile

#27 By McMurphy (125.24.76.56) on 2008-12-01 19:10

นี่ก็ถือเป็นปัญหาส่วนหนึ่งในระดับรากฐานของการพัฒนาประชาธิปไตยไทย!!
เรื่องทรงผม ความจริงแล้วน่าจะเป็นการ "หาเหตุผล" มาอธิบายทีหลัง มากกว่าจะมีเหตุผลที่ชอบธรรมในตัวของมันเอง

#26 By Palm EconTU (203.131.210.51) on 2008-12-01 15:35

โรงเรียนอยากให้นักเรียนตัดผมเกรียนจะได้เป็นระเบียบ นักเรียนตัดผมสกินเฮด แล้วมันผิดตรงไหน เอาอะไรมาตัดสินความเกรียนของหัว

ก็มันเป็นซะอย่างนี้

#25 By filmsyndrome* on 2008-12-01 10:42

วิเคาระห์ได้มันมือเอามากๆ 555+
อ่านแล้วหมั่นเขี้ยวขึ้นเลย

ตกลงแล้วทรงสกีนเฮดมันผิดเพราะมันถูกกฏ
เด็กรับได้ มันเลยไม่ถูกใจอาจารย์ใช่ไหม
ทรงผมที่สันติสุขจะต้องเป็นทรงที่ถูกกฏ เด็กรับไม่ได้
และอาจารย์มีความสุขที่เด็กรับมันไม่ได้

^
^
ย่อหน้าที่บอกเล่าว่าประมาณนี้ ชอบมากเลย 555+
เด็กก็ร้อนอาจารย์ก็แรง เจอต่อยบ้างก็ดี
ประเด็นนี้จะได้ถูกถกเถียงบ้าง เผื่อทรงสกีนเฮดอาจจะได้การยอมรับได้ซะที
หรือไม่ก็แบนขาดไปเลยให้เป็นที่รู้กัน

#24 By ขอรบกวนทั้งชุดนอน (124.121.191.210) on 2008-11-30 18:10

ไม่เขียนถึงกรณีร้อนณ.ปัจจุบันเหรอ wink

#23 By BdMd (124.121.240.136) on 2008-11-29 09:53

เห็นด้วยอย่างรุนแรง

#22 By onlineza (58.181.153.9) on 2008-11-28 01:05

สวัสดีอีกรอบเด้อ

เอ่อ..พี่ไปอ่านแท็กแล้วก็..งงๆ ว่า คำตอบไหนฟระที่ทำให้พี่ดูเป็นคนโรแมนติกเนี่ย ฮา

ฝากไปบอก Marvellous Boy หน่อยจิ (นาโนคุยกับน้องเอกบ้างเปล่า?) พี่เข้าบล็อกเขาไม่ได้เลย คือคลิกไปแล้ว อ่านเนื้อหาไม่ได้ แล้วก็หาที่ทิ้งคอมเม้นท์ไว้ไม่เจอด้วยน่ะ


ส่วนเรื่องนี้ มันกึ่งๆ ทั้งสองฝ่ายแหละ ในความคิดพี่นะ

ด้วยความที่เราไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ เลยไม่สามารถระบุชัดได้ว่า ฝ่ายไหนที่มันทำเกินไปจนทำให้เป็นเหตุอย่างนี้

#21 By พี่สาวไกด์ฯ (202.28.12.82) on 2008-11-26 08:41

+ โลกมันเปลี่ยนไปเยอะเลยเนอะ ... สมัยพี่ อาจารย์ (เกือบ) ทุกท่านทำตัวน่าเคารพนบไหว้ นักเรียนถึงแม้จะแก่น, ซน, แสบบ้าง แต่ทุกคนก็มี 'เส้น' อะไรบางอย่าง ที่ต่างก็รู้ว่าไม่ควรจะก้าวล้ำข้ามไป ดังนั้นกฎระเบียบอะไรพวกนี้ (รวมทั้งการตัด 'เกรียน' ด้วย) ก็เลยถือเป็นแค่เรื่องน้ำจิ้มเล็กๆ น้อยๆ ที่เป็นการฝึกนักเรียนให้อยู่ในกฎระเบียบเดียวกัน (เวลาต้องออกไปทำงาน หรืออยู่ในระบบของสังคม)

