Untouchable Authority of Thailand

posted on 24 May 2008 21:07 by nanoguy  in Nanolife

ขออภัย บัดนี้รู้แล้วว่า "มือมืด" เป็นใคร
ความผิดข้าพเจ้าเองที่ดัน "ล็อกอิน" exteen ค้างไว้ที่เครื่อง
- -*

บังเอิญมารดาอันเป็นที่รัก ลงมาประชุมกรุงเทพเป็นครั้งแรกในรอบเดือน
บังเอิญว่ามารดา เปิดคอม
บังเอิญว่ามารดา เข้า exteen
บังเอิญว่ามารดา กลัวว่าลูกชายจะติดคุก (มันจะมีอะไรให้ติดหว่า)
บังเอิญว่ามารดาเข้าหน้า manage ได้
และบังเอิญว่ามารดา เจอปุ่ม delete
- -*


โปรดใช้วิจารณญาณและปัญญาในการอ่าน
โปรดเข้าใจว่า เจ้าของบล็อกก็ยังมีภาระหน้าที่ ไม่ได้อยากติดคุก

เพราะฉะนั้น จงเข้าใจว่า
"นี่คือการวิพากษ์สังคม โดยเกี่ยวโยงกับบริบทสถาบันเบื้องสูง"
ไม่ได้ก้าวล่วงไปวิพากษ์ตัวสถาบัน
(อ่านด้วยปัญญา แล้วจะเข้าใจ)

โปรดอ่านอย่างเข้าใจและเปิดใจ ถ้าทำไม่ได้ โปรดกดปุ่มกากบาทด้านขวาบน
 
แต๊งส์


     ไม่รู้เหมือนกันว่าสังคมไทยมาถึงจุดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ และอะไรเป็นจุดเริ่ม

     แต่ถ้าจำไม่ผิด การลากเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาเกี่ยวข้องแบบชัดเจนและได้ผลประโยชน์สูงสุด เกิดขึ้นโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งนำโดยทีมงานผู้จัดการของ สนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเป็นแกนนำในการขับไล่ทักษิณออกจากตำแหน่ง

     ยอมรับว่าตอนนั้นก็ออกจะเห็นดีเห็นงามไปกับกลุ่มนี้อยู่พอสมควร เพราะยังไม่รู้อะไรมาก และเกลียดทักษิณมากๆเช่นกัน แต่ไปๆมาๆ เริ่มตะหงิดๆ ตอนที่กลุ่มนี้พยายามชูประเด็น "นายกพระราชทาน มาตรา 7" ขึ้นมาในวงม็อบ พยายามใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในทางที่ดู "แปลกๆ"

     ช่วงนั้นจำได้ว่าแคมเปญเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ในม็อบพันธมิตรฯ ถือว่าเข้มข้นมาก ทั้งการใส่เสื้อเหลือง โพกผ้าเหลือง ผ้าพันคอเหลือง, motto "เราจะสู้เพื่อในหลวง" "เราจะเป็นยามเฝ้าแผ่นดิน" และการยัดข้อหา "ตีเสมอสถาบัน" ให้กับทักษิณ จนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

    จนเมื่อ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา พวกเขาก็กลับมาอีกครั้ง และแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

    ต่อให้ประเด็นหลักที่พยายามชู จะเป็นเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นที่สมัครใช้ "ประชามติ" ตัดรำคาญนักข่าว แต่ก็ไม่ได้ยับยั้งการเสนอญัตติของ สส.พรรครัฐบาล กลุ่มดังกล่าว จนเกิดข้อสงสัยถึงความจริงใจและเจตนารมณ์ของนายกชิมไปบ่นไปคนนี้ (ส่วนตัว: เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วยกับท่าทีที่จะแก้ของรัฐบาลชุดนี้ เพราะแก้ไปมันก็คงไม่ได้ออกมาดีเท่าไหร่!) แต่ประเด็นหลักที่ลากผู้คนออกมาชุมนุมกันได้ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของทักษิณ และจักรภพ

     ทำไมคนไทยถึงปล่อยให้ สถาบันพระมหากษัตริย์ ลงมาเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามได้?

     คำถามนี้คงต้องคว้านลึกไปถึงจิตสำนึก และระบบความเชื่อที่คนไทยมีต่อพระมหากษัตริย์

 

โชติศักดิ์ อ่อนสูง กับการยืน-ไม่ยืน ในโรงหนัง

     ในช่วงปีที่ผ่านมา คดีนี้เป็นคดีครึกโครมในวงอินเตอร์เน็ต เพราะจริงๆแล้วเรื่องราวเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งได้สมัครเป็นนายกเสียอีก (จนเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกันที่เป็นต้นเรื่อง กลายเป็นเว็บบอร์ดซาตานรกประเทศไปโดยปริยาย) จนเกิดการฟ้องกันไปฟ้องกันมาของสองฝ่าย

     ย้อนความอย่างย่อๆ โชติศักดิ์ไปดูหนังกับเพื่อน และเมื่อเพลงสรรเสริญขึ้น เขากับเพื่อนก็นั่งอย่างสงบ (หยุดกินขนมและน้ำอัดลมที่ซื้อมา) แต่ชายคนหนึ่งชื่อ นวมินทร์ ก็เข้ามาก่อกวนจนถึงขั้นหยิบป๊อปคอร์นและน้ำอัดลมของโชติศักดิ์ขึ้นมาแล้วขว้างใส่ โชติศักดิ์จึงออกจากโรงหนังไปแจ้งตำรวจข้อหาทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สิน ส่วนนวมินทร์ก็แก้เกี้ยวด้วยการฟ้องข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแก่โชติศักดิ์

