Requiem for a Dream (of Thailand)

posted on 04 Sep 2008 00:44 by nanoguy in ShortStory

     ดาร์เรน ลางานยาวสามเดือน เขาซื้อตั๋วเครื่องบินมาเที่ยวประเทศไทยเพื่อพักผ่อน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ดินแดนที่เขาว่ากันว่าซื้อหาผลิตภัณฑ์คาวโลกีย์ได้ในราคาย่อมเยา แม้จะไม่ถูกกฎหมายเหมือนประเทศแถบยุโรป บวกกับเสียงสำทับชื่นชม two thumbs up จาก โรเจอร์ เพื่อนซี้ ยิ่งทำให้เขาอยากลองมาสัมผัสดูสักครั้งในชีวิต
         
    
ทว่าคราวนี้ ไม่อาจทราบเหตุผลใดมาดลใจดาร์เรน (หรือจะบอกว่าเป็นชะตาที่พระเจ้ากำหนดดี?) เมื่อเขาเสพสมจนสุขสมไปหลายครา วันหนึ่งเขาออกเดินทางตอนกลางวันอย่างไร้จุดหมาย เพื่อชื่นชมทัศนียภาพ (หลังจากใช้ชีวิตกลางคืนมาเสียนาน) และนี่เป็นครั้งแรกที่กล้องดิจิตอลราคาแพงระยับซึ่งไม่ได้ผลิตในประเทศจีนของเขา ได้ใช้งานอย่างเต็มสมรรถภาพ คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปในยุคเศรษฐกิจตกต่ำในประเทศแม่ของดาร์เรน

     ระหว่างที่กำลังถ่ายรูปอย่างเพลินใจอยู่นั้น เขาพลันสังเกตเห็นกลุ่มคนจำนวนพอควร สวมชุดเหลืองเดินราวกับกำลังมาร์ชสวนสนาม พร้อมตะโกนภาษาที่เขาฟังไม่ออก ไม่ว่าในหนังสือไกด์บุ๊กเล่มไหนก็ไม่เคยบอกเขา (อย่างน้อยก็ไม่เคยบอกว่าคนไทยรักสีเหลืองมากขนาดนี้) เขาจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปถามหนึ่งในกลุ่มคนสวมชุดเหลือง ว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ และเขาก็ได้เรียนรู้จิตไมตรีของคนไทย เพราะคุณป้าสวมชุดเหลืองตอบเป็นภาษาอังกฤษอย่างอ่อนโยนด้วยยิ้มสยามว่า "กู้ชาติจ้ะ"

 

     เขาดึงตัวป้าออกมาเพื่อสืบความให้มากขึ้น และซาบซึ้งกับจุดยืนของคุณป้ากับผองเพื่อนเป็นยิ่งนัก เพราะชีวิตนี้เขาไม่เคยเห็นการร่วมแรงร่วมใจปานฉะนี้มาก่อนในประเทศบ้านเกิด เขาจึงตัดสินใจทิ้งชีวิตคาวโลกีย์ และหันมาตักตวงกับการเรียกร้องทางการเมืองให้กับประเทศด้อยพัฒนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ไปพร้อมๆกัน

     วันแล้ววันเล่าแถวท้องสนามหลวง กับเสื้อสีเหลืองที่สกรีนภาษาที่เขาอ่านไม่ออก (แต่เมื่อเดินสวนกับคนไทย เขามักจะได้รอยยิ้มตอบกลับมาเสมอ) วันใดที่ลืมใส่ เขาก็จะได้ผ้าพันคอสีฟ้าหรือเหลืองแล้วแต่กรณี และผู้คนที่จริงใจ พร้อมแปลภาษาอังกฤษให้เขาฟัง แม้จะขาดๆหายๆไปบ้างก็ตามที

     จนกระทั่งวันที่ 26 สิงหาคม วันที่เขาฟังมาแบบเบลอๆว่า จะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ดาร์เรนตื่นเต้นสุดขีด วันนี้แล้วสินะที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของประเทศด้อยพัฒนาแห่งนี้ เปลี่ยนค่านิยมทางการเมืองอันสกปรกโสมม และกลับมาเชิดชูสถาบันเหนือเกล้าของชาวไทยให้น่าเทิดทูนดังเคย แต่ปฏิบัติการแรกที่เขาได้เข้าร่วมเมื่อราว 8 โมงเช้า คือการบุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์และยุติการออกอากาศ

