Taken : สำนึกรักบ้านเกิด

posted on 19 Oct 2008 17:18 by nanoguy in Article, Movies

Taken

     ถึงหนังเรื่องนี้จะมาในคราบหนังฝรั่งเศสแต่ก็เป็นเพียงแค่ทุนสร้างกับตัวผู้กำกับ โครงเรื่อง การดำเนินเรื่อง ภาษาภาพยนตร์ไปจนถึงรายละเอียดต่างๆนั้น กลับไม่ได้แตกต่างจากหนังแอ็คชั่นทั่วๆไปของฮอลลีวูดมากนัก อย่างไรก็ดี หนังเรื่องนี้จัดอยู่ในกลุ่มที่ดูสนุกสนานและไม่ได้น่าเบื่อหรือเฝือซ้ำซากจนเกินเหตุ ต้องชมความทรหดของมือตัดต่อที่ต้องพยายามกลบเกลื่อนความไม่สมบูรณ์ด้านการเล่นบทแอ็คชั่นของเลียม นีสัน ด้วยการตัดแบบฉับไวยิ่งกว่าหนังโคตรมึนสมองอย่าง The Bourne Ultimatum

     พล็อตเรื่องแนว "ลูกกูอยู่ไหน" ถูกขับเคลื่อนโดยตัวละครไบรอัน(เลียม นีสัน) พ่อผู้รักลูกสาว คิม(แม็กกี้ เกรซ) สุดหัวใจแต่ต้องหย่าร้างกับภรรยา(แฟมเก้ แจนส์เซ่น) ด้วยเหตุผลด้านหน้าที่การงานอันนำมาซึ่งความขัดแย้งและแตกร้าวรุนแรงในชีวิตคู่ หนังไม่ได้ให้รายละเอียดชัดเจนว่าเขาทำงานอะไรกันแน่ แต่เห็นทีจะไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองหรือการทหารด้านสืบราชการลับอันเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ เพราะเขากับเพื่อนมีความหลังที่ตะวันออกกลางร่วมกันและพูดคุยกันเกือบทุกครั้งที่มีนัดกินบาร์บีคิวกันในสวนหลังบ้าน

     ลักษณะความเป็นทหารของไบรอันถูกนำเสนอให้เห็นอย่างชัดเจนตลอดเวลาในกิริยาท่าทางต่างๆ ชัดเจนที่สุดตอนที่เขาวางกฎระเบียบเคร่งครัดต่อลูกสาวตอนที่เธอมาขอไปเที่ยวฝรั่งเศสกับเพื่อนสนิท(อาจนึกย้อนไปถึง แฮงค์ เดียร์ฟิลด์ ใน In the Valley of Elah แต่ว่ารายนั้นแสดงออกอย่างลุ่มลึกและค่อนข้างแอบซ่อนมากกว่า)

     คิมไม่ได้โทรหาพ่อทันทีที่เครื่องแตะพื้นกรุงปารีสและประจวบเหมาะกับตอนพ่อโทรไปหา พวกแก๊งลักพาตัวเด็กสาวนักท่องเที่ยวก็บุกเข้ามาจับตัวอแมนดาเพื่อนสนิทออกไปอย่างน่าระทึกขวัญ ไบรอันวางแผนอย่างรวดเร็วเพื่อทราบรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายจากลูกสาวก่อนจะถูกลากตัวออกจากใต้เตียง เขาขึ้นเครื่องบินไปบุกเดี่ยวตามล่าพวกคนร้ายเหล่านั้นด้วยตนเองทันที หลังจากที่ทราบว่าคนร้ายเหล่านั้นคือแก๊งค้ามนุษย์ชาวแอลเบเนีย(ประเทศเล็กๆทางยุโรปตะวันออก ประชาชนนับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่) ที่มาอาศัยฝรั่งเศสเป็นแหล่งหากิน และนักท่องเที่ยวสาววัยรุ่นคือเหยื่ออันโอชะเพราะนอกจากคุณภาพดีแล้วยังประหยัดต้นทุนอีกด้วย