+ แต่พอยุคปัจจุบัน ครูหลายๆ คนก็ทำตัว 'เสื่อม' ในขณะเดียวกัน เด็กๆ ก็ดูจะมีพฤติกรรมที่รุนแรงขึ้น เลยทำให้พื้นที่ของทั้ง 2 ฝ่ายที่มีช่องว่างบางๆ กั้นอยู่ เลื่อนเข้ามาซ้อนเหลื่อมกันแทน แล้วเลยเกิดเป็นแรงปะทะขึ้นมา

+ กรณีนี้ ขอไม่วิจารณ์แล้วกันครับ ดูจากข้อเท็จจริง ก็คงแรงด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ... แต่เราก็ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริง 'จริงๆ' แล้วมันเป็นอย่างที่เขียนๆ ข่าวกันออกมารึเปล่า ดังนั้นขอผ่านครับผม wink

#20 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2008-11-24 20:09

เข้าไปอ่านรายละเอียดของข่าวแล้วพบว่า ไอ้อาจารย์นี่ก็ร้ายใช่ย่อย (ดีที่ไม่โดนนักข่าวต่อยซ้ำอีกรอบ) แต่เราถูกปลูกฝังกันมาตลอดว่าต้องเคารพครู เคารพผู้ใหญ่ (ไม่ว่าครูหรือผู้ใหญ่นั้นๆจะงี่เง่าปัญญาอ่อนแค่ไหนก็ตาม)พฤติกรรมชกหน้าครูของไอ้เด็กคนนี้จึงเป็นเรื่องน่ารังเกียจอย่างรุนแรงในสังคมแสนดีของเรานี้ จริงๆแล้วเรื่องหัวเกรียนมันเป็นปัญหามาตลอดตั้งแต่สมัยพี่เป้นนักเรียน (น๊าน นานนะนั่น) จนถึงวันนี้มันก็ยังเป็นปัญหาอยู่ และเชื่อว่าจะเป็นต่อไปเรื่อยๆ ตราบที่สังคมไทยยังเชื่อมั่นว่าเด็กผมเกรียนจะตั้งใจเรียนกว่าเด็กผมยาว และการสนใจแฟชั่นจะทำให้เด็กไม่สนใจเรียน (ซึ่งถึงวันนี้จากข่าวเด็กหัวเกรียนตีกัน เอากัน และสารพัดความเหลวแหลกที่เป็นก็น่าจะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทฤษฎีนี้มันจริงหรือไม่จริง)


#19 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2008-11-24 17:45

อ่อ ประเด็นเรื่อง "ให้เกียรติสถานที่" นิดนึง ผมไม่รู้นะครับว่าท่านอื่นๆ มี "มาตราฐานที่ชัดเจน" อย่างไรในการตัดสินว่า "ให้เกียรติ หรือไม่"

แต่ของผมนั้น ผมดูว่าสถานที่นั้นๆ สร้างขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ใด เช่น โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยที่มีจุดประสงค์ในการสร้างคือ "สร้างความรู้"

ฉะนั้น การกระทำใดที่ "ทำลาย หรือบั่นทอน" การสร้างความรู้ (ก่อกวนในชั้นเรียน ฯลฯ) ผมถือว่าเป็นการ "ไม่ให้เกียรติสถานที่" ครับ แต่การแต่งกาย, ทรงผม ฯลฯ มันไปทำลายประสาทการรับรู้ หรือเซลล์สมองหรืออย่างไร? จึงทำให้สร้างความรู้ได้น้อยลง???

ผมเลยไม่มองว่าเป็นการ "ไม่ให้เกียรติ" อะไรแต่อย่างใด

แต่ผมไม่ได้มาบอกว่า คนอื่นๆ ต้องมีเกณฑ์เรื่อง "การให้เกียรติ" เหมือนผมนะครับ...ผมแค่สงสัยว่าที่พูดๆ กันว่า ให้เกียรติ ไม่ให้เกียรตินั่นน่ะ...เคยคิดกันจริงๆ จังๆ หรือเปล่าว่า "นิยามของการให้เกียรติ" ที่ตนว่ามันคือแบบใด...ขอบเขตอยู่ตรงไหน เกณฑ์คืออะไร???

