Starpics 729-The Dark Knight 

ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ "ดูหนังในหนังสือ"
นิตยสาร Starpics ฉบับที่ 729 (ปักษ์หลัง มิถุนายน 2551)

อันนี้ก็สวยอีกแล้ว ชอบๆ
คล้ายของไบโอ แต่ฟัดกันได้อย่างสูสี


ความจริงพูดได้

     ใครคือ สุภิญญา กลางณรงค์? เธอเป็นฮีโร่ผู้ยืนหยัดสู้กับชินคอร์ป สู้กับอำนาจรัฐที่ลากเธอเข้าสู่กระบวนการศาลอย่างไม่ชอบธรรม เธอคือหญิงแกร่งที่ไม่ยอมแพ้ต่อความกดดันต่างๆนานา อย่างนั้นหรือ?

     สารคดีเรื่องนี้บอกเราว่าเธอไม่ได้เป็น "ฮีโร่" หรือว่า "หญิงแกร่ง" อะไรทั้งนั้น เธอเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่ต้องเผชิญกับจุดพลิกผันครั้งใหญ่ในชีวิตจาก "สิ่งที่เธอไม่อาจมองเห็น" ก็เท่านั้นเอง...

     คนที่มีชื่อเป็นโจทก์ฟ้องเธอทั้งทักษิณ ชินวัตร หรือบุญคลี ปลั่งศิริ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และซีอีโอของ AIS ในขณะนั้น ตามลำดับ แทบไม่มีบทบาทอยู่ในหนังเรื่องนี้เลย (ภาพของทักษิณปรากฏขึ้นมาในหนังเพียงครั้งเดียวเท่านั้น) แต่คดีนี้ส่งผลต่อตัวเธอมากกว่าที่ใครจะคาดคิด และบรรยากาศที่คุกคามเธอก็อบอวลอยู่ตลอดเวลาของหนัง

     ความกดดันที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆในใจของสุภิญญา ระหว่างช่วงเวลาสามปีของการเดินเข้าๆออกๆศาลแพ่งศาลอาญา เพราะการต่อสู้คดีนี้ก็เหมือนยืนอยู่บนเส้นด้าย ถึงเธอจะบอกว่าไม่เห็นต้องกลัวเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถ้าศาลตัดสินให้เธอแพ้คดี หนี้สินมหาศาลจำนวนสี่ร้อยล้านบาท ชาตินี้ก็ใช้ไม่หมด (ด้วยเงินเดือนข้าราชการของพ่อแม่ บวกกับเงินเดือนของเธอที่แค่จะกินอยู่รวมกับผ่อนค่าห้องก็ไม่ได้เหลือเก็บเหลือใช้มากนัก)

     บวกกับความกดดันจากพ่อแม่ ซึ่งไม่ได้เข้าใจยากเย็นอะไรถึงความรู้สึกพ่อแม่ที่เห็นลูกต้องมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล แถมคู่กรณียังเป็นระดับผู้นำประเทศ (แค่ขึ้นศาลเฉยๆ คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็หัวใจลงไปที่ตาตุ่มแล้ว) จนเธอคิดขึ้นมาหลายต่อหลายครั้งว่าควรจะยืนหยัดสู้ต่อหรือเปล่า หรือควรจะจบๆเรื่องไปซะ เมื่อฝ่ายชินคอร์ปยื่นข้อเสนอถอนฟ้องยอมความมาแบบดื้อๆ ก่อนวันอ่านคำพิพากษาเพียงไม่นาน

     สุภิญญาเองก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเองในช่วงเวลาสามปีของคดี ว่าเธอเริ่มกลายเป็นคนแข็งกระด้างมากขึ้น แสดงความรู้สึกที่แท้จริงและเป็นธรรมชาติได้น้อยลงกว่าที่เคยเป็นมา (ซึ่งหนังก็ทำเก๋ ด้วยการตัดต่อเสียงของสุภิญญาที่พูดเนื้อความตรงส่วนนี้ เข้ากับภาพที่เธอไปเที่ยวกับครอบครัวในสถานที่ท่องเที่ยวทาง "ธรรมชาติ")

