รำลึก "เพื่อน กูรักมึงว่ะ" : หนังสุดฮาแห่งปี 2550
posted on 24 Aug 2008 18:43 by nanoguy in Moviesจริงๆ บทความ(??)นี้ เคยเขียนอยู่ใน blog เก่าที่ bloggang
(ที่โดนแบนไปด้วยสาเหตุงี่เง่าเหลือจะรับ)
ตอนแรกนึกว่าจะหาไม่เจอแล้ว แต่พอเสิร์ชๆชื่อตัวเองเล่นๆใน กุ๊กเกิ้ล
ปรากฏว่า มันยังอยู่ครับ
อยู่ในเว็บบอร์ดของ "ฟ้าเดียวกัน" (555555)
เซอร์เรียลสุดๆ
หลังจากปฏิบัติการคุ้ยหาบทความเก่าที่ไม่ได้ back-up
ประสบความสำเร็จไปแล้วสองอัน
(คืออันนี้ และอีกอันคือ รักแห่งสยาม ที่แปะไว้ในบอร์ดป๊อปคอร์น)
ตอนนี้หาบทความ Memories of Matsuko ที่เคยเขียนไว้อยู่ครับ (T^T)
ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ เพราะแทนที่วงการหนังไทยจะได้มีหนังเกย์เต็มตัว และมีคุณภาพมาประดับวงการ เพื่อปูทางไปสู่การยอมรับหนังที่นำเสนอประเด็นเรื่องเพศที่สามแบบเต็มๆ ได้เหมือนประเทศอื่นเขาเสียที แต่เมื่อโปรเจ็กต์นี้อยู่ในมือของ "พจน์ อานนท์" ทำให้วงการหนังไทยได้หนังตลกที่มีเพศที่สามมาเป็นตัวละครเอกเพิ่มมาอีกเรื่องแทนซะงั้น แค่เปลี่ยนจากตุ๊ดมาเป็นเกย์เท่านั้นเอง - -*
หนังเล่าเรื่องราวของ "เมฆ" (Cloud) ชายหนุ่มผมยาวหนวดดกผู้ทำอาชีพมือปืน (ด้วย voiceover ตอนเริ่มเรื่องว่าก็ไม่ได้อยากทำเท่าไหร่ แค่อยากได้เงิน) โดยต้องเอาเงินไปให้แม่ และน้องชายชื่อ "หมอก" (Fog) ที่ชีวิตสุดแสนจะรันทดเหลือทน เพราะติดเอดส์มาจากพ่อเลี้ยงชาติชั่วที่นอกจากจะเอาโรคมาติดแม่ ยังข่มขืนลูกเลี้ยงตัวเองอีกต่างหาก , "อิฐ" (Stone) ตำรวจหนุ่ม(ที่ทั้งเรื่องไม่ได้ทำอะไรสมกับเป็นตำรวจ) ผู้กำลังมีชีวิตคู่ก่อนแต่งอันแสนจะอบอุ่นกับ "ทราย" (Sand) หญิงสาวแสนดี๊แสนดี ผู้เป็นห่วงผัวในทุกสถานการณ์
เมื่อเมฆได้รับงานใหม่ คืออิฐ หลังจากที่ตามติดชีวิตของอิฐกับว่าที่เมียได้สักพัก ก็เริ่มลงมือปฏิบัติการ ด้วยการขับมอเตอร์ไซค์ (ย้ำว่า จักรยานยนต์) ไปที่แถวๆสวนลุมไนท์บาซาร์หรือหัวลำโพง (ซักที่เหอะ - -*) แล้วก็ลงมือปฏิบัติการอย่างสุขุมตามสไตล์มือปืนอาชีพ ด้วยการเดินลงจากมอเตอร์ไซค์แล้วยิงสาดกระสุนไปทั่วทีบทั่วแดน คนที่กินข้าว คนขายของคนอื่นหนีกันจ้าละหวั่น แต่ไอ้อิฐกับอีทรายเสือกนั่งแล้วก็กรี๊ดๆ (เอ่อ.. อิฐไม่ได้กรี๊ด) ยังกับจะรอให้เค้ามาจับ แล้วไอ้เมฆก็เอาปืนฟาดหัวไอ้อิฐจนสลบ หลังจากอีทรายหายกรี๊ด ลืมตาตื่นขึ้นมาก็ตะโกน "อิฐ อิฐ อิ๊ดดดดดดดดดด อิฐหายไปหนายยยยยยยยยยยย อี๊ดดดดดดดดด" (ซับไตเติ้ลอังกฤษ Stone!! Stoneeeee!!!!!!!)
