เดือนนี้ขอข้ามหนังสั้นไปก่อน เพราะว่าส่วนใหญ่จะได้ดูใน "เทศกาลหนังสั้นครั้งที่ 12" เลยเดี๋ยวแยกบล็อกออกไปจัดการทีเดียวต่างหากเลยน่าจะดีกว่า เพราะงานจัดคาบเกี่ยวระหว่างเดือนสิงหากับกันยา จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

The Strangers

The Strangers (USA, Bryan Burtino, 2008, A)
    
 แน่นอน หนังถูกข้อครหาว่าไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีเนื้อหา มีแต่ไล่ฆ่ากันแต่ถ่ายเดียว ซึ่งก็ควรตั้งคำถามว่า หนังประเภทนี้ตามปกติก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่เราควรเรียกร้องอะไรจากมันไม่ใช่รึ
     ส่วนตัวผมชอบมากกว่าหนังที่ไม่มีอะไรใหม่ และมีแต่ฉากไล่เชือดอย่าง Vacancy ที่ฉายไปปีที่แล้วเยอะ ถึงจะมีฉากตุ้งแช่ ประโคมดนตรี แต่ก็ไม่เยอะมาก และผู้กำกับไบรอัน เบอร์ติโน่ ก็พยายามสรรหาความคิดสร้างสรรค์มาเสริมแต่งให้กับตัวหนัง เช่น การใช้ความหลอนจาก "แก๊งหน้ากาก" ได้ค่อนข้างคุ้มค่า รวมถึงการใช้เพลงคันทรี่เป็นตัวช่วยเพิ่มความน่าสะพรึง (คิดไปได้)
     ช่วงท้ายของหนัง ผมว่าค่อนข้างเก๋ไก๋ทีเดียว เพราะตลอดทั้งเรื่องพระเอกนางเอกจะไม่เห็นหน้าคนร้ายที่ใส่หน้ากากเลย ในขณะที่คนดูจะเห็นตลอดเวลา พอถึงช่วงท้ายที่ "แก๊งหน้ากาก" เปิดเผยตัวให้พระเอกนางเอกเห็นเต็มๆตา พวกเราเหล่าคนดูกลับไม่เห็นหน้าตาที่แท้จริงซะนี่
     อ่อ ยกเว้นตอนที่ลิฟ ไทเลอร์แหกปากกรี๊ดในฉากจบนะ อุบาทว์มาก

Be Kind RewindBe Kind Rewind 
(USA, Michel Gondry, 2008, A/A-)
     ส่วนตัวฮาพอสมควร แต่ก็มีอะไรที่ไม่ถูกใจอยู่บ้าง เป็นอะไรที่ชวนขัดใจนิดๆหน่อยๆ ที่มาเป็นระยะๆ เช่น บางพฤติกรรมของตัวละคร หรือสถานการณ์ ที่ "เล่นง่าย" เกินไปมั้ยครับ คุณกงดรี้? แต่อย่างน้อยส่วนที่ว่ามามันก็ไม่ได้ถึงขั้นน้ำเน่าปลาร้าจนรู้สึก "อี๋"
     เทียบง่ายๆ เช่นฉากสุดท้ายของเรื่องนี้ ให้ความรู้สึกดีกว่าตอนดูฉากสุดท้ายที่คล้ายกันใน World Trade Center ของโอลิเวอร์ สโตน ประมาณสี่แสนเท่า)


RogueRogue (Australia+USA, Greg McLean, 2007, B+)
     ใครกำลังตามหาหนังเกรดบีที่ดูสนุก นี่คือตัวอย่างครับ (อยากดู Wolf Creek มากๆ)
    
ชอบการออกแบบคาแรคเตอร์ตัวละคร ที่ดูเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ เป็นชาวบ้านจริงๆ และถึงแม้ตอนจบของหนังอาจดูซ้ำซาก แต่ผมชอบช่วงท้ายของหนังมากทีเดียว (โดยเฉพาะช่วงลุยป่า ที่เหมือนทะลุหายไปอีกมิติ) เป็นการบีบคนดูที่สะใจดี
     โปสเตอร์เวอร์ชั่นนี้ ดูดีกว่าอันที่โปรโมตในเมืองไทยประมาณสามล้านเท่าได้


Max Mon AmourMax Mon Amour
(France+USA+Japan, OSHIMA Nagisa, 1986, A)

     ฟังพล็อตว่า "เมียทูตไปเป็นชู้กับลิง" เหมือนหนังจะออกมาแรงสุดลิ่ม (ยิ่ง ผกก. คนเดียวกับหนังโป๊สุดๆอย่าง In the Realm of the Senses ด้วย) แต่หนังออกมาเรื่อยๆ เนือยๆ และตลกขบขันมากๆ ด้วยสถานการณ์ต่างๆ และความป่วงประหลาดของตัวละครในเรื่อง ทั้งผัวเมียลูกเพื่อนสนิทมิตรสหาย และที่ขาดไม่ได้คือ ไอ้แม็กซ์
     ที่สำคัญ Charlotte Rampling สวยโคตร (เมื่อ 22 ปีก่อน) แต่ก็เป็นความสวยแบบแฝงนัยยะ ที่ทำให้เธอได้รับบทแปลกๆมาจนทุกวันนี้ (ฮา)