     โดยนอกจากการตามติดชีวิตของสุภิญญา สารคดีเรื่องนี้ถือว่าเป็นบทบันทึกเหตุการณ์ทางการเมืองของไทยที่สำคัญและเฉียบคมที่สุดอีกชิ้นหนึ่ง โดยเฉพาะหนังที่ออกมาในรูปแบบสารคดีขนาดยาวที่ไม่แพร่หลายในประเทศไทยอยู่เป็นทุนเดิม (สารคดีขนาดยาวของไทยในช่วงเร็วๆนี้อย่าง เสือร้องไห้, Final Score และเด็กโต๋ ก็แทบไม่มีประเด็นทางการเมืองสอดแทรกเข้ามาในหนัง)

     หนังได้บันทึกทั้งภาพเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ออกมาขับไล่ทักษิณระหว่างปี 2548-2549 จนถึงการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยการถ่ายทำของหนังน่าจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆ คือ ก่อนและหลังศาลอ่านคำพิพากษาคดีในวันที่ 15 มีนาคม 2549 ส่วนอีกช่วงคือหลังการรัฐประหาร ที่มาถ่ายและเก็บข้อมูลเพิ่มเติมตอนท้ายสุด

     The Truth Be Told มีองค์ประกอบสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็น "เครื่องมือสนองความใคร่ทางการเมือง" ของผู้สร้างหนังอยู่เต็มไปหมด ตั้งแต่การเลือกสุภิญญามาเป็นโจทย์หลักของเรื่อง โดยคนที่ฝั่งตรงข้ามเธอในขณะนั้นก็คือชินคอร์ป และทักษิณ ชินวัตร รวมไปถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่เธอเข้าไปมีบทบาทพอสมควร รวมถึงตัวผู้กำกับเอง ที่ได้ยอมรับอย่างไม่ปิดบังในการฉายรอบ Q&A ของหนังเรื่องนี้ว่าเธอเป็นคนแอนตี้ทักษิณ แต่สารคดีเรื่องนี้กลับคงความเป็นกลางและวางเฉยต่อเหตุการณ์ทุกอย่างไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์

สุภิญญา กลางณรงค์ ท่ามกลางม็อบพันธมิตร

     จริงๆแล้วคดีความของสุภิญญาก็ถือว่าเกี่ยวข้องกับความชอบธรรมของทักษิณอยู่มาก แต่หนังก็เลือกที่จะเล่าในแง่มุมนั้นแต่พอดี เพราะหน้าที่หลักที่ผู้กำกับมอบหมายให้หนังก็คือ พาเราไปรู้จักกับตัวตนของนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กล้องจึงตามไปถ่ายชีวิตของเธอถึงบ้านเกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และสัมภาษณ์พ่อแม่ญาติพี่น้องถึงจังหวัดกระบี่

     ฟุตเตจ, เสียง และข้อมูลต่างๆ จากสามช่วงเวลานั้น ถูกนำมาเล่าโดยไม่เรียงลำดับเวลา บ้างก็เล่าโดยใช้ภาพและเสียงที่ไม่พ้องกัน ทั้งเสียงสัมภาษณ์ของสุภิญญาที่พูดถึงผลกระทบจากคดีนี้ต่อเธอกับครอบครัว หรือเสียงของเธอตอนขึ้นปราศรัยบนเวทีพันธมิตร ซึ่งหนังใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้อย่างคุ้มค่า พร้อมกับเสริมตัวหนังกับสารที่ต้องการสื่อให้หนักแน่น ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งจนขาดความน่าเชื่อถือ

     ไม่เพียงแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนังยังบันทึกความรู้สึกของประชาชนในเวลานั้น ที่ส่วนใหญ่รู้สึก "โล่งอก" และ "สบายใจ" เพราะซึมซับวาทกรรมที่ว่า หากไม่เกิดการรัฐประหาร ผู้ชุมนุมสองกลุ่มต้องปะทะกันและเกิดการนองเลือดขึ้นกลางถนนราชดำเนินเป็นแน่ เข้าไปในสมองเรียบร้อยแล้ว บ้างก็หัวร่อต่อกระซิกมอบดอกไม้ถ่ายรูปกับทหารและรถถัง ส่วนหนึ่งผ่านปากคำจากญาติพี่น้องของสุภิญญาเอง อีกส่วนจากภาพเหตุการณ์ในวันที่ 20 กันยาฯ ที่หลายๆคนคงปฏิเสธไม่ได้เต็มปากนักว่า "กูก็เคยคิดแบบนี้เหมือนกัน" (ตัวผมเองก็เคยเห่อไปถ่ายรูปรถถังกับเขาด้วยในตอนนั้น มานึกย้อนหลังไปแล้วก็น่าขำ)