ภาพตัดมาที่โรงแรมซักที่ เมฆกำลังเอาปืนจี้อิฐให้เดินไปตามทางเดิน (ได้โปรดช่วยคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการที่ ผู้ชายหนึ่งคน จะแบกผู้ชายอีกหนึ่งคนที่ตัวใหญ่กว่า และกำลังสลบอยู่ ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ไปจนถึงโรงแรม โดยที่มันไม่ขัดขืน หรือว่าไม่ผิดสังเกตชาวบ้าน ได้อย่างไร?) เมื่อเข้าไปในห้องของโรงแรม ไอ้คุณเมฆมือปืนก็โยนกุญแจมือให้ แล้วก็บังคับให้คุณอิฐใส่กุญแจมือตัวเองกันหนี (พร้อมกับคำท้วงว่า "คุณจับผมมาทำไมครับ" สาดดดดด มึงจะถูกยิงตายอยู่นี่ ยังจะไปพูดดีกับมันอีกไอ้อิฐ สาดดดด สาดดดด) ก่อนที่ทั้งคู่จะหลับไป
วันต่อมา ไอ้คุณเมฆก็บังคับจับตัวคุณอิฐไปถึงร้านขายพระพุทธรูป ที่บอสของเมฆใช้เป็นธุรกิจบังหน้าความชั่วของตัวเอง (ก็ยังคงสงสัยว่า บังคับขู่เข็ญคุณอิฐขึ้นมอเตอร์ไซค์ไปอีท่าไหน) เมื่อไปถึงก็คุยๆกับบอสว่า ทำดีมาก เคสนี้กูให้มึงจับเป็นเพราะ ฯลฯ ก่อนจะเรียก "ท่าน" (รับบทโดย สุเชาว์ พงษ์วิไล) ออกมา ไอ้ท่านก็พล่ามๆ ประมาณว่า อยากเห็นหน้าไอ้ตำรวจเด็กนี่มานานแล้ว มันมาเสือกเรื่องของกู จะเอาเรื่องกูไปแฉ บลาๆๆๆๆๆ
ไอ้คุณเมฆ ด้วยความเป็นมือปืนจิตใจดีก็พูดทันที "ไหนเฮียบอกไอ้นี่เป็นคนเลวไง เฮียก็รู้ว่าผมไม่ฆ่าคนดี ผมจะฆ่าไอ้ห่าท่านเนี่ยแทน" แล้วก็เกิดการชุลมุน ยิงกันสุดฤทธิ์สุดเดช เมื่อไอ้เฮียกำลังจะยิงคุณอิฐ (กุลบุตรที่พูดจาสุภาพที่สุดในโลก) ไอ้คุณเมฆด้วยสำนึกดีก็เอาตัวเข้าไปบัง แล้วก็ล้มลง
แล้วอยู่ดีดีไอ้คุณอิฐเอาปืนมาจากไหนไม่รู้ มายิงต่อสู้กับพวกโจรเฉยเลย ชวนให้คิดเหลือเกินว่า อีห่า แล้วเมื่อคืนนี่มึงเต็มใจนอนห้องเดียวกันใช่มะ มีปืนแต่ไม่ใช้เนี่ย สาดดดดด
หลังจากนั้นไอ้คุณอิฐก็ลากไอ้คุณเมฆออกมาจากแดนชุลมุน วิ่งมาขึ้นมอเตอร์ไซค์เพื่อรีบหนี รีบเอาชีวิตรอด แต่ช็อตนี้ไอ้พี่พจน์ดันนำเสนอเป็นภาพสโลว์โมชั่น ชมวิวกรุงเทพยามพระอาทิตย์ตกดินแถวเสาชิงช้าและสะพานพุทธ ซึ่งกูไม่เข้าใจว่า ไอ้สาดดดด มึงกำลังหนีอยู่นะสาดดดดด แล้วมึงจะมาอารมณ์สุนทรีย์ดูพระอาทิตย์ตกดินหาห่าอะไรสาดดดดดดดด (รู้จักอารมณ์หนังมั้ยเนี่ย ไอ้คุณท่านพี่พจน์) สงสารฝีมือถ่ายภาพของคุณทิวา เมยไธสง ที่ดันถูกเอามาใช้ผิดที่ผิดทางแบบนี้
ขับๆกันไปก็พระอาทิตย์ตกดินพอดี (เอ่อ... คือมันลากไปนอนในห้องของโรงแรม 1 คืน แล้วกว่าจะเจรจาและหนีออกมาจากร้านของบอส พวกล่อซะย่ำค่ำเลย ก่อนหน้านั้นมันทำอะไรกันวะ?????) ระหว่างนั้นไอ้คุณเมฆก็เลือดไหลซ่กๆๆๆ ไอ้คุณอิฐของเราก็ถอดเสื้อยืดขาวที่ตัวเองใส่ออกมาฉีก แล้วก็รัดขันชะเนาะห้ามเลือดให้ไอ้คุณเมฆ
ที่ฮาคือ มันรัดใต้แผลครับพี่น้องครับ (มึงจบนายร้อยมาได้ไงเนี่ย ปฐมพยาบาลแบบขันชะเนาะยังทำไม่เป็น สาดดดดดดด)