     หนังแอ็คชั่นทำนองนี้ไม่ได้มีอะไรให้คนดูลุ้นระทึกมากไปกว่าการออกแบบฉากแอ็คชั่นให้สมจริง ยิ่งในเรื่องนี้ไบรอันคือตัวละครที่เปี่ยมด้วยแรงขับด้านจิตใจ แรงจูงใจ รวมไปถึงความสามารถเฉพาะตัวอันเหนือชั้นยิ่งกว่าเจมส์ บอนด์ ภาคไหนๆ ทั้งทางกายภาพและการวิเคราะห์สถานการณ์(โดยเฉพาะภาคเจ้าสำอาง) ที่เป็นผลจากการเคี่ยวกรำฝีมือในอาชีพลึกลับอันเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ เขาจึงทราบรายละเอียดและหนทางตามหาตัวคนร้ายอย่างรวดเร็วไม่น่าเชื่อ จนสามารถสาวถึงต้นตอและจัดการจนสิ้นซาก และบรรลุจุดประสงค์ในการช่วยชีวิตและเยื่อพรหมจรรย์ของลูกสาวในโอวาท

     โลเกชั่นหลักของเรื่องอย่างฝรั่งเศสเป็นดินแดนที่ปัญหาเรื่องผู้อพยพชัดเจนมากขึ้นในช่วงหลังๆ ด้วยการกระทบกระทั่งกันระหว่างคนฝรั่งเศสกับผู้อพยพซึ่งส่วนใหญ่มาจากแอฟริกาตอนเหนือ(เช่น แอลจีเรีย, ตูนีเซีย) ทั้งประเด็นด้านเชื้อชาติหรืออาชญากรรม แก๊งค้ามนุษย์ชาวแอลเบเนียในหนังเรื่องนี้เปรียบเสมือนเหลือบไรในกลุ่มผู้อพยพที่เป็นภัย คอยแฝงตนเป็นอาชญากรทำร้ายผู้คนบริสุทธิ์บนแผ่นดินฝรั่งเศส อีกทั้งตำรวจอดีตสหายรักของไบรอันในกรมตำรวจ ดันกินสินบนใต้โต๊ะกับคนร้ายกลุ่มนี้จนเขาไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร เพราะเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ก็ไม่สนับสนุนการกระทำอันบ้าระห่ำของไบรอันตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เพราะแค่เริ่มภารกิจแรกสุด พี่แกก็เล่นซะมีคนตายไป 4-5 คนแถมด้วยระเบิดวินาศสันตะโรยังกับ Die Hard

     ปัญหาเรื่องผู้อพยพต่างด้าวเกิดขึ้นให้เราได้รับรู้ในหลายๆกรณี และจากหลายมุมมองโดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับเรื่องสวัสดิการครบวงจร(ในภาษาทางรัฐศาสตร์จะเรียกระบบนี้ว่า "รัฐสวัสดิการ" หรือ Welfare State) อันจะนำมาซึ่งการเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงและกรณีผู้อพยพจากประเทศที่ไม่มีระบบสวัสดิการดีเทียบเท่าทะลักทะล้นเข้ามา เช่นกรณีของชาวตุรกีในเยอรมนี ชาวแอลจีเรียในฝรั่งเศส หรืออีกหลายประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ที่มักติดอันดับหนึ่งของชาร์ต "ประเทศที่ประชาชนมีความสุขที่สุดในโลก" หรือ "คุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก" อยู่เป็นนิจ หรือในประเทศที่ระบบสวัสดิการก็ไม่ได้ดีนักอย่างไทยเรา ก็มีคนยกปัญหาแรงงานพม่า, มอญ, กัมพูชา มาเป็นที่ถกเถียงอยู่เนืองๆ

      ขนาดในประเทศที่รัฐบาลสนับสนุนเรื่องสวัสดิการครบวงจรยังมีข้อถกเถียง ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาที่แนวคิดเรื่องสวัสดิการแตกต่างจากชาติในยุโรปอย่างสิ้นเชิง จึงมองภาพคนต่างด้าวต่างไปราวหน้ามือหลังมือ ผู้อพยพต่างชาติในหนังแอ็คชั่นฮอลลีวูดอย่าง Taken จึงได้กลายเป็นอาชญากรอย่างสมบูรณ์แบบ และไม่ว่าพระเอกของเราจะใช้วิธีใดจัดการก็นับว่าชอบธรรมแล้ว เพราะตัวแทนของรัฐบาลหรือกฎหมายอย่างตำรวจที่เป็นเพื่อนเก่านั้นไม่อยู่ในฐานะที่จะช่วยเหลือได้ แถมยังมีเอี่ยวกับความชั่วร้ายอย่างชัดแจ้ง