     หรือแม้แต่ความคิดของเด็กรุ่นใหม่ จากปากลูกพี่ลูกน้อง (ถ้าเข้าใจผิดต้องขออภัย) ของสุภิญญาคนหนึ่งที่อายุไม่น่าเกิน 14-15 ปี เธอยอมรับออกมาเองว่าเคยคิดอยากทำอาชีพแบบเดียวกัน หรือว่าใกล้เคียงกับสุภิญญา แต่เมื่อเกิดคดีชินคอร์ปก็ไม่อยากทำแล้วเพราะกลัวถูกฟ้อง... ก็ช่างพ้องกับเวลาที่ประเทศเริ่มขาดแคลนนักเรียนแพทย์ เพราะคดีฟ้องหมอฟ้องพยาบาลที่มีแทบไม่เว้นแต่ละวัน เป็นช่วงเวลาที่คนดีขาดกำลังใจอย่างหนัก

     การต่อสู้อันยาวนานกว่าสามปีของสุภิญญา ได้มลายหายเป็นความว่างเปล่าในชั่วข้ามคืน ถึงชัยชนะของสุภิญญาจะเป็นเสมือนสัญลักษณ์ที่สื่อถึงชัยชนะแห่งสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็น (อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคำว่า "ประชาธิปไตย") แต่หลังจากนั้นเพียงครึ่งปีเศษ ขบวนรถถังก็เคลื่อนเข้ายึดอำนาจการปกครองอย่างหน้าตาเฉย

     แทนที่ชัยชนะของสุภิญญาจะเป็นบันไดขั้นต้นไปสู่การดิ้นรนให้หลุดจากการเป็นรัฐตำรวจ* ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพ ประเทศก็กลายเป็นรัฐทหารไปเสียก่อน แล้วทุกอย่างก็วนเข้าสู่วงจรอุบาทว์อย่างที่มันเคยเป็นมาช้านาน จนคนไทยชินชาและไม่รู้สึกอะไรกับมันอีกแล้ว

The Truth Be Told

     วาระการเข้าฉายของหนังบางเรื่อง ส่งผลต่อเสียงตอบรับที่ผู้ชมมีต่อหนังเรื่องนั้นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะหนังที่แอบอิงตัวเองเข้ากับเหตุการณ์ร่วมสมัย

     สำหรับ The Truth Be Told นั้น หนังเข้าฉายครั้งแรกในเทศกาลภาพยนตร์ดิจิตอล ทั้งหมดสองรอบในวันที่ 6 และ 9 กันยายน 2550 ซึ่งช่วงเวลานั้น หนังได้ช่วยสะท้อนความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นภายหลังการรัฐประหารที่ผ่านไปเกือบครบปีได้อย่างพอดิบพอดี

     ส่วนการเข้าฉายครั้งล่าสุดนี้ก็ช่างพอเหมาะพอเจาะอย่างเหลือเชื่อ เพราะหลังหนังเข้าฉายเพียงไม่กี่วัน กลุ่มพันธมิตรฯ ก็ออกมาชุมนุมเรียกร้องขับไล่รัฐบาลอีกครั้ง พร้อมกับท่าทีของฝ่ายรัฐบาลที่ผมดูอย่างไร ก็ได้แต่นั่งกุมขมับและส่ายหน้า เพราะไม่ได้มีใครดีไปกว่าใครเลย (ให้ตายเหอะ!!)

     โดยตัวหนังก็เล่าด้วยท่าที "ย้อนไปมองเหตุการณ์ในอดีต" อยู่แล้ว และหนังก็ค่อนข้างตอกย้ำความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 19 กันยา ได้ชัดเจน (เพราะเมื่อเกิดการรัฐประหาร การวางโครงเรื่องของสารคดีแต่แรกก็เปลี่ยนไปหมด จึงต้องถ่ายทำเพิ่มเติม และเปลี่ยนโทนของเรื่องไปโดยปริยาย) เมื่อผนวกกับบริบทสังคมนอกจอหนัง กลับยิ่งตอกย้ำความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นให้ฉายชัดมากขึ้น