     ไม่เพียงเท่านั้น เขาเห็นผู้ชายใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าสวมแว่นดูภูมิฐาน ถูกการ์ดของกลุ่มคนเสื้อเหลืองพาตัวออกไป ทั้งที่ตอนแรกเขาก็เห็นเพื่อนๆผู้ชุมนุมถ่ายรูปกับชายคนนี้อยู่ดีๆ (ท่าทางจะเป็นคนดังพอสมควร) แต่ทำไมอยู่ดีดีกลับโดนไล่เตะไล่ต่อย แถมยังเอาไม้ทุบกระจกรถแท็กซี่อีกต่างหาก "การชุมนุมแบบอหิงสา เขาทุบกระจกรถแท็กซี่กันด้วยหรือนี่ แล้วเขาชกต่อยคนอื่นแบบไม่มีเหตุผลแบบนี้ด้วยหรือเปล่านะ" ดาร์เรนเริ่มสงสัยในสิ่งที่เคยร่ำเรียนมาแบบงูๆปลาๆ

     ความคิดของเขาสับสน สับสน ตีกันยุ่งในหัวไปหมด เขามึนงงกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนั้น เขาเลื่อนลอยจนเพื่อนกลุ่มเสื้อเหลืองทักเขาหลายคน แม้แต่ตอนที่ได้มานั่งพักที่บริเวณ "ไวท์เฮาส์เมืองไทย" เขาก็ยังคงครุ่นคิดไม่หยุดหย่อน

     ยามดึก เขาเหลือบมองเห็นรถยนต์ของสำนักข่าวประเทศบ้านเกิด พร้อมกับ แดน เพื่อนซี้ที่เป็นผู้สื่อข่าว เขายังทำหน้าที่ได้เผ็ดร้อนเช่นเคย เสียดายที่ดาร์เรนไม่ค่อยมีโอกาสติดตามผลงานนัก จนลืมไปเลยว่า แดนเป็นคนรับผิดชอบเนื้อหาข่าวเกี่ยวกับภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในประเทศนี้

     เขารอจนแดนรายงานข่าวจบช่วง เพราะหลังจากนี้คงยังไม่เกิดความเคลื่อนไหวอะไรที่น่าสนใจถึงขั้นรายงานข้ามโลก ดาร์เรนเดินปรี่เข้าไปทักทาย แต่การตอบรับของแดนกลับเป็นสีหน้าสุดช็อค ที่แดนเฉลยว่า ตกใจที่เห็นเขาใส่เสื้อสีเหลืองนั่นเอง

     แดนพยายามอธิบายเรื่องราวทั้งหมดของกลุ่มเพื่อนเสื้อเหลือง ซึ่งช่างต่างจากสิ่งที่เขาได้ยินได้ฟังมาอย่างสิ้นเชิง พร้อมชวนให้เขาถอยห่างออกมาให้ดีที่สุด เพราะจะไม่เป็นการดีต่อสวัสดิภาพของตนเอง ถึงขั้นขู่ว่าอาจไม่เหลือชีวิตกลับไปที่บ้านก็เป็นได้!

     เอาแล้วปะไร ดาร์เรนปวดหัวจี๊ดแล้วคราวนี้.....

     เลยวันศุกร์มาแล้ว วันที่แดนคาดการณ์ว่ากลุ่มคนเสื้อเหลืองต้องเสื่อมสลายกลับบ้านไป ทว่าการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น ดาร์เรนเองก็แปลกใจเช่นกัน พร้อมๆกับค่อยๆถอยห่างออกมาเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ มองดูเกมการเมืองที่พลิกไปมาอย่างไม่อาจคาดเดาได้ 

     ตอนนี้แดนกลายเป็นที่ปรึกษาด้านข่าวสารให้กับดาร์เรน ส่วนหนึ่งคือการเปรียบเทียบความแตกต่างของสื่อท้องถิ่นและสื่อของบ้านเกิด ซึ่งยังความแปลกใจให้กับเขาอย่างยิ่ง เพราะสื่อท้องถิ่นเปลี่ยนท่าทีการนำเสนอข่าวแบบหน้ามือเป็นหลังมือหลังเหตุการณ์ "แก๊สน้ำตา" วันนั้น จากที่ด่ากลุ่มคนเสื้อเหลืองที่บุกสถานีโทรทัศน์ กลับมาเป็นการสนับสนุนอย่างสุดตัว และแน่นอนว่าภาพของกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่รุมทุบตีฝั่งตรงข้าม เขากลับต้องหาดูจากสื่อของประเทศฝรั่งเศส เพราะสื่อท้องถิ่นที่นี่ไม่มีภาพที่ชัดเจนของคนตายเลย น่าประหลาดใจนัก