      ราวกับบอกว่าจะเล่นกับพวกนี้มันต้อง "ถึงลูกถึงคน" ถ้ามามัวนั่ง "จับเข่าคุย" เห็นทีจะไม่ทันการ

      การค้ามนุษย์ในยุโรปนั้นก็นับว่าเป็นปัญหาเรื้อรังและถกเถียงกันมานานเช่นกัน โดยเนื้อแท้นั้นอาจเกิดจากความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจของชาติร่ำรวยกับชาติยากจนแถบยุโรปตะวันออกหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และการตั้งสหภาพยุโรปขึ้น (ลองเทียบประเทศอย่างฝรั่งเศส,อังกฤษ, เยอรมนี กับแอลเบเนีย, โรมาเนีย หรือตุรกี) การหลั่งไหลของชาวยุโรปตะวันออกที่มุ่งแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าเข้าสู่ฝั่งตะวันตกของยุโรปก็เริ่มเกิดขึ้นเป็นวัฏจักร และงานง่ายเงินดีที่ให้ผลตอบแทนงดงามทั้งแก่คนลงแรงทำงานกับคนจัดหางานก็เห็นจะหนีไม่พ้นการขายบริการทางเพศ ไม่ว่าจะในประเทศที่เปิดให้เป็นสิ่งถูกกฎหมาย(เช่น เนเธอร์แลนด์)หรือเห็นว่าผิดกฎหมายก็ตาม

      สภาพของซ่องระดับสูงที่มีแมงดาจอมโหดคอยคุมจนกระดิกกระเดี้ยอะไรไม่ได้กับซ่องระดับล่างในไซต์ก่อสร้าง(ดูราวกับทำไว้เพื่อให้ "กรรมกร" ใช้บริการ) ที่มีเพียงม่านกางกั้นและสาวๆที่ถูกจับฉีดเฮโรอีนจนสติฟั่นเฟือน จึงถูกนำเสนอไม่ต่างกันมากนัก

      ทว่าเมื่อความต้องการสูงขึ้น จะอาศัยแต่พวกสาวๆจากประเทศจนๆ ที่สมัครใจมาพลีร่างก็คงไม่ทันการ จึงเกิดขบวนการค้ามนุษย์ (หรือ "ตกเขียว" ที่เราชาวไทยเคยคุ้นหูกันอยู่พักใหญ่) เริ่มจากสาวๆในยุโรปตะวันออกกันก่อน จนเมื่อความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เป้าหมายจึงเริ่มไม่จำกัดคุณสมบัติและลามมาถึงนักท่องเที่ยวอย่างคิมกับอแมนด้า ซึ่งทั้งสองคนถูกจับไปก็เพราะความ "แรด" ของคนหลังที่ไปให้ท่าสมาชิกแก๊งค้ามนุษย์ที่สนามบิน

      หนังเรื่องนี้เลยกลายเป็นบทเรียนสอนเด็กสาววัยรุ่นไปในตัวว่า "อย่าแรดจนเกินงามนะหนู ประเดี๋ยวจะตายโหง เพราะถูกหลอกไปขายตัวที่ต่างแดน"

      ปฏิบัติการถึงลูกถึงคนของไบรอัน ก็ชวนให้นึกเปรียบเทียบกับการใช้กำลังของสหรัฐฯทั้งในอัฟกานิสถานและอิรักยังไงชอบกล อีกทั้งหนังเรื่องนี้ก็สนับสนุนการใช้กำลังอย่างสุดตัวอย่างที่ได้บอกไปก่อนหน้า เพราะเป้าหมายในการช่วยเหลือของหนังเรื่องนี้ก็คือลูกสาว ส่วนชีวิตของคนอื่นนั้นเข่นฆ่าได้ง่ายดายร่วงโรยเช่นผักปลา เหมือนกับทหารอเมริกันที่เข่นฆ่าผู้คนในดินแดนเหล่านั้นเพื่อจัดการการก่อการร้าย โดยให้เหตุผลถึงหน้าที่ในการปกป้องประชาชนชาวอเมริกัน(และลูกหลานของพวกเขา)