หรือสักอยากจะชี้บอกว่า "ไม่ให้เกียรตินะแบบนี้" ก็ชี้เอาเลย?

ด้วยความเคารพ

#18 By fallingangels on 2008-11-23 23:55

Hot!

หากใช้นิยามคำว่า "เกรียน" ตามมาตราฐานที่ใช้กันในโลกไซเบอร์

ผมว่าครูห่านั่น เกรียนกว่าเด็กนักเรียนว่ะ (โอเค...นักเรียนไม่มีสิทธิไปต่อยขนาดนั้นอ่ะนะ แต่ผมไม่แน่ใจว่าเป็นการ "ป้องกัน" ตนเองจาก physical violence อย่างหนึ่งได้หรือไม่)

คงไม่ต้องพูดยาว เพราะเดี๋ยวผมจะด่าหยาบๆ เสียๆ หายๆ ตามสันดานผมอีก แต่ผมมีคำถามประการหนึ่ง

หากเราคิด อยู่บนพื้นฐานของการ "ต้อง" แยกแฟชั่น ออกจากระเบียบนะ แล้วสมมติต่อไป ไอ้ทรงขาวสามด้านนั่นมันเสือกเป็นแฟชั่นขึ้นมาจะทำไง (ผมขอไม่ไปไกลถึง "ขนาดไหนเรียกว่าเป็น แฟชั่น" แล้ว)

และหากผมลองสมมติบ้าไปอีก หากต่อไป ผมแบบพวกพังก์ มันฮิตน้อยกว่าขาวสามด้าน แปลว่าต่อไป โรงเรียนก็สมควรจะอนุญาตผมแบบพังก์ มากกว่าขาวสามด้านใช่มั๊ย???

หากใช่ ผมว่าก็น่าลองทำให้ขาวสามด้านแม่งเป็นแฟชั่นดูวะ...กูอยากตบหน้าอาจารย์เกรียน

ด้วยความเคารพ

#17 By fallingangels on 2008-11-23 23:22

อื้ม

รู้จัก merveillesxx ใช่ไหม

ฝากบอกเขาด้วยว่า

อ่านคิมคีด็อค จบแล้วนะ

บอกด้วยว่า เคยเห็นหนังเรื่อง bad guy, 3-iron, the bow แต่ไม่ได้ดู
ดู samaritan girl ชอบ
ชอบ พล็อตเรื่องของ time แต่ยังไม่ได้ดู
มีเรื่อง springฯ แต่ยังไม่ได้ดู sad smile

ทั้งหมดนั้น เราไม่รู้จักผู้กำกับ (ชอบเพราะพล็อตเรื่อง อย่างเดียวเลย)

อ่านที่ merrฯ เขียนแล้ว ทำให้อยากกลับไปดูเรื่องที่ยังไม่ได้ดูอีก


สรุป ชอบทั้งงานเขียน และอีตาผู้กำกับ 555+

#16 By NiDA MAilO on 2008-11-22 14:49

หากต้องเปลี่ยนกฏอะไรบางอย่างแล้วทำให้คนบางคนมีอำนาจน้อยลง..มีหรือท่านจะยอม

#15 By renton (125.26.125.7) on 2008-11-22 12:51

เกรียน เกรียน เกรียน!!!
เฮ้อ...คิดแล้วเศร้า sad smile
เราก็ผ่านทรงนั้นมาก่อน

ยังไงซธก็รับไม่ได้ ที่เด็กไทยต้องตัดทรงนักเรียน
คนจะโง่ จะฉลาด จะดี จะเลว ไม่เกี่ยวกับทรงผม
ยืนยัน หัวใครก็หัวมัน จะมายุ่งกันทำไม?
ส่วนใครที่เรียนรด. ก็ค่อยตัดสกินเฮดไป

ทีแรกอ่านหัวข้อ ก็นึกว่ามันจะเขียนถึงพวก Skinhead ในอังกฤษซะอีก (พอดีเพิ่งดูเรื่อง This is England มา กำลังอิน) question