     และปัจจุบัน คดีทำร้ายร่างกายก็เงียบไป คนรุมด่าโชติศักดิ์เพราะมีคำว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

     จริงๆเรื่อง ยืน-ไม่ยืน มีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งเขียนไว้เหมือนกัน ว่าการไม่ยืนนั้นมีความผิดอยู่ แต่เท่าที่จำได้โทษของการไม่ยืนในกฎหมายมาตรานั้น ไม่ได้หนักหนาเท่ากับโทษมาตรา 112 ในรัฐธรรมนูญอันว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งมีโทษจำคุกถึงสิบปี

     แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของมาตรา 112 ทำให้เราสามารถตีความ "อะไรก็ได้" เป็นการหมิ่น!

     ถ้าดูกันจริงๆแล้ว การเลือกที่จะไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีนั้น ไม่น่าเข้าข่ายการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วยซ้ำ เพราะไม่ได้มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วยวาจาหรือท่าทาง รวมไปถึงไม่ได้หมิ่นคนที่ยืนแสดงความเคารพด้วย (ถ้าหากโชติศักดิ์หรือใครก็ตามนั่งแล้วตะโกนขึ้นมาในทำนองว่า "พวกยืนแม่ง ไพร่ว่ะ" อย่างนั้นจะไม่เถียงว่าผิดจริง) ดังนั้นถือว่าการฟ้องเขาในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นอะไรที่ nonsense และไร้สาระมาก

     เทียบในเรื่องของกฎหมาย ที่มาของกฎหมายคือการป้องกันการละเมิดสิทธิของคนอื่น เช่น กฎหมายจราจร ก็เพื่อไม่ให้ไปทำลายทรัพย์สิน (รถยนต์) หรือชีวิตของผู้อื่นจากการขับรถผิดวินัย แต่การเลือกไม่ยืนเคารพเพลงนี้ในโรงภาพยนตร์ (หรือที่ใดก็ตาม - ยกเว้นงานพระราชพิธี เพราะคนที่เขาไม่อยากยืน เขาก็ไม่เลือกไปงานทำนองนี้อยู่แล้ว) จัดว่าเป็นการละเมิดสิทธิของคนอื่นที่ตรงไหน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคนที่คุยโทรศัพท์ในโรงหนัง หรือพูดคุยเสียงดัง เดินย้ายที่ไปมา ซึ่งทั้งรบกวนสมาธิ บังจอภาพยนตร์ ต่างกับการไม่ยืนอย่างสิ้นเชิง

     สำหรับกรณีนี้ เว็บไซต์ "ผู้จัดการ" (เจ้าของเดียวกับ ม็อบพันธมิตรฯ) ก็ได้กระทำการเอาสถาบันมาใช้ประโยชน์อย่าง "หน้าด้านๆ"

     แรกๆ ข่าวจะไม่ลงในหนังสือพิมพ์กระแสหลัก (เพราะตามนิสัยปกติแล้วสื่อไทยจะพยายาม "ปกปิด" อะไรก็ตามที่พวกเขาเรียก(เอาเอง)ว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อาจจะไม่อยากให้ประชาชนตระหนักถึงสิทธิได้กระมัง) แต่สำหรับในเว็บไซต์ผู้จัดการ ข่าวนี้ถือว่ารุนแรงและครึกโครมมาก โดยเฉพาะคราวซวยที่โชติศักดิ์ใส่เสื้อของเครือข่าย "19 กันยาต้านรัฐประหาร" ทำให้ผู้จัดการจับโยงเข้ากับทักษิณได้อย่างง่ายดาย แม้แต่ซ้อเจ็ดที่ยุ่งอยู่กับวงการบันเทิงเสียเป็นส่วนใหญ่ ยังหันมานั่งด่าโชติศักดิ์ด้วยบทความชื่อ "หนักแผ่นดิน" (อืม...)

     นอกจากการกระทำเหล่านี้ ในวิทยุเครือข่ายของผู้จัดการ ยังได้พูดจายุยงให้ "ทำร้ายร่างกาย" คนที่มีพฤติกรรมคล้ายหรือเหมือนโชติศักดิ์ อ่อนสูง

     ผู้จัดการ กำลังแสดงวิธี "จงรักภักดี" อย่างบิดเบี้ยว และที่น่าเศร้าคือไม่มีใครคิดว่าเป็นเรื่องผิด (ลองดูในคอมเมนต์ของเว็บบอร์ดชาวบ้านอย่างพันทิปก็ได้ - 98% เชียร์ให้จับโชติศักดิ์ยัดคุก เกินครึ่งในนั้นพูดในทำนองว่าอยากต่อย/ถีบ/ทำร้ายร่างกายเสียให้หายแค้น ในจำนวนเดียวกันขับไล่โชติศักดิ์และคนที่แสดงความเห็นdefend ให้ออกจากราชอาณาจักรไทย และบางความเห็นลามไปถึงกับบอกว่า คนประเภทนี้เราสามารถฆ่าได้ และอัยการจะเห็นใจเราด้วย!!)