     1 ปีหลังรัฐประหาร ประเทศที่ปกครองโดยทหารไม่สามารถเช็คบิลทักษิณได้ตามที่ลั่นวาจาไว้ (จนป่านนี้ คตส. ก็ยังหาหลักฐานกันไม่จบสิ้นเสียที ได้แต่ต่ออายุออกไปเรื่อยๆ) การเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 ก็นำมาซึ่งรัฐบาลที่เต็มไปด้วยข้อกังขาว่าเป็นนอมินีบ้าง รัฐมนตรีไม่โปร่งใสบ้าง จะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและ "นายหัว" บ้าง จนพันธมิตรฯ ออกมาชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลและล้มระบอบทักษิณ

     ฉากสุดท้ายของหนัง สุภิญญานั่งพิมพ์คอมพิวเตอร์อยู่ในห้องทำงานใหม่ (ในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย) กล้องค่อยๆเคลื่อนห่างออกมา เข้าไปหาหน้าต่างด้านนอกคือต้นไม้สูงใหญ่ใบเขียวชอุ่ม พร้อมกับเสียงของเธอในวันขึ้นปราศรัยบนเวทีพันธมิตรในวันที่ศาลตัดสินยกฟ้องคดี เสียงประกาศชัยชนะของเธอดังก้องขึ้นในโสตประสาทของคนดู พร้อมกับภาพของต้นไม้ที่กิ่งพลัดพลิ้วปลิวไสวอยู่ภายนอกอาคารอย่างเวิ้งว้าง และว่างเปล่า

     ช่างเป็นตอนจบที่เจ็บจี๊ดลงไปกลางใจ...!!


* "รัฐตำรวจ" (Police State) ไม่ได้หมายความว่า "รัฐที่มีตำรวจเป็นใหญ่" อย่างที่เข้าใจกันผิดๆผ่านสื่อทั้งหลายทั้งปวงในช่วงการขับไล่ทักษิณที่ผ่านมา แต่คำว่า "รัฐตำรวจ" นั้นหมายความถึงรัฐที่ใช้อำนาจทางลัด เช่น นายกรัฐมนตรีสั่งสลายการชุมนุม โดยไม่ได้ทำตามกระบวนการทางกฎหมาย


สำหรับมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่าน หรือผู้ที่รักการชมภาพยนตร์ และใครก็ตามที่แวะเข้ามา
นอกจากบทวิจารณ์ยาวๆ ที่นานๆ ผมจะได้เขียนที หรือว่าเกรดหนังแบบสั้นๆในหน้า Year 2008
สำหรับบทรีวิวแบบสั้นๆ ของผมและเพื่อนผู้บ้าหนังอีก 5 ท่าน
เชิญติดตามได้ที่
http://vreview.yarisme.com/


ปล. ยังรับ FAQ อยู่นะ เอิงเงย~

Comment

Comment:

Tweet

#38 By (76.164.194.117|76.164.194.117) on 2014-05-04 15:17

#37 By (76.164.194.117|76.164.194.117) on 2014-05-04 13:56

Your tips is rather fascinating.

my blog post; _______ ______ pantip

#36 By (58.8.224.68|58.8.224.68) on 2014-05-04 10:17

People trust this resume service cause they are the most reliable! Our company makes resume writer prime-resume.com to suit the precise field of study you expect.

#35 By professional resume service (103.7.57.18|91.201.64.16) on 2013-01-01 06:45

Run over RushEssay rewiew, choose dependable agency and purchase skillfully created essay papers from competent experts.

#34 By Custom-Writing.org testimonials (103.7.57.18|91.201.64.16) on 2012-12-22 11:31

Don’t have the faintest idea which agency to pick to get help from? Glance over PrimeEssays testimonials, and reach a good choice.

#33 By best essay writing service review (103.7.57.18|91.201.64.16) on 2012-12-22 11:28

Your really good writing related to this post comes side by side with the essay thesis. Thence, you should even perform for dissertation master-dissertations.com service.

#32 By thesis (103.7.57.18|31.184.238.21) on 2012-06-04 23:26

Thanks for the article. I read the above post.

#31 By Chicgraphic on 2012-03-30 18:11

หรือว่าบ้านเราจะได้ดูพร้อมกัน 2 ภาคในเรื่องเดียว แล้วมันมีรอยต่อระหว่างภาคให้เห็นด้วยเหรอง่ะ? ถึงรู้ว่าภาคแรกเป็น 'ส่วนเกิน' อ่า

#30 By homemade solar panel (122.168.39.214) on 2012-01-23 14:45

Cannot slip well? Guess just about research papers writing over and over again? You need not to think about it. You can just order Article Critique Writing.