เอาเถอะ ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเราว่า รัดแผลไม่ถูกไม่เป็นไร แต่ว่ายังไงเลือดก็จะหยุดไหล หลังจากรัดแผลเสร็จ ไอ้คุณเมฆก็บอก "มึงกลับไปได้แล้ว" ไอ้คุณอิฐก็ยังคงรักษาคอนเซปต์ชายหนุ่มลูกผู้ดีต่อไป "แต่คุณยังเลือดออกอยู่เลยนะครับ" แต่ก็ถูกตะเพิดไล่จนเริ่มถอดใจ เมื่อหันหลังกลับไปได้นิดนึง ไอ้คุณเมฆก็เสือกร้อง "โอ๊ย!!!" ซะเสียงดังลั่นโลก (เรียกร้องความสนใจชัดๆ สาดดดด) ไอ้คุณอิฐเลยเข้าไปประคองให้นั่งบนมอเตอร์ไซค์ ก่อนจะวิ่งเข้าไปในบ้านของไอ้คุณเมฆ
ที่ฮาอีกแล้วก็คือ แทนที่จะเข้าไปเรียกแม่กับน้องออกมาพาไอ้คุณเมฆเข้าไปในบ้าน มันเข้าไปเจอน้องหมอกของไอ้เมฆ แล้วก็ยื่นเงินให้ไป 500-600 บาทมั้ง ก่อนจะบอกว่า "พี่เมฆจะไปต่างจังหวัดซักพักนึงนะ" (สาดดดดดดดดดดดด มึงยึดไอ้เมฆไปเก็บไว้ดูเล่นคนเดียวนี่หว่า มึงขับรถมาถึงบ้านแล้วนะสาดดดดด)
ระหว่างนั้นไอ้คุณอิฐก็ขี่มอเตอร์ไซค์ลงทางลอดทางแยก แล้วไอ้คุณเมฆก็กอดเอวไปจบถึงที่กบดานแห่งหนึ่ง ที่นี่เป็นห้องเล็กๆ บนดาดฟ้าตึกที่ดูร้างๆโทรมๆ ตรงบีทีเอสสุรศักดิ์(อันนี้มีคนบอกมา) แต่ดันมีน้ำมีไฟพร้อมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาถูกได้ยังไง เพราะไอ้คุณเมฆก็สลบกอดเอวมันอยู่ตลอดเวลา เหอๆๆๆ
เมื่อขึ้นไปก็ไปนอนอยู่เคียงข้างกัน ผ่านไปหนึ่งคืน ตื่นมาตอนเช้าไอ้คุณเมฆยังไม่ตื่น ไอ้อิฐกุลบุตรผู้น่ารักของเราก็ฉวยโอกาสถอดบอกเซอร์ไอ้เมฆออก (เอ่อ... มันก็ใส่บอกเซอร์ตัวเดียวเหมือนกัน) แล้วก็เช็ดตัว โดยมีเสาห้องบัง "ไอ้นั่น" อยู่ (อืม... แล้วทำไมคนเช็ดตัวต้องใส่บอกเซอร์ตัวเดียวด้วยวะ?)
พอเช็ดตัวเสร็จซักพัก ไอ้เมฆก็ตื่นขึ้นมาแล้วก็ถาม "ทำไมมึงยังไม่ไปอีก!!" พร้อมกับอากัปกิริยาต่างๆที่แสดงถึงอาการขับไล่ไสส่ง แต่ไอ้อิฐมันก็ยังหน้าด้านครับ มันไม่ยอมไป แล้วเมื่อไอ้เมฆหลับไปอีกรอบ ตื่นมาอีกทีไอ้อิฐลงไปซื้อข้าวขึ้นมาเสร็จแล้ว ไอ้เมฆก็ถามทันที "มึงลงไปทำไม ไม่รู้เหรอว่ามันอันตราย ไอ้พวกนั้นมันกำลังตามล่าเราอยู่" (สาดดดดดด เมื่อกี้เพิ่งจะขับไล่ไปหยกๆ โลเลเหลือเกินนะมึง) ไอ้คุณอิฐก็บอก "ผมลงไปซื้อข้าวมาครับ ไม่งั้นเราจะเอาอะไรกินล่ะครับ" (5555+)
หลังจากนั้นก็เป็นภาพแสดงอาการปรนนิบัติพัดวียิ่งกว่าเมียทาสของไอ้คุณอิฐ เล่นเอาไอ้เมฆเหวอๆ ปนหวั่นไหวไปพอสมควรทีเดียว
คืนนั้น ไอ้คุณอิฐก็เดินลงจากห้องบนดาดฟ้า (ในสภาพบอกเซอร์สีขาวตัวเดียวเช่นเดิม) เพื่อลงไปโทรศัพท์หยอดเหรียญบอกว่าที่เมียว่าตัวเองไม่เป็นอะไร ฉากนี้จริงๆมันไม่น่าจะมีอะไรใช่มั้ย แต่มันฮามาก เพราะหลังจากที่ไอ้คุณอิฐหยอดเหรียญ กดเบอร์ แล้วทรายรับโทรศัพท์ อยู่ดีดีก็มีจอสปลิทซีนแทรกเข้ามาทางซ้ายเป็นหน้าทรายกำลังตื่นตระหนกสุดฤทธิ์ (กูก็ตื่นตระหนกไปในฉับพลันเหมือนกัน มึงมาไม่ให้สุ้มให้เสียง สาดดดด)
อิฐ : "ฮัลโหล ทราย"
ทราย : "อิฐ อิฐ!!! นั่นอิฐใช่มั้ยคะ"
อิฐ : "ทรายไม่ต้องเป็นห่วงผมนะ ผมสบายดี"
ทราย : "อิฐ!!! อิฐ!! นี่คุณอยู่ที่ไหนอะ ทรายเป็นห่วงคุณนะคะ!!!!!"
อิฐ : "ผมจะไม่อยู่ซักพักนึง ระหว่างนี้ใครมาถามที่บ้านว่าผมโทรหาคุณมั้ย คุณห้ามบอกนะว่าผมติดต่อคุณ" แกร๊ก ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
ทราย : "อิฐฐฐฐฐ!!! อิฐฐฐฐ!!! อี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!!!"