 

"ทักษิณ" กับธงชาติไทยผืนใหญ่ที่แมนฯซิตี้

     ยอมรับว่าตอนแรกผมตกใจมาก ที่ข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต พากันนำเสนอข่าวไร้สาระชิ้นนี้อย่างครึกโครมราวกับฟ้าถล่มดินทลายชาติจะหายวายวอดจากแผนที่โลก!!

     สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ นักการเมืองปากร้ายอย่างสมัครและทักษิณ ก็ทำราวกับเรื่องนี้สำคัญยิ่งชีพ! ทั้งที่ปกติเวลานักข่าวถามเรื่องที่สำคัญจริงๆ (เช่น เศรษฐกิจ หรือการแต่งตั้งรัฐมนตรี หรือข้อหาทุจริต) เขาสองคนก็เคยแม้แต่ด่านักข่าวกลับด้วยซ้ำไป (แถมในกรณีสมัคร เขากล้าด่าแม้แต่นักข่าวสื่อต่างประเทศ)

     ไม่อยากพูดมาก นอกจากว่าเรื่องนี้โคตรไร้สาระ ไม่ประเทืองปัญญา แต่ก็เป็นประเด็นโจมตีทักษิณในการปราศรัยของม็อบพันธมิตรครั้งล่าสุดอยู่

 

จักรภพ เพ็ญแข กับ speech เจ้าปัญหา

     จากกระแส ทำให้ล่าสุดเขาต้องขอลาพักร้อนไปแล้ว 7 วัน (ซึ่งก็ชวนสังหรณ์ว่า คงไม่ใช่ 7 แน่)

     โดยส่วนตัว ชี้แจงก่อนว่า ผมเกลียดคนคนนี้เข้าไส้ ตั้งแต่คราวที่ไปร่วมกับม็อบ นปก. (ส่วนตัว - "ม็อบเชียร์ทักษิณ ที่พยายามทำตัวว่าต้านเผด็จการโดยไม่มีเงื่อนไขแอบแฝง") และได้เป็นรัฐมนตรีแบบมี hidden agenda

     อยากให้คนนี้ออกจากรัฐมนตรีมั้ย อยาก แต่ไม่ใช่จากเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะยิ่งทำให้เขาดูดี เป็นผู้ถูกกลั่นแกล้งกันไปใหญ่ แถมยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า การใช้ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สามารถใช้ได้ผลในการ "แซะ" ผู้มีตำแหน่งทางการเมือง

     นอกจากฝ่ายพันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์ที่เน้นคดีนี้เหลือเกินในการแซะจักรภพ ฝ่ายสมัครเองก็พยายามเล่นงานพลเอกเสรีพิสุทธิ์ อดีต ผบ.ตร. ด้วยคดีนี้เช่นกัน หลังจากโยกย้ายเมื่อเขาขึ้นมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นอกจากการเล่นงานในเรื่องทุจริต

     กรณีนี้เราไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเสรีพิสุทธิ์กับจักรภพได้หมิ่นจริงหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายมาตรานี้ก็ยังอยู่ คือการตีความให้สอดคล้องกับความต้องการได้อย่างอิสระเสรี โดยเฉพาะในกรณีของจักรภพที่เป็นการแปลจากภาษาอังกฤษ อันสามารถบิดเบือนได้ตามแต่ใจคนฟ้อง และจักรภพก็สามารถแปลให้ดูไม่หมิ่นได้เช่นกัน ถือเป็นปัญหาโลกแตกที่เถียงกันอย่างไรก็มีคนแพ้ฝ่ายเดียว คือฝ่ายถูกฟ้อง

 

คนไทยกับระบบความเชื่อต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

     จากกรณีทั้งหลาย ทั้งทักษิณ จักรภพ เสรีพิสุทธิ์ ทำให้เราเห็นความล้มเหลวในการตรวจสอบความดีชั่วในวงการการเมืองของประเทศไทยและสังคมไทย ได้อย่างชัดแจ้งชัดเจน

     เพราะข้อหาประเภททุจริต ฉ้อโกง กลับมีน้ำหนักน้อยกว่าข้อหานามธรรมอย่าง หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

     อย่างที่ขึ้นชื่อบทความไว้ว่า Untouchable Authority ก็ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าสำหรับสังคมไทย สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่แตะต้องไม่ได้ (ตามที่รัฐธรรมนูญมาตราต้นๆ ได้ระบุเอาไว้ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอด 70 กว่าปี) ได้ทำให้ภาพของสถาบันนี้ดูดีเกินจริง และไม่อาจตรวจสอบได้เลยแม้แต่ปลายเล็บ

     อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เพราะบทความนี้ไม่ได้จะลามเลียไปถึงการวิพากษ์ว่าตัวสถาบันกษัตริย์ดี-ไม่ดี มีอดีต-จุดประสงค์แอบแฝงในเหตุการณ์ใดๆอย่างไร เพราะไม่ใช่ความจำเป็น