#29 By Buy a Essay (31.184.238.21) on 2012-01-13 18:37

One of my friends prompted me to look through your issue and that used to be cool. I wondered if that was to order custom term papers of the same quality from the term paper writing organizations. Just because, this seemed to be usually good to get custom research papers.

#28 By custom term papers (91.212.226.136) on 2012-01-11 22:58

That superior chapter must surely be used at the custom written essays, because that’s easy to buy essays choosing the trustworthy essay writing services.

#27 By buy essays (31.184.238.21) on 2012-01-11 21:57

Really a instructional and edifying advise, the post is good enough in all regards,I am delightful to read through this post. When any single writer was as good as you are, we would never have great problems with custom term paper. Thanks.

#26 By paper writing (31.184.238.21) on 2012-01-10 22:12

People could really trust submit article service, because that’s very simple to use the article submission guide for such kind of good enough article close to this good post.

#25 By article submit (31.184.236.16) on 2011-12-24 08:12

No one is as experienced as essays papers writing company is! Therefore, that's reliable to get information pay someone to write my essay. Moreover, it is an affordable option!

#24 By buy an essays PayPal (31.184.236.16) on 2011-12-17 21:54

Are you confuced because of writing? Do not retreat! You will be able to cope with types of problems if buy custom college essays. It's true. Furthermore, I have been done it for long time.

#23 By custom made essays (94.242.214.6) on 2011-12-08 14:18

The loans are essential for people, which want to ground their own career. In fact, it is not really hard to get a financial loan.

#22 By credit loans (94.242.214.7) on 2011-12-06 14:53

How did you compose the perfect article about this good post we chew over? The <a href="http://www.exclusivethesis.com">thesis writing service</a> should employ professionals like you to do the dissertation references creating. Hence you will have a good opportunity to get to the team of professionals.

#21 By BassHALEY31 (193.105.210.41) on 2011-10-22 21:33

ไม่ได้เข้ามาหาเสียนาน
มีเปิดรับแฟคด้วยหรอ
แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะถามอะไรเหมือนกัน
แต่อ่านเรื่องสุภิญญาแล้ว แอบชอบตอนจบด้วยคน

#20 By Unravel on 2008-07-13 11:59

^
^
เข้าตรงหน้า CSS Editor ในหน้า Theme ของ Manage อะครับ

แล้วเลื่อนลงไปที่บรรทัดที่ 73 (Coverimage)
ในวงเล็บที่อยู่ข้างๆคำว่า "url" แล้วใส่ลิงค์รูปที่คุณต้องการใส่ เข้าไปครับ

ขนาดที่แนะนำคือ ขนาดไหนก็ได้ แต่ด้านยาวควรยาว 750 พิกเซล เพราะมันจะพอดีกับหัวบล็อกพอดีครับ

#19 By nanoguy on 2008-07-11 00:05

สอบถามนอกเรื่องนิดนึงซิครับว่า ถ้าจะเอาภาพที่อยู่ด้านบนสุดที่เป็นรูปคนเดินหรือรูปอะไรก็แล้วแต่ ใส่เข้าไปด้านบนนั้น ต้องทำยังไงบ้างอ่ะครับ ไม่รู้ว่า ต้องมีขนาดเท่าไหร่ เพราะลองทำแล้ว ไม่ปรากฏภาพอะไรขึ้นมาเลย (งงว่า ทำถูกหมวดด้วยหรือเปล่า)ไม่รู้ว่า ต้องมีข้อจำกัดเรื่องความกว้างยาวหรือขนาดของพิกเซลด้วยอีกหรือเปล่า (หรือจะคำนวณออกมาเป็น KB ก็ไม่รู้)

ใครก็ได้สอนที ขอบคุณที่ตอบนะครับ (แอบหวังไว้ล่วงหน้า)open-mounthed smile

#18 By แวะผ่านมาถาม (58.9.70.70) on 2008-07-10 22:25

cool

#17 By iaiapprentice (59.143.165.100) on 2008-07-09 16:47

ส่วนตัวแล้ว ไม่ค่อยปลื้มกับสารคดีเรื่องนี้เท่าไร
(แต่ก็ขอชื่นชมในจุดยืนและความกล้าของคุณพิมพกาที่ทำสารคดีที่มีเนื้อหาแนว "เผือกร้อน" แบบนี้)