      Taken ยิ่งตอกย้ำตัวมันเองตรงจุดนี้ด้วยการให้ตัวร้ายตัวสุดท้ายคือ ชีค จากบางประเทศแถบตะวันออกกลางที่บ้าคลั่งการเสพสาวบริสุทธิ์จนขึ้นสมอง (แน่นอนว่านับถือศาสนาอิสลามเพราะในหนังพี่แกแต่งตัวเต็มยศแบบชาวอาหรับที่เราเห็นเดินห้างในบ้านเราเป๊ะ -อะไรจะขนาดนั้น) และสาวคิมของเราก็คือสาวบริสุทธิ์ที่ขายได้ในราคาสูงลิบ ในขณะที่อแมนด้าเพื่อนสาวสุดแรด ต้องตายโหงในสภาพสุดอนาถคาซ่อง เหตุด้วยเธอเป็นสินค้าไร้ราคาเพราะขาดความบริสุทธิ์นั่นเอง (ถ้ารู้จักรักนวลสงวนตัวไบรอันก็ตามมาช่วยทันแล้ว เพราะเธอจะถูกจับมาประมูลราคาเช่นเดียวกับคิม - หนังต้องการบอกแบบนี้หรือเปล่านะ...)

      ไม่ใช่แค่อเมริกันชนเท่านั้นที่ดูหนังเรื่องแล้วเกิดอาการสำนึกรักบ้านเกิดขึ้นในใจ แต่อาจรวมถึงชาวฝรั่งเศส หรือประเทศต่างๆ ที่มีความไม่ไว้วางใจในตัวของแรงงานอพยพและแรงงานข้ามชาติที่แห่แหนกันเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศ(อเมริกาเองก็มีปัญหาทำนองนี้กับแรงงานชาวเม็กซิกัน - ดูได้ใน Babel) ในประเทศไทยก็มีข่าวคนใช้กับลูกจ้างจากประเทศเพื่อนบ้านก่อวีรกรรมปล้นฆ่านายจ้างออกสื่ออยู่เป็นพักๆ

      พ้นจากเรื่องของอคติต่อแรงงานต่างด้าวและชาวมุสลิมอย่างไม่กลัวใครหาว่าอคติ หนังเรื่องนี้ยังสามารถใช้เป็นสื่อหาเสียงให้กับ จอห์น แม็คเคน แห่งพรรครีพับลิกันในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ได้สบายๆ โดยเฉพาะในเรื่องการทุ่มงบประมาณทำสงครามกับผู้ก่อการร้ายในอิรักอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาลของจอร์จ ดับเบิลยู บุช

      หนังอย่าง In the Valley of Elah(2007, พอล แฮ็กกิส) หรือ Grace Is Gone(2007, เจมส์ ซี สเตราส์) แสดงภาพทหารซึ่งไปรบในศึกที่ไม่จำเป็น อันก่อให้เกิดความแตกสลายและล่มสลายของสถาบันครอบครัวอย่างร้ายแรงและเจ็บลึกทั้งกรณีของลูกชายในเรื่องแรก และภรรยากับแม่ในเรื่องหลัง เหลือไว้เพียงความเจ็บปวดค้างคาเป็นแผลในใจของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ไปตลอดกาล

      Taken กลับนำเสนอสิ่งที่อยู่ขั้วตรงข้ามเพราะในฐานะผู้รักษาความมั่นคงของชาติ (จะเรียกว่าทหารก็คงไม่ผิดนักแม้หนังจะไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจน) ถึงไบรอันจะหมกมุ่นกับการป้องกันประเทศชาติอยู่นานหลายปีจนลืมให้ความสำคัญกับครอบครัวและนำมาซึ่งการหย่าร้างแตกแยก แต่เมื่อเกิดเหตุอาเพศกับคิม ความสามารถเฉพาะตัวจากการเป็นทหารของไบรอันไม่ใช่หรือที่ปกป้องชีวิตและเยื่อพรหมจรรย์ของลูกสาวคนเดียวได้สำเร็จ แม้จะไม่ได้กลับมาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกันอย่างสมบูรณ์ก็ตาม แต่ก็นำมาซึ่งชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุขแบบ happily ever after

      เหมือนจะบอกว่า ไอ้พวกที่ต่อต้านสงครามมั่วซั่วหรือบอกว่าจะถอนทหารออกจากอิรักนั่นแหละ คือพวกที่ทำให้ครอบครัวล่มสลายและทำให้ประเทศชาติอันเกรียงไกรอย่างสหรัฐอเมริกา อาจต้องถึงวันพังพินาศย่อยยับเพราะปราศจากความมั่นคงปลอดภัย

      เข้าใจปะ...บารัค โอบาม่า ?


 สำหรับมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่าน หรือผู้ที่รักการชมภาพยนตร์ และใครก็ตามที่แวะเข้ามา
นอกจากบทวิจารณ์ยาวๆ ที่นานๆ ผมจะได้เขียนที หรือว่าเกรดหนังแบบสั้นๆในหน้า Year 2008
สำหรับบทรีวิวแบบสั้นๆ ของผมและเพื่อนผู้บ้าหนังอีก 5 ท่าน
เชิญติดตามได้ที่
http://vreview.yarisme.com

Comment

Comment:

Tweet

piere morrel เป็นผกก. ฝรั่งเศสที่ขึ้นชื่อเรื่องความมันครับ (แจ้งเกิดกับ b13 ที่ปลุกกระแสฟรีรันนิ่ง) และผ่านไปเร็วๆ นี้กับ from paris with love เหมือนจะเป็นหนังดูเอามันทั้งสามเรื่อง แต่จริงๆ แล้ว ในความคิดผม เขาแอบมองสังคมและทิ้งประเด็นไว้ทุกเรื่องเลยครับ

#30 By VforViva (202.28.45.25) on 2010-04-16 23:10

อเมริกัน

#29 By preor (124.122.170.98) on 2009-06-28 17:24

Taken
ความจริงมีหนังอีกหลายเรื่องที่ให้ภาพเหมารวมต่อเชื้อชาติ อย่างเช่น อาหรับ จีน และอเมริกาเป็นอีโร่

แต่อย่าไปว่าเขาเลย ในเมื่อขนาดไทยเราก็มองเพื่อนบ้านในแง่ร้ายแบบเหมารวมเหมือนกัน

#28 By ฟ้าดิน (58.8.90.224) on 2008-11-20 00:37

อ่านแล้วมึนๆว่ะ
เอ๊ะหรือว่าพึ่งตื่น สมองยังไม่เข้าที่

เรียนเทอมนี้ สู้ตายนะยะ
(เออว่าแต่ ทำไมต้องพยายามซะเหลือเกินให้ตัวเองเป็นผู้ชายตาแบ๊วด้วยวะ...ไอเตี้ย!!!)

#27 By Y1nG (210.86.215.205) on 2008-11-08 19:44

+ แวะมาบ่นว่าเสียดายที่อดดู Waltz ... (ต้องไป ตจว. สุดสัปดาห์ที่แล้ว) มากๆ ครับ ยิ่งเห็นเกรดที่ตี่ตี้ให้ไว้ก็ยิ่งเสียดาย คงหามาดูยากเอาการอยู่นะนั่น sad smile

+ ส่วน Eat, for this my body นี่กะอยู่แล้วเชียวว่ายังไงๆ ตี้ตี้ต้องให้ A+++++++ แน่ หนังออกจะเป็น 'หนังของตี้' ซะขนาดนั้นอ่า หุๆ question

#26 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2008-11-07 18:51

เข้าใจไม่เข้าใจ โอบาม่า ก็ย้ายสำมะโนครัวเข้าบ้านเลขที่ 1600 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 555+

ด้วยความที่ Twilight เป็น chick lit มากๆๆ ฉะนั้นการได้ แคทธาลีน จาก Thirteen มานั่งแท่นผกก.ก็น่าจะช่วยให้อุ่นใจในระดับนึงว่า มันจะออกมามีอะไรมากกว่าลุคของ "แวมไพร์อีโม" ที่เห็นตามกระแสอ่ะนะ (แต่นี้คือการเดาล้วนๆ 55+) ส่วน Nativity ไม่ได้ดูอ่ะ มันยอดแย่ขนาดนั้นเชียวรือ...-*-

#25 By BdMd (58.137.81.98) on 2008-11-07 10:48

วันนี้ก็มองๆ เรื่องนี้ไว้เหมือนกัน
แต่เวลาไม่ลงตัวไปหมด sad smile

#24 By grappa (58.9.192.100) on 2008-11-07 00:33

อ๊ายส์... บล็อคนี้อยู่นานเกินไปแร้ว.......