     เพียงแค่สิ่งที่เป็นอยู่นี้ก็ถือว่าสังคมกำลังหนักหนาสาหัสแล้ว

     เราเริ่มจะไม่มองมุมอื่น เพียงแค่คนคนนั้นมีท่าที "อยู่อีกฝั่ง" กับสถาบันพระมหากษัตริย์ (ไม่ว่าจะด้วยใจจริง หรือถูกใครบางคนยัดเยียดสถานะนั้นให้) คนไทยที่อ้างตนว่าจงรักภักดีต่อสถาบันส่วนหนึ่งก็พร้อมจะทำลายคนเหล่านั้นให้ถึงที่สุด โดยขาดสติยั้งคิดไตร่ตรอง

     คราว block YouTube ก็ได้ยัดข้อหาว่าทักษิณบงการให้โพส โดยหารู้ไม่ว่าต้นตอมาจากการที่ศาลไทยตัดสินจำคุกฝรั่งสวิสแก่ๆคนหนึ่งด้วยโทษมาตรา 112 ในอัตราโทษสูงสุดต่างหาก ทั้งที่ชายคนนั้นเป็นคนต่างชาติที่มีโอกาสน้อยที่จะรู้กฎหมายมาตราแอบแฝงของชาติไทย (สวิตเซอร์แลนด์คงไม่มีโทษมาตรานี้) และเขากระทำการพ่นสีใส่รูปในหลวงตอนที่เขากำลัง "เมาสุรา" ซึ่งตามกฎหมายถือว่าอยู่ในสภาพที่สติไม่สมบูรณ์ดีเสียด้วย ซึ่งตามปกติลักษณาการอย่างนี้จะต้องได้ลดโทษ ถ้าหากรูปนั้นไม่ใช่รูปในหลวง และศาลไทยก็บ้าจี้ จนเกิดกระแสโกรธแค้นและมองว่าสถาบันกษัตริย์ไทยเป็นเผด็จการ จนเกิดการโพสคลิปต่างๆนานาขึ้น

     คราวโชติศักดิ์ ผู้จัดการก็ผลักดันให้เขาไปอยู่ฝ่ายทักษิณ เพียงเพราะจุดยืนทางการเมือง

     คราวจักรภพ ยิ่งไม่ต้องสงสัย และแน่นอนว่าทักษิณไม่มีทางรอดจากประเด็นนี้แน่ แม้ว่าจะทั้งกราบแผ่นดินสนามบิน และกราบพระบรมฉายาลักษณ์ในวันแรกที่กลับถึงไทยก็ตามที

     ปัจจุบันกาล ไม่จำเป็นต้องถึงกับตรวจสอบว่าสถาบันกษัตริย์ดีหรือไม่ดีอย่างไร ถึงจะพูดได้ว่าเราสามารถ "แตะต้อง" สถาบันกษัตริย์ได้สักเล็กน้อย

     เพราะถึงแม้สถาบันจะดีจริง ถ้าตกอยู่ภายใต้ระบบความเชื่อว่าสถาบันนี้ untouchable แล้ว ประเทศก็คงไม่มีวัน "สมานฉันท์" ได้อย่างแท้จริง อย่างที่แต่ละฝ่ายพยายามจะใช้ตัวสถาบันเป็น "โซ่ข้อกลาง" สร้างความสามัคคีขึ้นในสังคมไทยปัจจุบัน โดยหารู้ไม่ว่าตอนนี้ที่คนกำลังเถียงกัน ด่ากัน ใส่ร้ายกัน ว่าร้ายกัน ฟ้องร้องกัน กลับใช้สถาบันกษัตริย์นี่แหละเป็นเครื่องมือ

     ถึงเวลาหรือยังที่เราต้องรื้อระบบความเชื่อกันใหม่สักที


UPDATE : หลังอ่านถอดความ "ถ้อยแถลง defend ตัวเอง" ของ จักรภพ เพ็ญแข

     จักรภพเองก็เริ่มแบไต๋เช่นกันว่า อภิสิทธิ์ กับพันตำรวจโทวัฒนศักดิ์ ที่เป็นฝ่ายกล่าวหาว่าจักรภพหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็มีสิทธิ์ถูกฟ้องกลับด้วยข้อหาเดียวกัน และในถ้อยแถลง จักรภพก็พูดเป็นนัยว่าอภิสิทธิ์กำลัง "ดึงฟ้าต่ำ" และหันไปชื่นชมสุรยุทธ์ จุลานนท์ และพลตำรวจเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ รวมไปถึง ผบ.ทบ. ด้วยในประเด็นว่าด้วยการก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้กัดกันจะเป็นจะตาย

     นี่ก็เป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่ระบุได้ชัดว่า ไม่ว่าจักรภพจะจงรักภักดีด้วยใจจริงแท้ หรือจะแค่ตอแหลเอาหน้ารอด แต่ก็ยังไม่สามารถหลุดจากกรอบของความเชื่อในสถาบันพระมหากษัตริย์ของคนไทยได้อยู่ดี

edit @ 28 May 2008 00:39:28 by nanoguy

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

แต่ถ้าลูกพี่เขียนพี่ก็แอบลบว่ะ เข้าใจแม่นะ sad smile

#1 By นายตุ้ย on 2008-05-26 21:11

ทำไม ทักสิน ต้องกราบแผ่นดิน ต่อหน้าสื่อล่ะ ทำเปนเดิน แซงนำหน้า ไม่กราบ ตั้งแต่ลงจากเครื่อง

จักรภพ แม้งก็ตุ๊ด จะไม่เอา สถาบัน โดน เล่นหนักเข้า ร้องเพลง จะปิดทองหลังพระ ซึ่งเปนเพลงพระราชนิพน ต่อหน้าสื่อ

แล้วมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะ เถียงกับลพวก ไม่เอาสถาบันอย่างคุน

#3 By 77 (202.139.223.18) on 2008-05-26 22:11

^
^
เรื่องทักษิณ กับ จักรภพ อันนั้นก็ว่ากันหลังไมค์ครับ
เพราะเอนทรี่นี้ ผมไม่ได้จะวิจารณ์สองคนนั้น
และเอนทรี่นี้ ก็ไม่ได้เขียนเพื่อเชียร์สองคนนั้น

โอเค?