(กรุณานึกซับไตเติลภาษาอังกฤษ Stone ไปพร้อมกันด้วย และนึกหน้าไอ้คุณอิฐทำหน้าเคร่งขรึม ไร้แล้วซึ่งอารมณ์ กับอีคุณทรายผู้ซึ่งตื่นตระหนกยิ่งกว่าผัวอยู่ในตึกเวิลด์เทรดวันที่ 11 กันยา)
หลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว (แต่สื่อความใดๆไม่ได้เลย) ไอ้คุณอิฐก็เดินกลับขึ้นไปที่ห้อง ระหว่างนั้นก็มีมือปืนที่บอสส่งมาเพื่อเก็บไอ้เมฆพอดี๊พอดี ไอ้คุณอิฐก็เลยรีบวิ่งเข้าไปช่วยว่าที่สามีสุดที่รัก ด้วยการเอาไอ้ผ้าพันแผลของเมฆออกมารัดคอไอ้มือปืนตายห่าไป เป็นการร่วมมือร่วมใจที่สะเทือนอารมณ์โดยแท้ (ประชด)
เวลาผ่านไปอีกประมาณสองสามวัน โดยไม่มีมือปืนมากวนใจ(ได้ยังไงกัน??) ไอ้เมฆผู้เป็นผัวกับอีอิฐผู้เป็นเมียทาสก็ยังคงปรนนิบัติพัดวีกันอย่างเต็มที่เสมอต้
นเสมอปลายไม่มีบิดพลิ้ว จนวันหนึ่งไอ้เมฆก็เกิดอารมณ์สุนทรีย์ ออกไปอาบน้ำบนดาดฟ้าในถังไม้!!!!! (กรุณานึกถึงถังไม้ที่เขาใช้บ่มไวน์ และห้ามถามว่ามาจากไหนด้วย เพราะกูก็ไม่รู้เหมือนกัน) สภาพใส่บอกเซอร์ มีผ้าคล้องคอ เมียที่รักก็เดินเข้ามา "มา.. เดี๋ยวผมช่วยถูหลังให้"
ไอ้คุณอิฐก็ถูหลังว่าที่สามีด้วยความนุ่มนวล จนไอ้เมฆเริ่มเคลิ้มหลับตาพริ้มจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน หลังจากนี้ก็เลยไม่ใช่ถูหลังละ เพราะมันเริ่มเอื้อมไปถูซิกส์แพ็คนรสิงห์ แล้วก็ปิดท้ายด้วยการมาถูที่หัวนม (อ้อ.. ไม่ได้ใช้ผ้าถูนะ ใช้ "บวบ" ถู... หึหึ) จนไอ้เมฆเริ่มสงสัยมึงมาทำอะไรนมกูนักหนา หันหน้าไปแล้วก็เกิดอาการสปาร์ค (merveillesxx เรียกฉากนี้ว่า "ฉากหัวนมสยบความเป็นชาย")
First Kiss with Each Other แบบ Multi-Angle โอ้ว.. ภาพสวยเหลือเกิน มันดูดปากกันอย่างเมามัน ดนตรีก็เร้าอารมณ์อีโรติกสุดๆ ก้าวขาออกมาจากถังบ่มไวน์ (เอ๊ะ.. รึถังนี่จะเป็นสัญลักษณ์ของการบ่มเพาะความต้องการทางเพศ 55555555555) ดูดปากกันแล้วก็ลงไปนัวเนียกันที่พื้นแบบหนังเรื่อง Happy Together ของหว่องกาไว กลิ้งเกลือกแบบไม่สนใจประชาชี ทั้งที่สถานีบีทีเอสก็อยู่ใกล้ๆ (5555) แล้วภาพก็ตัดไปที่ขาเตียงกำลังโยก ไอ้คุณเมฆก็กำลังขย่มไอ้คุณอิฐอย่างถึงพริกถึงขิง มีแค่ผ้าห่มปิดส่วนที่ควรจะปิดเท่านั้น...
หลังจากปฏิบัติกามกิจเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนมือปืนดาดฟ้าบีทีเอสสุรศักดิ์ (ยาวไปไหน) ไอ้คุณเมฆก็เกิดอาการรังเกียจเสนียดจัญเกย์ขึ้นมาทันที คว้าปืนหมับขึ้นมาจี้ไอ้คุณอิฐพร้อมกับตะคอก "มึงกลับไปได้ละ" ไอ้คุณอิฐก็งงสิครับ (อะไรวะ เพิ่งจะเอาตูดกูไปแหมบๆ อยู่ดีดีก็มาไล่กู มึงเสียพรหมจรรย์ตรงไหนเนี่ย สาดดดด) เลยพยายามกดดันให้ไอ้เมฆ coming out สุดขีด("หยุดหลอกตัวเองเสียที แล้วพูดความรู้สึกจริงๆของคุณออกมาได้แล้ว") แต่ด้วยว่าปืนจ่อหน้าอยู่จะขัดขืนก็กลัวตาย ไอ้เมฆก็โยนแจ็คเก็ตกับกางเกงที่ใส่มาตั้งแต่วันแรกให้ แล้วไล่กลับบ้าน
ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ไอ้คุณอิฐก็เดินถือแจ็คเก็ตกับกางเกงลงไปนั่งทำหน้าเศร้า (พร้อมบอกเซอร์สีขาวตัวเดิม) อยู่ตรงตู้โทรศัพท์ ก่อนที่จะเดินกลับถึงบ้านบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยสภาพใส่บอกเซอร์เช่นเดิม!!!!!!! (เอ่อ.. ตำรวจไทยมัวแต่ทำอะไรอยู่เนี่ย)