#23 By แฟนผมตัวดำ (202.134.119.218) on 2008-11-06 15:56

เข้ามาขออภัยคุณนาโนที่พิมพ์ชื่อผิดครับ sad smile


#22 By Seam - C on 2008-10-30 17:43

sad smile งงเลย

#21 By all4teen on 2008-10-30 14:26

ช่าย ดูแล้วจะเห็นว่าความเป็น visual junkie ของ ทาร์เซ็ม นั้นมีมากแค่ไหนจริงๆ บ้ามากๆ

ที่หนังเอาจุดเด่นมาใช้ไม่ค่อยคุ้ม คิดซะว่ามันเป็นจินตนาการของเด็กวัยหกขวบละกัน 55+ ดังนั้นพอถึงฉากแฟนตาซี มันก็เลยไม่ประติดประต่ออย่างที่ได้รับชมกันไป...

#20 By BdMd (58.137.81.98) on 2008-10-30 10:33

^
^
วันนี้ Scar 3D รอบพิเศษครับ ไม่โดนคมกรรไกรซะด้วย (ส่วนขะตากรรมของ Saw V นั้นไม่ทราบได้)...

#19 By BdMd (58.137.81.98) on 2008-10-29 18:19

เซ็งเรื่องหนังถูกแบน...

ทำไมมันไม่บังคับคนไทยให้นุ่งขาวห่มขาวซะด้วยเลยวะ (อ้อ คงทำไม่ได้ บางคนยังอยากใส่สีเหลืองอยู่...)

#18 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2008-10-29 12:44

อืมม อยากดู taken เหมือนกันนะ
แต่โปสเตอรืมันดูดราม่ามาก

แต่มีคนบอกเราว่าเลียม นิลสันเป้นจา พนมเลยอยากดู
แต่ตอนที่เริ่มอยากมันก็จากโลงไปแล้ว

ส่วนเรื่องนั้นอยากดูวะตี้ทำไงดีวะ
ไม่ได้ดูพูดอะไรไม่ได้ด้วย

ไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห้นเลย

:D

#17 By patz'h on 2008-10-25 04:10



ยังไม่ได้อ่านละเอียดน่ะ เพราะยังไม่ได้ดู big smile

แต่ คุณ nanoguy ให้ตั้ง 7.25

เลยอยากดูขึ้นมาเลยครับ


แต่เห็น ชื่อ ทั้ง แม็คเคน ทั้ง โอบาม่า สงสัยแฝงประเด็นการเมืองแหงๆ confused smile

#16 By navagan (161.200.255.162) on 2008-10-24 12:29

อยากดูเรื่องนี้...

ล่าสุดเพิ่งได้ดู Frontier(s) หูย... โหดได้ใจ (แต่ยังไม่ชอบเท่า Hostel กับ The Hill have eyes)

เห็นไปแซวเรื่องน้งเรื่องนัดในบล็อค พี่ก็อยากเจอน้องนาโนเหมือนกันนะ (หลังจากสมใจกับการได้เจอน้องต่อแล้ว)ไว้คงมีโอกาสซักวัน

#15 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2008-10-23 10:01

หนังออกแนวอยู่ฝ่าย จอห์น แม็คเคน เหรอเนี่ย

ถ้าว่าตัดต่อเร็วฉับไวกว่า บอร์น อันที่แม่ทำ แล้วล่ะก็ สงสัยอาจจะดูไม่รู้เรื่อง หุหุ

#14 By renton (124.120.5.229) on 2008-10-22 07:09

^
^
ถ้าเร็วๆนี้ก็ Firewall ชัวร์ครับ 55+ (เออ แต่ลุงแกก็บู๊ได้อย่างเมามันในอินดี้ 4 น่ะ แสดงว่าตัวเลขไม่ใช่เรื่องสำคัญ)

#13 By BdMd (124.121.233.226) on 2008-10-21 22:35

+ เรื่องนี้พี่ยังไม่ได้ดูครับ ... แต่สงสารลุงเลียม เข้าคิวบู๊ เพราะตอนนั้นได้ดูเรื่อง (จำชื่อไม่ได้) ที่แฮริสัน ฟอร์ด บู๊ตอนเหลาเหย่ใน UBC แล้ว ยังหอบแฮ่กๆ แทนลุงแกเลยอ่า sad smile