     แกนนำคนที่ตัวอ้วนๆ ใส่แว่นคนนั้น ตอนนี้ถูกหมายจับข้อหากบฏพร้อมกับสหายอีก 8 คน แต่พวกเขากลับยังชุมนุมที่หน้า "ไวท์เฮาส์เมืองไทย" ได้ดังเดิม ทั้งที่ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ห้ามชุมนุมเกิน 5 คนแล้วด้วย แต่ก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

     ไม่มีตำรวจสามารถบุกเข้าไปจับเขาได้ ดาร์เรนไม่รู้จะขำหรือจะโศกดี เมื่อได้ยินแกนนำกลุ่มคนเสื้อเหลืองให้สัมภาษณ์ว่า ต่อให้ผู้นำประเทศคนปัจจุบันออกจากตำแหน่งแล้ว พวกเขาก็ขอรอดูหน้าผู้นำคนใหม่ก่อน หากไม่พอใจเขาก็จะรวมพลขับไล่อีกครั้ง

     ประเทศบ้านเกิดของดาร์เรนไม่เคยมีใครเสนอความคิดในลักษณะนี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการชุมนุมเพื่อรอดูหน้าผู้นำคนใหม่ หรือการเสนอว่าให้สัดส่วนผู้แทนมาจากการเลือกตั้งเพียงร้อยละ 30 โดยยังหาญกล้าเรียกอย่างเต็มปากว่าเป็นระบอบประชาธิปไตย

     สงสัยนี่คงเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่แดนเคยเล่าให้เขาฟัง(พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างเสียดเย้ย) เพราะตอน 19 กันยาปีที่แล้ว ก็มีข้อเสนอเทือกๆเดียวกันมาก่อนนี่นะ แถมมาจากนักวิชาการในมหาวิทยาลัยเสียด้วย(ถึงตรงนี้แดนหัวเราะออกมาด้วยความสมเพช ชวนให้ดาร์เรนอดหัวเราะไปด้วยไม่ได้)

     เมื่อคืนเขาก็เพิ่งเปิดโทรทัศน์ดู เห็นแดนได้ไปสัมภาษณ์ผู้นำประเทศ แล้วก็ถูกชี้หน้าด่าหาว่าแดนไปดูถูกเขา ดาร์เรนสงสัยมากว่าแดนพูดอะไรไม่ถูกหูผู้นำประเทศนี้หรือ เขางงมาก แต่เมื่อแดนกลับมาเขาถึงได้รู้ว่า ภาพแบบนี้เคยเกิดมาแล้ว และแดนชินแล้ว ที่จะฟังผู้นำประเทศคนนี้นั่งโกหกตอแหลให้ฟัง "คราวก่อนตอแหลหนักกว่านี้เยอะ" แดนว่าอย่างนั้น

     เฮ้อ... ประเทศนี้มองไปทางไหนก็มืดแปดด้าน ไร้ทางออก ดาร์เรนกุมขมับ

     ความฝันสู่การพัฒนาทางความคิด การพัฒนาทางการเมือง คงต้องเททิ้งละลายแม่น้ำ... เปิดเพลงสวดศพให้สักรอบสองรอบพอเป็นพิธีซะดีมั้ย...

     ด้อยพัฒนาต่อไปเถิด..... ถ้าทุกอย่างยังมั่วซั่วแบบนี้

Comment

Comment:

Tweet

Difficult essays writing is not a trouble for up-to-date guys. Just because essay writing custom company can be able to resolve all papers writing problems.

#15 By RuthGalloway (193.105.210.41) on 2011-11-14 12:36

55555555++++

เพิ่งได้มาอ่าน

มันส์สุดตรีนเรยแฮะ (อย่างงี้ต้องให้ดาว Hot! )

ตอนนี้ฝ่ายเสื้อเหลืองที่มีผู้นำอ้วนใหญ่ใส่แว่นนั่น ประกาศกล้าแล้วด้วยว่า

1. ผู้นำรัฐบาลลาออก หรือยุบสภา ก็จะชุมนุมต่อ
2. ให้ผู้นำฝ่ายค้านเป็นนายกแทน ก็ไม่เอา

จะ "ต้อง" ยกเลิก กม. ว่า "นายกฯ ต้องมาจาก สส." ออกไป (555+ ระบอบ "ประธานาธิบดี อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" มั้งเนี่ย...แม่งคิดระบอบใหม่ขึ้นมาได้เก่ง และขัดแย้งกันจริงๆ พับผ่าสิ)