ที่ฮากว่านั้นคือ อีคุณแม่นางทรายเปิดประตูบ้าน เจอว่าที่ผัวทางนิตินัยของตัวเองยืนถือเสื้อผ้า ใส่บอกเซอร์ตัวเดียว แต่ปากก็ถาม "อิฐ!! คุณไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ คุณโดนอะไรมารึเปล่า คุณไปไหนมา ฯลฯ" (นี่มึงไม่เห็นเหรอผัวมึงเดินแก้ผ้ากลับมาบ้านเนี่ย สาดดดดดดดดดดดดดดดด)
เนื้อเรื่องในช่วงนี้ก็จะเป็นซีนห่วงหาอาทรของพระเอกนายเอก พระเอกก็เอาแต่ถอดเสื้อใส่กางเกงยีน เป่าฮาร์โมนิก้าอยู่บนดาดฟ้าตึก เหม่อมองพระอาทิตย์ตกดิน แล้วก็หลบหน้านายเอกที่แวะเวียนไปหา ส่วนนายเอกก็แดกไวน์อย่างไฮโซ ใส่บอกเซอร์ตัวเดียว แล้วไปนั่งริมระเบียงมองพระอาทิตย์ตกดินแถวๆพระปรางค์วัดอรุณ อีทรายก็ได้แต่สงสัยว่าผัวกูเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย แม่งเสื้อผ้ามีไม่รู้จักใส่ ใส่เป็นแต่บอกเซอร์ สาดดดดด
ระหว่างนั้นไอ้คุณอิฐก็จะแวะเวียนไปหาที่ห้องบนดาดฟ้าแห่งนั้น แล้วไอ้เมฆก็จะคอยหลบหน้าตลอดเวลา จนไอ้อิฐต้องตะโกนด้วยภาษาแบบกิฟฟารีน (นึกออกใช่มะ) ประมาณว่า "คุณเคยมั้ยเมฆ.. เคยคิดถึงใครจะไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้... เมฆ ผมคิดถึงคุณ!!!!!!!" บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ
และระหว่างช่วงนั้น(อีกนั่นแหละ) หนังก็จะตัดสลับเล่าถึงชีวิตรันทดของคนติดเอดส์อย่างไอ้น้องหมอกของพี่เมฆ ผู้ซึ่งแค้นเคืองต่อโลกใบนี้ที่ทำกับคนติดเอดส์เหมือนหมูเหมือนหมา ไปซื้อผัดไทยก็โดนตะโกนด่าขว้างของใส่ แม้แต่คนขายยังไม่กล้าแตะเงินที่เอาไปให้ แถมยังโดนจิ๊กโก๋เรียกไปรุมตื้บๆๆๆ เพียงเพราะว่าเป็นเอดส์ (โอ้ว... นี่ตูดูหนังที่ย้อนยุคไปสมัย 2530 กว่าๆ รึไงเนี่ย?) พร้อมกับความรันทดของแม่ที่สุขภาพเจ๊งบ๊ง ไอ้น้องหมอกก็เลยออกไปขายตัว(ที่วังสราญรมย์-เพื่อนผมบอก) เพื่อแพร่เชื้อเอดส์ให้กับพวกที่ชอบเที่ยว (ทั้งๆที่ก็ไอค่อกๆแค่กๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าขายออกได้ยังไง สภาพโทรมแบบนี้) และเพื่อหาเงินมาซื้อปลากัดเลี้ยงเล่น เวลาโกรธก็ปัดโหลปลากัดตกแตก (คาดว่าระหว่างการถ่ายทำจะมีปลากัดตายประมาณ 30 ตัว)
พี่เมฆผู้แสนดีก็เลยเอามอเตอร์ไซค์ไปขายหาเงิน แล้วจะพาน้องกับแม่ไปอยู่แม่ฮ่องสอน เมื่อกลับมาถึงบ้าน เปิดประตูบ้าน (ระหว่างนี้ขอให้นึกสภาพซอยมืดๆ ที่ไม่มีเสาไฟฟ้าแม้แต่ต้นเดียวตลอดทั้งซอยยาวประมาณสามกิโลเมตร และแสงสว่างจะเกิดขึ้นเมื่อมีแสงออกมาจากในบ้านเท่านั้น และเวลานั้นคือเวลาดึกมาก บ้านอื่นเค้านอนกันหมดแล้ว ทั้งซอยมีแสงสว่างแค่บริเวณหน้าบ้านไอ้เมฆเท่านั้น) ไอ้คุณอิฐที่มาซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดก็โผล่ออกมาตะโกนเรียกเมฆซะลั่นซอย แล้วก็ตามมาด้วยประโยคเด็ด "คุณอย่าทำกับผมแบบนี้อีกเลยนะ เมฆ... ผมคิดถึงคุณ"
ฉับพลันทันที มันทั้งคู่ก็ประกบปากกันแบบไม่อายฟ้าดิน และฝนก็ตกลงมาทันที (ทำไม???????) ก่อนจะลงไปเกลือกกลิ้งดูดปากนัวเนียกันอยู่หน้าบ้านไอ้เมฆ... ที่เดียวในซอยยาวสามกิโลเมตรที่มีแสงสว่าง....
ฉากนี้แท้จริงแล้ว ได้แรงบันดาลใจมาจาก Brokeback Mountain อย่างรุนแรง ถ้าใครดูคงจำฉากที่แจ็คกับเอนนิสเจอกันครั้งแรกในรอบสี่ปีที่บ้านเอนนิสได้ ทั้งคู่ลากกันเข้าไปดูดปากกันที่ซอยเล็กๆข้างบ้าน แต่เมียก็ดันบังเอิญไปเห็นผัวจูบกับผู้ชาย ใน "เพื่อน กูรักมึงว่ะ" ทำให้ไฮโซไปกว่านั้น เพราะเกย์สองตัวนี้ไม่เหลือยางอายใดๆทั้งสิ้น ที่อื่นมืดๆมีกูไม่สนใจ กูจะดูดปากนอนกอดกันให้คนทั้งกรุงเทพเห็น!!!!