#4 By nanoguy on 2008-05-26 22:57

ขอทำตัวเป็นผู้สังเกตุการณ์ละกัน กับเรื่องระบบสัังคมในเมืองไทย (ทั้งๆที่ตัวเองก็อยู่ในเมืองไทย 555+)

ทุกวันนี้ไม่ได้ขวนขวายในการหาอ่านข่าวสารพวกนี้เลย เพียงแต่บางทีมันก็ลอยเข้ามาหาเรา (อย่างที่ได้อ่านตรงนี้) แบบไม่ได้ตั้งใจอะไร แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นน่ะ เพียงแต่ว่า มันไม่ได้สร้างความจรรโลงใจให้กับชีวิตซะเท่าไร

จำคำพูดลางๆของหนังเรื่องนึงได้ ที่ตัวเอกพูดกับสาวเปิ่นๆ ที่ค่อนข้างไม่ประสีประสากับสังคมภายนอกเท่าไร พระเอกพูดประมาณว่า "Why are you so stupid?" สาวเปิ่นก็ตอบกลับมาว่า "I'm not stupid, I'm just ignorance" คือมันฟังดู absurd ดีน่ะ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ฟังดูเห็นแก่ตัวดีด้วย...จะบอกว่าตอนนี้เรากำลังทำตัวเป็นสาวเปิ่นคนนั้นอยู่ 555+

#5 By บลัดดี้มันเดย์ (124.120.62.177) on 2008-05-27 12:59

ท่านแม่รักลูกจริงๆ
ของเจี๋ยก็ออน 24 ชั่วโมงค่ะ
แต่ไม่มีใครคิดจะแตะคอม(โทรมๆ)เครื่องนี้เลยsad smile
มารดาอันเป็นที่รักช่างน่ารักแท้ๆ

จริงๆ ผมบอกตรงๆ นะครับว่า กรณี speech ของจักรภพ นั้น เป็นความ "โง่" ของทั้งฟากจักรภพเอง และอภิสิทธิ์ด้วย (แต่ฝ่ายหลังได้กำไรทางการเมือง ฝ่ายแรกขาดทุน) คือที่ผมบอกว่า "โง่" เนี่ยคือ เรื่องการ raise argument น่ะ

- จักรภพ: "มีความจำเป็นน้อยมาก (หรือไม่มีเลย) ที่จะต้องเลือกพูดในหัวข้อที่เล่นได้แบบนี้"...แบบนี้แหละที่บอกว่า "โง่"

- อภิสิทธิ์: หากอภิสิทธิ์จะพูดอย่างที่อภิสิทธิ์ออกมาบ่นอยู่ อภิสิทธิ์ "ต้องไปไล่ประธานที่ปรึกษาพรรคตัวเองออกก่อน" เพราะ speech ของจักรภพ ไม่สามารถเทียบได้เลยกับญัตติที่ชวนเคยยื่นเสรอในสภา เมื่อยังหนุ่มอยู่...อภิสิทธิ์พูดเองว่า "ไม่ใช่เรื่องของกฤหมาย แต่เป็นเรื่องของความเหมาะสม บลาๆๆ"

สุดท้าย ผมว่า พวกที่บอกว่า king cannot be criticized. นั่นแหละบ้าที่สุด เพราะพวกนี้จะอ้างว่าตัวเองรัก king แต่พวกนี้ไม่รู้จักฟังคำพูดของ king ที่บอกไว้เองว่า The king can be criticized.

ด้วยความเคารพ

ปล. จริงๆ อยากเขียนตอบนานแล้ว แต่อารมณ์ไม่ดีกับเรื่องนี้จนเขียนไม่ออกน่ะ (นี่ก็เขียนได้ไม่ถึงครึ่งของครึ่ง ของที่ต้องการจะด่าเลย)

#7 By fallingangels (61.7.128.64) on 2008-05-27 19:20

ผมใช้คำผิดไปหน่อยในส่วน "จักรภพ" ครับ

คือ ผมทราบอยู่ว่า "หัวข้อ" นั้น เค้ากำหนดมาให้ คือ คำที่ควรจะใช้จริงๆ คือ "พูดในลักษณะ (แทนที่ "หัวข้อ") ที่เล่นได้แบบนี้"

ด้วยความเคารพ

#8 By fallingangels (61.7.128.64) on 2008-05-27 20:00

+ พี่ยังคงขอยืนยันความคิดเดิม จากบล็อกประมาณหน้า Horton ละมั้งครับว่า "คนที่เลวที่สุด และสมควรถูกประณาม คือ คนที่ยุให้ฝ่าย pro และ ฝ่าย anti สถาบัน ตีกันโดยขาดสติ" เนี่ยแหละ