และจะต้อง 70/30 เท่านั้น ไม่งั้นม่ายยอม

ด้วยความเคารพ

#14 By fallingangels on 2008-09-08 00:40

Hot!
แสบซี้ดส์แต่แรงนะครับ sad smile

#13 By eak early : เอกเช้า on 2008-09-07 12:18

อะจ๊ะเฮ้ย เพิ่งดู ชู้รักเรือล้ม ... ดีเลย์ไปเพียงแค่ 11 ปีเองน่ะ 55+

รู้สึกผิดนิดๆ ที่เข้าไปดูในโรงตั้งสองรอบ (แต่ก็ยังดีกว่าเข้าไปดู กลั่นแค้นหมักโหด หรือ Hard to Kill ของเฮีย ซีกัล ตั้งสองรอบเช่นเดียวกัน 555+)

#12 By BloodyMonday (124.120.60.135) on 2008-09-06 23:23

อย่างนี้ต้องโหวตตตตต


ว่าแต่กดโหวตที่ตรงไหนวะ 555+sad smile

#11 By OncE UPoN'-'a MaN (125.25.29.168) on 2008-09-06 21:00

ขอเชิญชวนพลังเงียบที่มีใจสนับสนุนประชาธิปไตย

ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมอันธพาลของพันธมิตร

ติดหลอดไฟหน้าชื่อ msn ครับ

วิธีติด พิมพ์คำว่า (I) ใส่หน้าชื่อ





สถานการณ์มาถึงขั้นนี้ได้ ก็เพราะพวกเราไม่ทำอะไรเลย

การติดหลอดไฟหน้าชื่อ อาจจะไม่ส่งผลอะไรมาก

แต่ก็เป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆที่พวกเราทุกคนสามารถกระทำได้ครับ

ช่วยกันบอกต่อด้วยนะครับ



ขอบคุณครับ

#10 By Xie Wuji on 2008-09-05 23:33

อืมม เป็นการสวดส่งวิญญาณจริงๆน่ะ 55+

เมื่อวานก็คุยกับเพื่อนทางเอ็ม มันถามว่า "อ้าวไม่ไปร่วมกับ พธม เหรอ ไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆบ้าง ไปกับเราก็ได้เย็นนี้" เราบอกว่า "อืมม ไม่ไปหว่ะ" มันตอบมาว่า "อะไรกลัวเหรอ?? ชอบทักษิณใช่ไหม??" เรา "..." (ในใจคิดว่า ไอ้ animal การเลือกที่จะไม่ไปนี้ หมายความว่าต้องอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งใช่ไหมเนี่ย) embarrassed

#9 By BloodyMonday (58.137.81.98) on 2008-09-05 18:32

สนุกจัง แต่อ่านจบแล้วรู้สึกหดหู่ชอบกล...

จะเข้ามาบอกว่า พี่เจอหนทางหาเสียงที่หายไปใน DVD เดี่ยว 7 แล้ว ขอบคุณที่บอกนะครับ

#8 By แฟนผมฯ (202.134.119.218) on 2008-09-05 16:59

เนี่ยแหละ
โดนตัดไฟกันทั้งประเทศแล้ว
มืดบอดขนาดนี้

เห้อ

#7 By skiixy* on 2008-09-04 22:41

ปวดหัวมากกกกกกกกกกกับ "คน" ทั้งสองฝ่าย อยากแทรกแผ่นดินหนีหนีความบ้าคลั่งของบ้านเมืองในตอนนี้ เอาตัวรอดคนเดียว..หุหุ (แล้วจะรอดมั๊ยนะ)sad smile

#6 By renton (125.26.123.157) on 2008-09-04 17:02

... ขอไม่สนับสนุนทั้ง 2 ฝ่าย เพราะต่างก็มีส่วนผิด และมีชนักติดหลังด้วยกันทั้งคู่ ... แต่ก็ยังหาทางออกไม่เจอ ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง ควรจะเลือก 'ใคร' 'อะไร' หรือ เดินไปทางไหนดี (เพราะมันไม่มีช้อยส์ให้เลือกนั่นเอง)

#5 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2008-09-04 11:29

อ่านจำก็ขำดี แต่สักพักเริ่มขำไม่ออก จุก

นี่มันประเทศตูนี่หน่า?

ประเทศที่ประชาธิปไตรเป็นแค่ลมตด...sad smile

#4 By Seam - C on 2008-09-04 08:23

Dan Rivers ใช่มะ 55+
น้องคนนี้ น่ากลัวจะโดนอีกจัง sad smile

#2 By ตุ้ย since 2006 on 2008-09-04 03:13

จุกยิ่งกว่าตอนดู Requiem for a Dream จบซะอีก 555

เฮ้อประเทศไทย ดูแล้วคิดถึง The Dark Knight + The Matrix + One Flew Over the Cuckoo' Nest + The Mist จริงๆ(ความจริงมีอีกหลายเรื่อง แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออก)

#1 By ฟ้าดิน (58.10.84.27) on 2008-09-04 01:05