แน่นอน แม่ผู้ชีวิตแสนรันทดก็ยื่นหน้าออกมาเห็นลูกตัวเองจูบกับผู้ชาย ไอ้น้องหมอกก็เห็นพี่จูบกับผู้ชาย สองคนนี้หน้าตาตื่นตระหนกมาก แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับ อีคุณทราย ที่ขับรถตามมาจากไหนก็ไม่รู้ แล้วก็มาเห็นว่าที่ผัวทางนิตินัยของตัวเองจูบปากกับผู้ชายคนอื่นท่ามกลางแสงสว่างที่เดียวในซอยยาวสามกิโลเมตร...
ยังดีที่พระเอกนายเอกของเรายังมียางอายเหลืออยู่นิดนึง มันเลยยังไม่สะบึมกันกลางซอย (เหมือนพระนางในเรื่อง "ชู้" ที่เอากันในตรอกเล็กๆในตลาด) ไอ้เมฆก็ถอนปากถอนตัว แล้วเดินเข้าไปในบ้านไปหาแม่ที่กำลังช็อกอยู่แล้วบอกแม่ว่าจะพาไปแม่ฮ่องสอนแล้วนะ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าไปคุยกับไอ้คุณน้องหมอก
ระหว่างนั้น แม่นางทรายก็กำลังช็อกกับภาพว่าที่ผัวทางนิตินัยไปด๊วบปากกับผู้ชาย แม่นางทรายก็เลยควักปืนออกมาจากในรถ เปิดหน้าต่าง แล้วยิงออกไปหนึ่งนัดแบบมั่วๆ ก่อนจะขับรถกลับบ้านไปโดยสวัสดิภาพ - -"
พอไอ้เมฆขึ้นดาดฟ้าไป ก็เกิดเคสสิครับทีนี้ ไอ้คุณน้องหมอกดันเกิดอาการรับไม่ได้ ประมาณว่าอ๋อที่แท้พี่แม่งไม่กลับบ้านเพราะมัวแต่ไปกกผู้ชาย บลาๆๆ แล้วยิ่งโดนพี่ด่าว่า "เอาเงินที่ไหนไปซื้อปลามาเล่นเยอะแยะ" ก็เลยวีนๆๆๆใส่พี่ชายประมาณว่า เคยเห็นแม่กับผมอยู่ในสายตามั่งมั้ย เคยใส่ใจครอบครัวจริงๆรึเปล่า ก่อนจะจบท้ายอย่างคลาสสิกว่า "อ๋ออ.. ผมไปขายตัวมา"
และแม่ผู้เป็นเอดส์ของบ้านนี้ก็ดันหูดีผิดคาด ลูกมันคุยกันอยู่บนดาดฟ้ายังเสือกได้ยิน แม่ก็เกิดอาการรันทดอดสู รู้สึกชีวิตอัปยศ และตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่า โอ้ว กูผูกคอตายดีกว่า แม่ก็เลยผูกผ้ากับขื่อและเอาคอไปคล้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเตะเก้าอี้เสียงดังๆ ให้ลูกสองคนที่เถียงกันอยู่บนดาดฟ้าได้ยินอย่างถนัดชัดเจน จะได้ลงมาช่วยได้ทันท่วงที (- -*)
ลูกสองคนวิ่งลงมา (อ่อ.. ระหว่างนี้ไอ้อิฐก็ทำตัวเป็นผี แอบเดินเข้าบ้านมาฟังปัญหาครอบครัวคนอื่นเขาด้วย พอแม่ผูกคอตาย มันก็รีบเดินหนีกลับบ้าน ยังกะกลัวโดนกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร 55555) แล้วก็มัวแต่กอดร่างแม่อยู่เป็นนานสองนาน ชวนให้คิดเหลือเกินว่ามึงก็พาแม่มึงไปโรงบาลสิสาด เมื่อเวลาผ่านไป เมฆกับหมอกถึงเริ่มคิดได้ว่าควรจะพาแม่ไปโรงบาล
และแล้วความชิบหายก็เกิดขึ้น เมื่อมือปืนที่หายไปตั้งแต่ก่อนพระเอกนายเอกจะได้เสียกันอยู่ดีดีก็ขี่มอเตอร์ไซค์มา
จากไหนไม่รู้ ก่อนที่จะยกปืนขึ้นมายิงหนึ่งนัด ซึ่งเป้าหมายควรเป็นไอ้เมฆ
แต่ไอ้มือปืนสถุลนี่เสือกยิงไปโดนแม่มันตาย 5555555555555555555555
ยิ่งไปกว่านั้น รู้ตัวว่ายิงพลาดก็ไม่ยิงแก้ ขับรถกลับไปเลย
ชีวิตแม่งรันโท้ดดดดดดด รันทด แสนจะหดหู่ กูล่ะกลุ้ม