Lars and the Real GirlLars and the Real Girl (USA, Craig Gillespie, 2007, A+)
     หนังแนวฟีลกู้ดอีกเรื่องในเวทีออสการ์ แต่ว่าโดน Juno ขโมยซีน ส่วนตัวชอบมากกว่า Juno ที่ยังลักลั่นขาดอะไรไปบางอย่าง แต่เรื่องนี้แม้โดยรวมจะไม่ถึงกับดีมาก แต่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างต่อเนื่องกลมกลืน แม้ว่าพล็อตประหลาดอย่าง ชายผู้หลงรักตุ๊กตายาง จะดูประหลาดโลกขนาดไหน หนังเรื่องนี้กลับออกมาได้อย่างโรแมนติก และชวนให้มองโลกในแง่ดีจริงๆ
     ชอบประเด็นทางจิตวิทยาที่หนังหยอดใส่ไว้ในเรื่อง และการแสดงของ Ryan Gosling กับ Patricia Clarkson ก็เล่นได้สุดยอดทั้งคู่

The Sun Also RisesThe Sun Also Rises (China, JIANG Wen, 2007, A+/A) 
     หนังเหวอเซอร์แตกของ เจียงเหวิน ทีได้รับเสียงปรบมือกึกก้องจากเทศกาลภาพยนตร์เวนิส เล่าเรื่องสั้นๆ 4 เรื่อง ที่มีตัวละครและเนื้อเรื่องคาบเกี่ยวทับซ้อนกันไปมา กับสถานการณ์เซอร์เรียลหลุดโลกชวนผวา(เล็กๆ) แต่สนุกสนานน่าติดตามมากๆ และเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การลิ้มลอง
    
ด้วยความเซอร์ของมัน ทุกสิ่งในเรื่องอาจเป็น symbolic ที่ส่อนัยยะถึงการเมืองจีนก็เป็นได้ (แถมมีฉากที่ไปถ่ายในพระราชวังต้องห้ามด้วย..) พวกมันรอให้คุณไปค้นหาอยู่ (ฮา)
    
ไฮไลต์สำคัญของเรื่องนี้คือการแสดงของ โจน เช็ง เพราะเธอเล่นได้สติแตกและแอ๊บแบ๊วได้ใจมากๆ

Where the Miracle Happens


หนึ่งใจ..เดียวกัน
(Thailand, สิริปปกรณ์ วงศ์จริยวัฒน์, 2008, B-)
     รออ่านยาวๆ เร็วๆนี้

 

 

The Bandage Club




The Bandage Club
(Japan, TSUTSUMI Yukihiko, 2007, B+)

     รออ่านยาวๆ เร็วๆนี้ (เช่นกัน)




The OrphanageThe Orphanage (Mexico+Spain, Juan Antonio Bayona, 2007, A-)
     หนังผีที่สร้างบรรยากาศความหลอนได้อย่างไม่ซ้ำซากและผูกโยงเนื้อเรื่องเข้ากับปีเตอร์แพนได้อย่างสนิทใจ จนกลายเป็นหนังผีที่แปลกใหม่และน่าติดตามว่าผู้กำกับคนนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนในทางสายภาพยนตร์ และเขาจะหนีจากภาพของ กีเยร์โม่ เดล โตโร่ ได้หรือไม่? (หนังเรื่องนี้ใช้ชื่อ เดลโตโร่ ในฐานะโปรดิวเซอร์มาโปรโมต เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ "เด็กและผี" นี่ก็ของถนัดเฮียแก)
     ชอบการโผล่มาแบบเซอร์ไพรส์ของ Geraldine Chaplin และการแสดงของ Belen Rueda ในบทแม่ บวกกับตอนจบอันทรงพลังที่ตีความไปได้ทั้ง happy และ sad ending (เหมือน Pan's Labyrinth)

WALL-EWALL·E (USA, Andrew Stanton, 2008, A+/A)
    
Roger Deakins เข้ามาให้คำปรึกษาด้านภาพ นำไปสู่ฉากที่งดงามทว่าเวิ้งว้าง (เหมือนที่เขาทำในหนัง เจสซี่เจมส์ กับ No Country for Old Men) มากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของอนิเมชั่น พร้อมกับเนื้อเรื่องที่น่ารักแต่แฝงความร้าวลึกอยู่ในที (แต่ไม่ "ดาร์ก" เท่ากับเรื่องก่อนหน้าอย่าง Ratatouille) บวกกับคาแรคเตอร์ที่น่าจะกลายเป็นตัวละครคลาสสิกในอนาคตได้ไม่ยากเลย
    
ถ้านับความลงตัว กลมกล่อม ถือว่าหนังเรื่องนี้เข้าขั้นเกือบสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งที่ทำให้ผมให้คะแนนเรื่องนี้ไม่เต็ม คงเป็นเพราะบางจุดบางตอนเพียงเล็กๆน้อยๆ ที่ทำให้สะดุดมากกว่าตัวหนังเอง อย่างไรก็ดี หนังเสียดสีการบริโภคอย่าบ้าคลั่ง ท่ามกลางสภาวะผูกขาดของบริษัททุนนิยมได้อย่างตรงไปตรงมาทีเดียว

Making of Deaw 7แอบถ่ายเดี่ยว 7 (Thailand, สันติ แต้พานิช, 2008, C)
     ส่วนตัวไม่สบอารมณ์กับเรื่องนี้นัก