+ และเห็นด้วยว่า ทุกวันนี้บางครั้ง บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้น มันดู non-sense ดูเป็นการ 'คลั่ง' เกินกว่าความรักความศรัทธาไปหน่อยแล้ว ก็อย่างที่ตี่ตี้ได้พูดไว้แล้วนั่นแหละ (ถึงแม้พี่จะเป็นฝ่าย royalist ก็ตามที) อะไรเป็นอะไร ถ้าใช้สามัญสำนึก มันก็เห็นๆ กันอยู่ ... ดังนั้นที่ตี่ตี้เขียนไว้ข้างบนหลายเรื่อง ก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยนะครับ

+ ถ้า 'ลอร์ดโวลเดอมอร์' (รวมทั้งเงินแสนล้านของเขา) หายสาบสูญไป เมืองไทยจะสงบสุขกว่านี้อีกมั้ยหนอ จะมีการแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายแบบทุกวันนี้อีกมั้ย ... เงินทอง ช่างเป็นต้นเหตุของปัญหาล้านแปดจริงๆ เล้ยเชียว

#9 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2008-05-27 20:54

สังคมไทยมันเละแล้ว
ตอนนี้ที่ทำได้มันก็มีแต่สร้างภาพประจบสอพลอ

ต่างฝ่ายต่างทะเลาะกันว่าใครแสดงตนว่าจงรักสถาบันมากกว่ากัน


พระบรมราชโชวาทน่ะ "พวกคลั่งสถาบัน"(ของโทษที่ใช้เรียกแบบนี้)บางตัว
ไม่เคยสนใจที่จะฟัง เพราะตอนฟังก็มัวแต่ร้องไห้ นํ้าตาอาบแก้ม เพียงเพราะฟังคำพูด เป็นมายาคติว่าได้ยินเสียงพระเจ้า

แต่ไม่เคยเอาคำความหมายที่ในหลวงพูดจริงๆมาฟัง ตีความหมาย


ยิ่งสถาบันยิ่งแตะไม่ได้เท่าไหร่ สุดท้ายมันก็จะย้อนกลับมาทำลายระบบตัวเอง
เพราะุถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง

เราว่าอีกไม่เกินสิบปีคงจะได้เห็นอะไรดีๆกันหว่ะ

#10 By อีกด้านหนึ่งของดวงจันทร์ (124.120.95.123) on 2008-05-28 00:00

เฮ้ย แม่เก๋ว่ะ เล่น exteen เป็นด้วย แม่พี่ยังเปิดคอมไม่ค่อยได้เลย 555

เรื่องจักรภพนี่โคตรจิ๊บจ๊อยเลย ไม่เห็นจะมีอะไร

รู้สึก guilty pleasure ว่ะ ที่ต้องมาเอาใจช่วยจักรภพนิดๆ

พี่มาร์คกู่ไม่กลับแล้ว อุตส่าห์เคยชอบ ฮือ (เพราะฟังเพลงเก๋)

ดูข่าว เห็นม็อบสนธิอีกแล้ว เดจาวูโคตร กลับไปสู่จุดเดิม เฮ้อ...

#11 By merveillesxx (58.8.119.73) on 2008-05-28 01:05

ผมไม่ชอบทักษิณ แต่ไม่เห็นด้วยที่เอาข้อหาหมิ่น ธงชาติ มาเล่นงาน
เซ็งมาก
อยากให้กล่าวหาด้วยวิธีอื่นที่ดีกว่านี้
ไม่มีมุขอื่นแล้วรึไงนอกจาก เจ๊เพ็ญหมิ่น,ธงชาติชื่อทักษิณ
เบื่อแล้ว
ถ้าให้ดีไม่มีมาตราดังกล่าวจะดีมาก เท่านี้ตาลิ้มก็ไม่โดนข้อหาดังกล่าวด้วย
เขียนได้ครอบคลุมดีนะฮะ
อ่านแล้วชอบฮ่ะ
เหมือนเอาหนังสือพิมพ์ทั้งเดือนมากินฮ่ะ
อิอิ

ขอเรื่องจักรภพหน่อย
ยังสะเทือนใจไม่หาย
ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นกับไอดอลแสนรักของข้าพเจ้าเมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว

เรียนมาก็มากมาย สอนไออาร์ด้วยรึเปล่า
ฮอร์โมนขึ้นรึยังไง ทำอะไรแรงแบบไม่ได้ผลดีอะไรแบบนี้ -"-

ระดับนี้แล้วอ่ะ เนียนหน่อยได้มั้ย
ผิดหวังนะยะ
ยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้นย่ะ
sad smile sad smile

#14 By จิตวิญญาณล้านนาประเทศ (220.181.34.203) on 2008-05-28 22:01

อืมมม
ข่าวการเมืองเดี๋ยวนี้ไวจนตามไม่ทัน

มันเริ่มเบี่ยงประเด็นมากขึ้นเรื่อยๆ้ด้วย

หลายๆคนชอบมองว่าเรื่องสถาบัน มีแค่ขาวกับดำ... คือ "รัก" กับ "ต่อต้าน"... แต่ความเป็นจริง มันมีอะไรที่เป็นสีเทาอีกเยอะ