ระหว่างนั้นไอ้คุณอิฐก็กลับไปบ้าน ยัยทรายก็นั่งช้ำใจร้องไห้อยู่หน้าทีวี เปิดวิดีโอที่ถ่ายในวันลองชุดแต่งงานมาดูไปช้ำใจไป เพราะทุกคนในนั้นรู้เห็นเป็นใจกันหมด โดยในวิดีโอนั้นแสดงให้เราเห็นว่าไอ้อิฐมันเป็นเกย์แต่กำเนิด ขนาดวันที่ไปลองชุดแต่งงานกัน มันยังอุตส่าห์หนีบเพื่อนนายร้อยไปเป็นเพื่อน แถมนั่งจับมือกันเกือบตลอดเวลา และกล้องก็ซูมที่มือแบบชัดมาก (เอ่อ... คือมึงไปถ่ายวิดีโอลองชุดแต่งงาน แล้วเสือกไปซูมผู้ชายจับมือกันเนี่ยนะ คงจะดูดีสาดๆ ถ้าเอาไปเปิดในวันแต่งงาน สาดดดดดด)
ทรายดูวิดีโอช้ำใจจนสาแก่ใจแล้ว ก็หันกลับมาหาไอ้อิฐที่ทำหน้างงๆ พร้อมกับประโยคบอกเลิกสุดคลาสสิก
"อิฐ... นาฬิกาของเราคงเดินไม่ตรงกันแล้วล่ะ"
แล้วก็เดินออกจากบ้านไปทันที เอวัง... (อะไรของมันเนี่ย - -*)
หลังจากที่เผาศพแม่เรียบร้อยแล้ว ไอ้คุณเมฆก็คิดขึ้นมาได้ว่าที่ชีวิตกูต้องรันทดหดหู่เยี่ยงนี้ เป็นเพราะมือปืนของไอ้บอสแท้ๆ (555+) ก็เลยขี่มอเตอร์ไซค์ (ไหนว่าขายไปแล้ว???) ไปยิงไอ้ท่านที่กลางสี่แยก (เอ่อ... แล้วมึงรู้ได้ยังไงว่าไอ้ท่านนั่งรถคันไหน???) เสร็จแล้วก็ไปที่บ้านไอ้บอส ยิงลูกน้องยิงตายห่าทุกคน ยิงไอ้บอสตาย ทิ้งไว้แค่เมียบอส เพราะเมียบอสเป็นคนดี (555555)
ระหว่างนั้น ไอ้น้องหมอกก็นั่งรออยู่ที่สถานีรถไฟแห่งหนึ่งที่ไม่ใช่หัวลำโพง (โปรดนึกภาพสถานีรถไฟต่างจังหวัด ที่มีชานชาลาโล่งๆ มีแต่เสา แล้วก็มีรางอยู่สองข้าง) ก็เกิดกระวนกระวายใจที่พี่ชายไม่มาซะที ก็เลยโทรหาพี่อิฐ ถามว่าพี่เมฆอยู่ไหน ไอ้คุณอิฐก็เกิดพุทธิปัญญา คิดได้ทันทีว่าผัวตัวเองต้องไปล้างแค้นไอ้บอสแน่ๆ เลยโทรถามเพื่อนว่าบ้านไอ้บอสนี่อยู่ไหน แล้วก็รีบขับรถตามไป แต่ก็ไม่ทันเสือปืนไวอย่างไอ้เมฆ ไปถึงปุ๊บคนก็ตายห่ากันหมดแล้ว แล้วก็ถึงคราวซวยเมื่อไอ้อิฐเดินไปถึงห้องนอนบอส เมียบอสก็หยิบปืนขึ้นมายิงไอ้อิฐ.....
ภาพตัดไปที่ไอ้เมฆขี่มอเตอร์ไซค์อยู่บนทางด่วน(????) พลางกระหยิ่มยิ้มย่องที่ฆ่าคนของบอสเกือบหมดบ้าน ภาพสโลว์โมชั่นเพื่อโชว์การถ่ายภาพขั้นเทพของคุณทิวาอีกแล้ว (เอ่อ... ได้ข่าวว่ามึงต้องรีบไปขึ้นรถไฟ)
เมื่อไปถึงสถานีรถไฟ ภาพสโลว์โมชั่นรีดอารมณ์ดราม่าสุดๆ (ได้โปรดเรียก memory ผังสถานีรถไฟต่างจังหวัด ที่ไม่ใช่หัวลำโพงกลับมาโดยด่วน) ไอ้เมฆเดินเข้าไปหาน้องหมอก ด้วยอารมณ์ว่าพี่หมดห่วงแล้วน้องเอ๋ย ไปอยู่แม่ฮ่องสอนกับพี่เถอะ จะตายก็ไปตายกลางธรรมชาติ ไอ้เมฆค่อยๆเดินยิ้มเข้าไปหาน้อง แต่เมื่อภาพตัดกลับไป ไอ้หมอกดันทรุดแล้วทำหน้าจะเป็นจะตาย ตายแล้ว เกิดอะไรขึ้นน้า...
ภาพตัดกลับไปที่ไอ้เมฆอีกครั้ง ปรากฏร่างของตำรวจไทยโผล่ออกมาจากหลังเสาชานชาลา (!!!!!!!!) และไม่ได้โผล่มาแค่ 1-2 คน แต่โผล่มา 7-8 คน (!#@!#!@#?????) ออกมารุมจับไอ้เมฆเพื่อไปดำเนินคดีตามกฎหมาย โอ้ว.. ตำรวจไทยนี่เก่งจริงๆ...