#14 By Travis on 2008-11-22 02:58

โอ๊ย คลาสสิคจริงปัญหานี้ ตั้งแต่สมัยพี่อยู่มัธยมละ
1. ไปเรียนรด.โดนครูฝึกตัดผมมาจนน่าเกลียด หรือ
2. โดนครูที่โรงเรียนเอาปัตตาเลี่ยนจงใจไถเป็นแนว 2 แนวข้างซ้าย-ขวากรณีที่ผมยาวเกินระเบียบ
จาก 1 หรือ 2 นักเรียนก็เลยไปตัดสกินเฮด ครูประกาศหน้าเสาธงในวันรุ่งขึ้นเลยว่าห้ามสกินเฮดเพราะมันเป็นการประชด จะบ้าตาย!

แต่พี่กลับดีใจกับเด็กสมัยนี้นะว่า หลายโรงเรียนเปิดรับสกินเฮดกันมากขึ้น สมัยพี่สกินเฮดมันห้ามกันกว่านี้

นอกจากนี้ยังมีการห้ามแบบไร้เหตุผลอีกมาก เป็นต้นว่า
- ห้ามเอาตัวหนีบหนีบกระเป๋า
- นร.ชายให้ดึงถุงเท้าขึ้นไปให้สุด ห้ามพับ (ยังกับเล่นลิเกเลย อุบาทว์มาก)แต่พี่แอบพับตลอด
- ห้ามหิ้วกระเป๋าใบที่สองรวมถึงถุงอะไรทั้งนั้นมารร.นอกจากกระเป๋านักเรียนสีดำ ถ้าจะหิ้วถุงที่สองให้ซื้อกระเป๋าสีขาวที่ออกแบบและผลิตโดยรร.เท่านั้น อันนี้เพื่อนพี่ (ผู้หญิง) เคยเอาทุเรียนทอดใส่ทัพเพอร์แวร์มาส่งงานวิชากพอ.แล้วเลยต้องใส่ถุงหิ้ว ก็เลยถูกตีโหดมาก

เกลียดมาก!!! ข้อห้ามไร้เหตุผลรองรับพวกนี้!!!!

#13 By eak early : เอกเช้า on 2008-11-22 00:10

ดีน่ะที่หาขนโกนใกล้ๆหัว ถ้าหาจากที่อื่นอาจโดนมากกว่าข้อหาหมิ่นประมาท 555+

คิดว่าใครก็คงมีประสบการณ์กับครูประเภทนี้มาแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะหาทางออกกันยังไง (ส่วนมากแล้วคงเก็บไปด่าลับหลัง มากกว่าที่จะฮุคไปสองทีเช่นนี้) อย่างเรา ด้วยความที่เป็นเด็กดี (55+) แต่รักความถูกต้อง พอเจอสิ่งมีชีวิตพวกนี้เริ่มที่จะใช้แนวคิดแบบ "อาวุโสเป็นใหญ่" (อย่างที่นาโนว่า) เราก็จะแสดงให้เห็นว่า ไอ้ที่พ่นๆออกมานั้น ไร้ค่าสำหรับเราแล้ว เอามือล้วงกระเป๋า ยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง ทำตัวเฉยๆ...

แต่พอทำอย่างนั้น กลายเป็นว่าโดนมันหาว่าไร้มารยาท (ช่าง mang ไม่เป็นไร) และเพื่อนในห้องหลายคนหาว่าไม่เคารพครู (อ้าว สิ่งมีชีวิตที่มีพัฒนาการมากกว่าโปรโตซัวนิดนึงเยี่ยงนี้ พวก mumg ยังจะเรียกว่าครูอีกเหรอ...)

#12 By BdMd loathe Megalomaniac ! (124.122.132.213) on 2008-11-21 22:44

การล้ออำนาจส้นตีนไม่เป็นธรรมอย่างนี้ น่าสรรเสริญ


Hot!