#12 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2008-10-21 20:35

เอ้อ ชักอยากดู

#11 By Travis on 2008-10-20 23:25

อ่านๆมาทั้งหมดแล้ว
เกิดคำถามอย่างเดียวคือ

อะไรทำให้ตี้ลงมือเขียนบทวิจารณ์หนังเรื่องนี้ โดยที่มันไม่ได้เป็นงานตามคำสั่ง

#10 By หนึ่ง (124.120.86.243) on 2008-10-20 14:38

ดูไปก็หมั่นไส้ชะนีแรด
เป็นการส่วนตัว
ฮา

#9 By skiixy* on 2008-10-20 10:51

^
^
7.25 จ่ะ

#8 By nanoguy on 2008-10-20 08:21

ยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ค่ะคุณพี่แขน
แต่เฉยๆกับหนังอเมริกาที่ใช้คนชาติอื่นเป็นตัวร้ายนะ
เหมือนหนังสือเรียนไทยที่ใช้เหมือนพม่าเป็นตัวร้าย
เหมือนชายแดนไทย-กัมพูชาตอนนี้ล่ะsad smile

แต่เจี๋ยพึ่งได้ดู Turtle Can Fly ไป และชอบแบบไม่มีเหตุผล ประเด็นนี้เลยยังเอนเีอียงไปทางโอบามาอยู่หน่อยๆconfused smile

ปล.เห็นพี่ OncE UPoN'-'a MaN ให้คะแนนไว้ค่อนข้างเยอะ แสดงว่าน่าจะสนุกนะ
ปล.2 โดยส่วนตัวคุณพี่แขนให้คะแนนเรื่องนี้เเท่าไหร่คะ
อดดูอีก 1 เรื่อง

#6 By merveillesxx (58.8.118.234) on 2008-10-20 03:52

ขอบอกตรงๆครับ ไม่ถูกฉโลกอ่ะ กับหนังพวกนี้ ดูแล้วเครียดดดด = =

อ้อ ตอบเอนทรี่นะ

ซ้าย ขวา ผมหมายถึงสมองซีกซ้าย กับซีกขวานะครับ
ไม่ใช่ความหมายทางการเมืองแบบนั้น

-_-'

#5 By Shuu Exteen on 2008-10-19 23:05

ยังไม่ได้ดู... ก็สงสัยว่า เลียม นีสัน จะบู๊ยังไงเหมือนกัน อ้อ มีตัวช่วยนี้เอง ฮา...

อ่านมาจนถึงหลังๆ อ้าว กลับเข้าไปเรื่องการเมืองอีกแล้ว (คราวนี้ของเมกา 55+) ได้ยินมาว่า นโยบายของทั้งคู่ต่างก็ต้องการถอนกำลังออกจาก middle east น่ะ แต่ก็ไม่แน่ใจว่ามันจะมีตื้นลึกหนาบางแค่ไหนในนโยบายของทั้งคู่...

ชอบ BOL มากกว่าเช่นกัน เพราะ AG เราว่าพลังมันถดถอยไปเยอะในช่วงครึ่งชม.สุดท้ายจริงๆ

#4 By BdMd (124.122.132.105) on 2008-10-19 19:23

อ่านช่วงแรกน่าสนใจ พอมาถึงช่วงหลังๆ ชักไม่แน่ใจ sad smile

#3 By chubby on 2008-10-19 18:17

^
^
ที่น่าเศร้าคือ เรื่องนี้เป็นหนังฝรั่งเศส
และคนเขียนบทคือ ลุค แบสซง ครับ - -*

#2 By nanoguy on 2008-10-19 17:50

ชักจะรำคาญหนังอเมริกันประเภทให้ภาพชาวต่างชาติบางเชื้อชาติเป็นผู้ร้ายแบบ sterotype แล้วนะ อย่างชี้คในเรื่องนี้ ทำไมจะให้เป็นอเมริกันด้วยกันเองไม่ได้

สงสัยกลัว impact ของเนื้อเรื่องไม่แรงพอมั้ง



#1 By eak early : เอกเช้า on 2008-10-19 17:46