จบแล้ว... ปรบมือด้วยครับ
ใครบอก... ถูกหลอกแล้ว 555555555
หลังจากที่ไอ้เมฆเข้าคุกซักพักนึง ก็มีคนมาเยี่ยม ปรากฏร่างชายหนุ่มคนหนึ่ง สวมแว่นดำ ถือไม้เท้า.. ใช่ครับ เขาตาบอด (ต๊าย เดอะคลาสสิก ชัดๆ) และคนคนนั้นคือ "ไอ้อิฐ"
สงสัยล่ะสิทำไมมันไม่ตาย ภาพ flashback เฉลยให้เรารู้ว่า จริงๆอีป้าเมียบอสนั่นน่ะยิงปืนห่วยชิบหาย ยิงไม่โดนไอ้อิฐหรอก แต่ยิงไปโดนนาฬิกาข้างๆไอ้อิฐ แล้วเศษกระจกก็กระเด็นเข้าตา ตาก็เลยบอด (สาดดดดดดดด)
ก็มาเยี่ยม แล้วก็มีไดอะล็อกเน่าๆประมาณว่า คุณยังรักผมอยู่มั้ยครับ ผมจะรอคุณนะเมฆ ฯลฯ แล้วจากนั้นหนังก็มีภาพที่ไอ้อิฐวนเวียนไปดูแลน้องหมอกที่เอดส์กำลังกำเริบสุดฤทธิ์ท
ี่วัดพระบาทน้ำพุ วนเวียนเทคแคร์ดูแลอย่างดี (จนหลายคนสงสัยว่าถ้าไอ้หมอกไม่เป็นเอดส์ คงเสร็จไอ้อิฐไปแล้ว) จนกระทั่งวันหนึ่งไอ้คุณน้องหมอกก็ตายจากไป ไอ้อิฐก็มีหน้าที่เอาจดหมายสั่งลาไปส่งให้ในคุก เศร้าโอ้ละเห่กันไป
จบแล้ว....
ยัง 555555555
กาลเวลาผันผ่านไปถึงปีพุทธศักราช 2575 ไอ้คุณเมฆก็พ้นโทษ โอ้ววว... ในที่สุดคู่รักชราวัยดึกก็จะได้อยู่ด้วยกันเสียที อิฐกางร่มออกมารอรับเมฆ (ยังตาบอดเหมือนเดิม) ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันจากหน้าประตูคุก อยู่ใต้ร่มคันเดียวกัน เกาะแขนกันกะหนุงกะหนิง ระหว่างนั้นไอ้คุณอิฐก็พยายามเค้นให้ไอ้เมฆพูดคำว่า "รัก" ออกมาให้ได้ เพราะชาตินี้ไม่เคยได้ยินเลย ไอ้เมฆก็อ้อมๆค้อมๆ ประมาณว่า ผมจะเป็นตาให้คุณเอง บลาๆๆๆ
ทุกอย่างเหมือนจะจบลงด้วยความสุข ถ้าหากพจน์ อานนท์ ไม่เกิดอารมณ์อินดี้อยากเลียนแบบตอนจบ The Banquet
ใช่ครับ อยู่ดีดีก็มีกระสุนปริศนาจากไหนก็ไม่รู้ ยิงไอ้เมฆล้มลงไปนอนตาย อิฐก็กำลังพยายามจะฟังคำรักจากปากผัวตัวเอง แต่ก็ไม่สมหวัง ผัวตัวเองอยู่ดีดีก็หายไป (ลืมบอก ปืนมันติดไซเลนเซอร์ เลยไม่ได้ยิน) กล้องก็ค่อยๆถอยออกมา อิฐก็ค่อยๆคลำหาผัวตัวเองที่พื้นอย่างเศร้าโศก เป็นตอนจบที่อนาถจิตสิ้นดี... ท่ามกลางสายฝนหน้ากำแพงคุก เอวัง...
ก่อนที่ภาพจะตัดมาให้เห็นไอ้อิฐไปอยู่ที่ไหนไม่รู้ น่าจะเป็นเกาหลีไม่ก็ญี่ปุ่น เพราะมันมีศาลายอดมนๆ แบบเอเชียตะวันออก แถมยังมีหิมะตกอีกต่างหาก พร้อมกับนั่งดูคลิปมือถือที่ไอ้เมฆอัดไว้ตั้งแต่สมัยยังผมยาวหนวดดกเมื่อ 25 ปีก่อน ถึงจะมองไม่เห็นแต่ได้ยินคลิป (ที่เอามาจากไหนไม่รู้ แถมมือถือยังทนทายาด) ก็เป็นสุขใจแล้ว ที่เราใจตรงกัน หลั่นล้า~~
จบซะที!!!!!!!
สำหรับมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่าน หรือผู้ที่รักการชมภาพยนตร์ และใครก็ตามที่แวะเข้ามา
นอกจากบทวิจารณ์ยาวๆ ที่นานๆ ผมจะได้เขียนที หรือว่าเกรดหนังแบบสั้นๆในหน้า Year 2008
สำหรับบทรีวิวแบบสั้นๆ ของผมและเพื่อนผู้บ้าหนังอีก 5 ท่าน
เชิญติดตามได้ที่ http://vreview.yarisme.com/
edit @ 4 Oct 2008 01:23:44 by nanoguy
) ... บทความนี้ของตี่ตี้เป็นหนึ่งในบทความเกี่ยวกับหนังในบล็อกทั้งหมดที่พี่เคยอ่านมาเลยอ่า เอิ๊กๆๆ

สามีเราไปเป็นเมียใคร
#1 By -- กำพล -- on 2008-08-24 19:54