#11 By -ratsder- on 2008-11-21 22:09

มึงกูอัพให้มึงตามที่มึงเรียกร้องเเล้วนะ
เด่วมาอ่านของมึง

#10 By shikak on 2008-11-21 21:38

ประเด็นเรื่องทรงผมในโรงเรียน สามารถแตกยอดได้เพียบ sad smile

เป็นเรื่องที่ไม่จบไม่สิ้นจริงๆ ตัดมายาวไปนิดก็หาว่าพยายามจะทำตัวผิดระเบียบ ตัดมาสั้นเกินไปก็กลายเป็นประชด...ไม่ได้จะนอกประเด็นนะครับ เพราะบางคนนอกจากจะมองว่าเป็นแฟชัน ยังมองว่าเป็นการประชดด้วย ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอคติกับเด็กตามมาได้อีกในภายหลัง

#9 By SkyKiD on 2008-11-21 21:01

ผู้ใหญ่บางคนที่มีอำนาจอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจอะไรก็ตาม

มักคิดว่าตัวใหญ่ยิ่งใหญ่ เสียเต็มประดา

โดยลืมนึกไปว่า ก่อนหน้าที่มึงจะมีอำนาจ มึงเป็นเด็กมาก่อนไหม ต้องขวยขวายอะไร ต้องทำตัวแบบไหน

ส่วนเด็ก ก็มักจะคิดว่า ความเป็นเด็ก ช่วยอะไรได้ทั้งหมด เอาความเป็นเด็กมาอ้าง แล้วกูจะไม่ผิด ซึ่งจริงๆ มันไม่ใช่

พวกมรึง เด็ก ผู้ใหญ่ ต้องมองให้กว้าง ต้องมองให้แตก ต้องมองให้เป็นกลาง เอาใจเขา มาใส่ใจเรา ใช่ไหม มันถึงจะไปด้วยกันได้ในสังคม ในองค์รวม

ปล. บางครั้งก็เบื่อพวกเด็ก บางครั้งก็อยากกระโดดเตะ พวกผู้ใหญ่

ปล.2 เอ๊ะ ตอนนี้อายุของเรา ก็ผู้ใหญ่ตอนต้นแล้วไม่ใช่หรือ (ไม่ใช่ วัยรุ่น)

sad smile

#8 By NiDA MAilO on 2008-11-21 18:19

^
^
พี่มองว่า ปัจจุบันมันเลยเรื่องให้เกียรติสถาบันไปเยอะแล้วไง มันถึงมีเรื่องแบบในข่าวเนี่ย ออกมา
(แม้ส่วนตัวพี่จะไม่สนใจเรื่องให้เกียรติสถาบันก็เหอะ คนมันให้กันเยอะแล้ว เยอะมากกกกด้วย จนเอียน ไม่ใช่แ่ค่ทรงผม ยังมีเครื่องแบบ และอะไรต่างๆนานา)


#7 By nanoguy on 2008-11-21 17:18

ลืมพูดเรื่ืองสกินเฮด
นักเรียนมีเหตุผลนะ ถึงแม้มันจะขัดต่อระเบียบที่(ตัวอาจารย์)ตั้งไว้ แต่มันเป็นเหตุสุดวิสัยนี่หว่า sad smile
จริงๆแล้วมันคือการให้เกียรตินะ เรื่องทรงผมเนี่ย
ให้เกียรติสถาบันนะคะไม่ใช่อาจารย์
และกฏระเบียบก็ตั้งขึ้นเพื่อให้ทุกคนโฟกัสไปที่จุดเดียวกัน คือเรื่องการตั้งใจเรียน ถึงแม้จะต้องบังคับให้ตั้งใจ
ในฐานะที่เจี๋ยเรียนนอกระบบ กฏระเบียบไม่มี เห็นแล้วล่ะว่ามันเละเทะขนาดไหน ไม่มีใครตั้งใจเลยสักคน
ถ้าในระบบเป็นแบบนี้การศึกษาไทยนะเสียนะ