#15 By Noir on 2008-05-28 23:31

เฟิส์ต อ๊อฟ ออล - - คอมเราเป็นอะไรกับหน้าแกไม่รู้ว่ะ บรรทัดมันตีบมาก เปิดมายังกะข้าวหลามทรงกระบอก

เรื่องนี้เราขอไม่แสดงความคิดเห็นแล้วกัน เพราะเราถือว่าเราเป็นคนนอก ผู้ไม่ฝักใฝ่การเมืองอยู่แล้ว - - ถือว่าเป็นอีกหนึ่งมหรสพที่ไว้อ่านเรียกน้ำย่อย
ดาวเปื้อนดิน หมดสิ้นความสวยงาม แล้วกันน่ะ
ว่างๆจะทยอยอ่าน แทรนซ์แซลเลวชึ่น น่ะ ไม่เข้าใจอะไรจะมาถาม

พอลว์ ลอว - - เจ็บปากอ่ะ

#16 By หนึ่ง (124.120.70.95) on 2008-05-29 03:06

เอาทีละประเด็นเลยนะ...
1.มือมืด บอกได้คำเดียวว่า สมน้ำหน้า 555+
2.ไม่ยืนในโรงหนัง ตอนแรกก็คิดเหมือนกันนะว่า มันเป็นสิทธิ์ของเราที่จะไม่ยืนทำความเคารพอ่ะ แต่เฮียแกและพลพรรครักเฮียแกก็ทำเกินไป(กรณีโพสต์ในเว็บhi-thaksin กับฟ้าเดียวกัน)
3.ธงไทยในแมนซิตี้ อันนี้ก็คิดว่ามันไร้สาระ ประมาณว่ามึงไม่มีเรื่องอื่นจะโจมตีแล้วใช่มั้ย แต่ก็อีกแหละ ถ้าทักษิณไม่ทำเป็น มองไม่เห็นและไม่รู้ร้อนรู้หนาว เรื่องมันก็คงไม่บานปลาย
4.เจ๊เพ็ญ อันนี้ก้บอกได้คำเดียวว่า ปากพาซวย ตอนพูดไปคงคิดว่า ในอนาคตอันใกล้ ทักษิณจะกลับมาครองอำนาจ...แต่ล่าสุดดูแถลงข่าวลากิจ7วัน (เหมือนจะแสดงสปิริต) คู่ไปกับการตอบโต้ของประชาธิปัตย์...รู้สึกว่าเจ๊เพ็ญแกผิดจริงๆอ่ะ ไม่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าประชาธิปัตย์(และคนอื่นๆ)ตีความผิด และผิดตรงไหน
5.สถาบันกษัตริย์อันนี้ขอผ่านไม่แสดงความคิดเห็นละกัน

ไปล่ะ บาย

#17 By squidy ying (210.86.215.143) on 2008-05-29 19:19

แวะมาอ่าน...มารับข่าวสารประเด็นร้อน
เปิดทีวีเจอช่วงข่าว ก็ยังมีเรื่องแปลเอกสารสปีชอยู่เนืองๆ
ไม่จบ...ไม่จบ...

#18 By renton (58.8.8.82) on 2008-05-29 20:55

มาพล่ามต่ออีกหน่อย หลังจากที่อ่านฉบับภาษาอังกฤษ ของจักรภพ เสร็จ บอกตรงๆ ผมว่า "ไม่หมิ่น" ว่ะ

คือ หากอ่านจาก tone การเขียนแล้ว ผมคิดว่า "ไม่หมิ่น" เพราะ tone นั้นไม่ได้ต้องการโจมตีสถาบัน โดยเฉพาะรัชกาลปัจจุบัน ยิ่งแทบไม่ได้แตะเลย จะมีแตะก็คือกษัตริย์ยุคก่อนๆๆๆ (สุโขทัยเงี้ย)

หรือ หากเราบอกว่า "การวิพากษ์" กษัตริย์สมัยก่อน (ไม่พูดถึงรัชกาลปัจจุบันเลยนะ) เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ และทำไม หนังสือเรียนสังคมทั่วๆ ไปจึงยังดำรงอยู่ได้??? กรุณาลองกลับไปดูสิ่งที่หนังสือตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาเขียนถึง "พระเจ้าเอกทัศน์" ดูครับ แล้วบอกผมทีว่าหนังสือกระทรวง กับ speech ของจักรภพ ใครแรงกว่ากัน

แต่หากจะพูดกันอย่าง "ตามตัวอักษร" ถามกันตรงๆ ว่า จากคำพูดของจักรภพ (โดยไม่ดู tone การเขียน) นั้น "เล่นได้มั๊ย" ต้องตอบว่า "เล่นได้" แน่นอนครับ

...แต่ก็อีกนั่นแหละ "เราจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์การเมือง สังคมและประวัติศาสตร์ไทย โดยแยกจากสถาบันกษัตริย์ได้อย่างไร ในเมื่อสถาบันนี้ เป็นสถาบันที่ผูกติดกับสังคมไทย มาโดยตลอดห้วงประวัติศาสตร์???"...