หนังเรื่องนี้พยายามสื่อให้เห็นแง่มุมส่วนตัวของคุณสุภิญญามากกว่า บทบาทสาธารณะ
แต่ด้วยความที่หนังเจาะลึกชีวิต+ความคิดของคุณสุภิญญาได้ไม่สุด
อีกทั้งคุณสุภิญญาเป็นคนค่อนข้างนิ่ง ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก (แถมผกก.ก็ไม่ค่อยเข้าไปล้วงลึกเท่าที่ควร)
ทำให้คนดูที่คาดหวังความร้อนแรงจากหนังเรื่องนี้อดคิดไม่ได้ว่า หนังเรื่องนี้ "จืด"

แต่ถึงกระนั้น ผมก็ชอบตอนจบของหนังเรื่องนี้มากครับ ดูจบแล้วอาจถึงขั้น "หัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ได้"เลยทีเดียว

#16 By ฟ้าดิน (58.8.83.112) on 2008-07-09 00:01

อย่าพึ่งปิด FAQ น่ะ

#15 By ขวัญ อุษามณี (58.10.170.216) on 2008-07-08 20:47

พอดีไม่ค่อยได้อ่านสตาร์พิคครับ แต่อ่านบล็อคนี้ประจำ (แต่ไม่เคยเม้นท์)

ขอบคุณที่ไปตอบเรื่องนกพิราบในบล็อคคุณบลูยอช์ทนะครับ(นึกอยู่แล้วว่ามันต้องมี) แต่อ่านความเห็นน้องนาโนแล้วความอยากดูลดฮวบเลยแฮะ sad smile

#14 By แฟนผมตัวดำ (202.134.119.218) on 2008-07-07 12:41

^
^
ลืมใส่ชื่อ sad smile

#13 By aloneagain (124.120.24.145) on 2008-07-06 11:50

เสียดาย(รอบสอง) ที่ไม่ได้ไปดู angry smile

#12 By (124.120.24.145) on 2008-07-06 11:48

^
^
เห็นด้วยนะพี่ ตอนท้ายๆเหมือนหนังก็พูดแบบนี้เหมือนกัน

#11 By nanoguy on 2008-07-05 13:48

ดูตอนฉายกับมูลนิธิหนังไทย เมื่อปีที่แล้ว
จำได้ว่า ไม่ค่อยชอบหนังมากนัก
ในฐานะหนังสารคดี ดูเหมือนว่า subject กับคนทำรักษาระยะกันสุดฤทธิ์ ดูห่างๆ กันมาก ตัว ผกก.เองก็ดูเหมือนว่าจะไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของสุภิญญา ทำให้ดูหนังไม่สนุก

ดูหนังจบ มี Q&A กับ ผกก.และสุภิญญา จำได้ว่าชอบที่สุภิญญาพูด

คือเหมือนเธอทบทวน การเข้าร่วมทางการเมืองที่ผ่านมาในชีวิต เธอพบว่า บางครั้งเธอเป็นเหยื่อของใครไปโดยที่เธอไม่ตั้งใจ (หรือพูดอะไรไปคล้ายๆ อย่างงี้แหล่ะ )

เธอไปเป็นอาจารย์น่ะดีแล้ว พี่ว่า

#10 By grappa (58.9.196.84) on 2008-07-05 08:26

ชอบปกไบโอมากกว่าน่ะ 55+

เรื่องนี้คงมีโอกาสน้อยที่จะตั้งใจหามาดูเอง (สารภาพอย่างอายๆว่า ไม่เคยรู้จักเธอผู้นี้มาก่อนเลย) ส่วนเรื่องการเมือง ก็จะยืนหยัดทำตัวเป็นพวก ignorance อยู่ต่อไป...

ไปทำความรู้จักมามากขึ้นกับดิอาโบลในวิกี้พิเดีย สรุปว่าเธอเป็น stripper จริงๆแฮ่ะ เคยทำอยู่ในร้านวิดิโอหนังผู้ใหญ่ ที่หลังร้านจะซอยเป็นห้องเล็กๆ ถ้าอยากเห็นเธอเต้นตึ๊ดชึ่ง ก็เพียงแค่เข้าไปหยอดเหรียญเพียงเท่านั้น (ดูใน CSI มาน่ะ 555+)...มันจะมีอะไรที่เจ๋งไปกว่านี้ไหม ที่ระหว่างตามหาความ่ฝัน ก็หาเลี้ยงชีพด้วยการเต้น และสุดท้ายเธอก็เอาออสการ์มานอนกอดเล่นได้...