เข้าใจว่าหลายคนดี แต่หลายคนก็ชั่ว มีอยู่ทุกสังคม
นักเรียนเลวก็เยอะ อาจารย์ชั่วก็มากมาย
แต่เดี๋ยวนี้เจี๋ยรู้สึกว่าคนเราให้เกียรติกันน้อยลงเรื่อยๆ
เริ่มไม่ไว้หน้ากัน เริ่มใช้อารมณ์เป็นใหญ่ เริ่มคิดเข้าข้างเหตุผลของตัวเอง ที่สำคัญที่สุดคือ "หาเหตุผลมายึดเกาะ"
โดยที่จะเชื่อมั่นในสิ่งที่พิสูจน์ได้ เชื่อถือได้ และปรับใช้กับตัวเองได้ดี ลึกๆแล้วทุกคนเลือกเข้าข้างตัวเองและคนของตัวเองเสมอ นับกันตามที่เห็น "เหตุผล" ห่างจาก "ข้ออ้าง" แค่เ้ส้นยาแดง

ในกรณีนี้ เจี๋ยมองว่าอาจารย์ทำเกินเหตุนะคะ สมควรได้รับหมัด
แต่ในขณะเดียวกันนักเรียนก็ไม่คิด ถึงภาพลักษณ์ที่จะตามมา และเรื่องที่จะเกิด เพราะคนส่วนใหญ่จะมองแค่ผิวๆว่า เฮ้ยมันต่อยอาจารย์ ถ้าไม่กลัวก็จะสะใจแค่นั้นล่ะ
แต่ไอคนยุนี่น่าโมโหที่สุดนะ tongue
อ เขาก็เกินไปนะ
ยังมาเคร่งอะไรนักหนา

#4 By Shuu Exteen on 2008-11-21 13:59

ย้อนกลับไปตอนมอปลาย เรื่องทรงผมนี่ผมกลับไม่ค่อยติดกับกติกาของทหารนะครับ เมื่อคุณอยากเรียน (และไม่อยากเป็นทหาร) ก็ต้องทนเอา

แต่ไอ้ฝ่ายปกครองนี่ดิ ผมโชคดีที่ทรงสกินเฮดไม่ผิดระเบียบของโรงเรียนครับ แต่พวกมันท่านๆทั้งหลายก็ยังมาหาเรื่องได้...เรื่องกระเป๋าครับ

พวกท่านๆบังคับว่าต้องใช้กระเป๋านักเรียนเท่านั้นถึงจะเข้าโรงเรียนได้ (ก็ไอ้กระเป๋าดำๆแหละครับ ถือไปเรียน รด.!!!) ผมจะ้บ้าตาย สุดท้ายก็ทิ้งเป้ไว้ที่ป้อมยาม ถือแต่หนังสือเรียนเข้าไปเรียน (โรงเรียนผมเรียน รด. แล้วต้องกลับมาเรียนอีก ไม่สิ! กลับมาหลับครับ เพราะเหนื่อยฉิบหายเลย)

ส่วนในเนื้อข่าว ผมว่าการจับมาโกนคิ้วนี่ มันก็บ่งบอกอะไรหลายๆอย่างของผู้กระทำนะครับ


Hot! Hot! Hot!

#3 By Seam - C on 2008-11-21 11:00

กูเข้าใจนะ เรื่องกฎระเบียบ
ว่ามีเพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
แต่กูไม่เข้าใจ อ.บางคน
ซึ่งทำตัวจนกูไม่อยากเรียกว่า อ.ด้วยซ้ำ
ใช้คำว่า "อาจารย์" มาเป็นบรรทัดฐาน
ในการตัดสินดูหมิ่นเด็ก
ทั้งๆ ที่ทุกคนก็มี "สิทธิ" ของความเป็นมนุษย์เท่ากันหมด
ถ้าเป็นแบบนี้ กูก็ไม่อยากให้ใช้คำว่า "อาจารย์" เลยดีกว่า
คนเป็น "อาจารย์" เค้าจะมีความคิดพิจารณาดีกว่า คนที่เอาแค่ความรู้ที่มีมากกว่ามาห่อหุ้มตัวเองเพื่อเดินอวดดีไปมาหรอก

ดีนะเนี่ย ที่กูลาออกมาแล้ว
><

#2 By skiixy* on 2008-11-21 09:17

นึกถึงสมัยเรียน รด. ครับ ไม่ค่อยฟังครูปกครองกันเท่าไร แต่พอทหารไม่ให้เข้าสอบหรือเข้าค่าย รด. ก็วิ่งแจ้นไปตัดเกรียนกันใหญ่

#1 By chubby on 2008-11-21 09:11