#9 By BdMd (124.120.61.143) on 2008-07-04 15:35

งงนิดๆ กับ ผาแดง อ่ะคับ ... ได้ยินมาเหมือนกันว่ามันถูกแบ่งเป็น 2 ภาค (ในบางประเทศ) แล้วอันที่จะเข้าโรงอาทิตย์หน้านี่มันเวอร์ชันไหนเหรอ? หรือว่าบ้านเราจะได้ดูพร้อมกัน 2 ภาคในเรื่องเดียว แล้วมันมีรอยต่อระหว่างภาคให้เห็นด้วยเหรอง่ะ? ถึงรู้ว่าภาคแรกเป็น 'ส่วนเกิน' อ่า sad smile

จริงๆ พี่ก็รู้สึกเหมือนกันว่าเอาทาเคชิ มาเป็น ขงเบ้ง อ่ะ miscast ... ตกลงเป็นจริงใช่มะเนี่ย? cry

#8 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2008-07-04 15:14

อ่านฉากจบแล้ว..
ช่างเป็นฉากจบน่าประทับใจและรู้สึกได้ว่าอ้างว้างจริงๆ


#7 By renton (58.8.3.47) on 2008-07-04 09:12

เรื่องการเมืองเป็นเรื่องของตัวเห้กับตัวเห้อีกกลุ่มที่ผลประโยชน์ไม่ลงตัวกัน ก็เท่านั้น confused smile


ว่าแต่แกเคยไปถ่ายรูปกับรถถังด้วยหรอฟะ
ทำไมตอนนั้นไม่ชวนว้า กูยังไม่ไปถ่ายรูปเลย 555

#6 By behindthemoon on 2008-07-04 02:42

ตอบพี่เฟธ

รัฐทหาร... ก็คงไม่ต่างกับที่เราเข้าใจดอกครับ 55+

#5 By nanoguy on 2008-07-04 00:00

วันนั้นไปอ่าน starpics ของเพื่อนที่คณะ
เจอชื่อแกในเล่มด้วย
หรูหรามากมายเหอะ

ภูมิใจมีเพื่อนเป็นคอลัมนิสต์
เหมือนมีเพื่อนเป็นผู้ทรงอิทธิพลยังไงไม่รุ

ปล.หนังน่าดู แต่ไม่รู้จะหาที่ไหน เฮ้อออ

#4 By 125 66 (58.9.50.208) on 2008-07-03 21:21

ปกสตาร์พิคเล่มนี้สวยมากๆเลยล่ะครับ big smile

อ่านแบบนี้แล้วรู้สึกหนังเรื่องนี้น่าดูแฮะ แต่...ปกติไม่ค่อยชอบดูหนังสารคดีซักเท่าไหร่ อาจจะขอผ่านอีกตามเคย sad smile

ปล.พึ่งเข้าใจความหมายของคำว่ารัฐตำรวจ

ปล2.แล้วรัฐทหารคืออะไรล่ะครับ ^^ (ถามไว้ เผื่อที่เคยเข้าใจมันผิดน่ะ)

#2 By SkyKiD on 2008-07-02 20:53

+ วันนี้เปิดคนแรกเลยเหรอนเนี่ย อุๆ open-mounthed smile

+ บทความนี้ พี่ก็เพิ่งอ่านไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี่เองอ่ะครับ ในสตาพิคส์เล่มล่าสุด surprised smile ... จริงๆ เรื่องนี้พี่ก็อยากดูเหมือนกันนะ แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยถูกโรคกับสารคดีเท่าไหร่ เลยชั่งๆ ใจอยู่อ่ะครับผม

+ อยากชมเช่นกันว่า หน้าปกสตาพิคส์เล่มใหม่สวยมากกกกก ... ฮีธ เลด คงดีใจที่ถึงตัวเองจะไม่อยู่แล้ว แต่เค้าก็ยังสามารถมีชีวิตโลดแล่นบนแผ่นฟิล์มต่อมาได้อีก (หน่อยนึง - แต่ คริสเตียน เบลล์ จะแอบน้อยใจมั้ยหว่าเนี่ย กลายเป็นว่าผู้ร้ายดังกว่าพระเอกอีกอ่า )

+ FAQ เหรอ - ณ ขณะนี้ ยังนึกไม่ออกแฮะ เด๋วถ้านึกได้แล้วจะมาตั้งคำถามนะครับ cry

#1 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2008-07-02 10:52