ด้วยความเคารพ

ปล. แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังยืนยันคำเดิมว่า ผมมองว่าจักรภพ "โง่" ในกรณีนี้ เพราะคนระดับจักรภพ มีวิธีเขียน วิธีพูดที่เสี่ยงต่อการ "ถูกเล่น" น้อยกว่าที่ทำไปมาก

#19 By fallingangels (61.7.128.243) on 2008-05-29 21:20

^
^
ไม่ได้จะพยายามยัดข้อหาให้จักรภพ
แต่เท่าที่ลองดูข่าว + อ่านสปีชอังกฤษจบไป

ผมรู้สึกว่าประเด็นเดียว ประเด็นใหญ่ ประเด็นเอาผิดของฝ่ายที่พยายามคัดง้างกับจักรภพ (และฟ้องจักรภพ) คือการที่จักรภพพูด patronage system โดยเอาไปอิงกับระบอบกษัตริย์นั่นเอง

ซึ่งแน่นอนว่า คนเหล่านั้นย่อมต้องจับโยงกับพาร์ตส่วนที่จักรภพได้ "อวย" ทักษิณอย่างออกหน้าออกตาไปแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะจากพาร์ตนั้นทำให้คนเหล่านั้นสามารถตีความได้โดยปริยายว่า จักรภพกำลังพูดถึงสถาบันกษัตริย์ทั้งหมด (เพราะในบางช่วง เนื้อความก็ค่อนไปทางนั้นจริงๆ)

และแน่นอนคำว่า "ทั้งหมด" สามารถลากให้เกี่ยวข้องกับรัชกาลปัจจุบันได้อย่างง่ายดาย....

หรือพูดอีกแบบหนึ่งก็คือ คนเหล่านั้นไม่ยอมรับว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ คือส่วนหนึ่งของ "ระบบอุปถัมภ์" นั่นเอง

#20 By nanoguy on 2008-05-30 01:23

+ "พระเจ้าเอกทัศน์" ในแบบเรียน เป็นการพูดถึงบุคคลคนเดียว และไม่ใช่กษัตริย์ในราชวงศ์ปัจจุบัน จึงนับเป็นคนละกรณีกับจักรภพ ในความคิดผมนะ

แม้ว่าพระเจ้าเอกทัศน์จะได้ทำแบบในหนังสือเรียนหรือไม่ก็ตาม

#21 By nanoguy on 2008-05-30 01:36

...อันนี้ผมพูดตามหลักกฎหมายอาญาก่อนนะครับ...

คือ กรณีจักรภพกับ speech นั้น (ผมตัดส่วนที่เลียทักกี้ออกนะ เพราะถือว่าไม่เกี่ยวโดยตรงกับกรณีนี้ นอกจากประเด็น "ลากทักษิณมาเอี่ยวด้วย")...ส่วนที่จักรภพพูด แล้วตีความกันว่า "สื่อถึงรัชกาลปัจจุบัน" ได้นั้นเป็นการ implyเอาเองครับ (ซึ่งผมไม่ได้เถียงว่า จะ imply แบบนี้ไม่ได้) แต่ "โดยหลักการ" การตีความกฎหมายอาญา (กม.หมิ่น) ต้องตีความตามเจตนาของผู้กระทำ และตามตัวอักษรอย่างเคร่งครัดเท่านั้น

ซึ่งแน่นอนว่า "การ imply" เอาถือว่า "อ่อนมาก" ในเชิงกระบวนการยุติธรรม...ฉะนั้นผมจึงได้พูดไปว่า "จักรภพไม่หมิ่น"

แต่จักรภพดันมาอยู่ในดินแดน "สนธยา" นี้ ทำให้ความผิดซึ่งตามหลักการไม่ควรจะมี กลับกลายเป็น "มีโอกาสสูงมากที่จะมี" ไป (พูดง่ายๆ คือ โดนเล่น)

ส่วนที่ผมพูดถึงกษัตริย์ "โบราณ" นั้นก็เพราะว่า ส่วนเดียวที่จักรภพ "พาดพิง" อย่างชัดเจน (และถูกยกมาเป็นประเด็นมากเช่นกัน) นั้นมีเพียงส่วนของกษัตริย์โบราณ "พ่อขุนราม" เอย...คนนั้น คนนี้ บลาๆๆ ซึ่งกรณีนี้ ไม่ได้ต่างจากกรณีพระเจ้าเอกทัศน์ครับ...และหากดูจากความ "รุนแรง และจุดประสงค์การเขียน" แล้ว บอกตรงๆ ผมว่าจักรภพ เบากว่าหนังสือแบบเรียนประวัติศาสตร์ไทย

แต่อย่างว่าแหละ...ข้อหาของจักรภพ แม้โดยหลักการผมจะมองว่าจักรภพไม่ผิด แต่เพราะเป็นที่นี่ ผมว่าจักรภพโดนแน่ๆ...

ด้วยความเคารพ

ปล. กรณีพูด "ระบบอุปถัมภ์" โยงกับสถาบันนั้น บอกตรงๆ ว่า "จักรภพงี่เง่าเกิน" คือ พาดพิงมาโดนจุดนี้เยอะเกินไป แต่ "จะไม่โดนเลยก็ไม่ได้" เพราะเราไม่สามารถอธิบาย ปวศ.ไทย โดยไม่พูดถึงกษัตริย์เลยนั้น มันเป็นไปไม่ได้...อยู่ที่ว่าจะพูด "มาก หรือน้อย" แค่ไหน

#22 By fallingangels (61.7.128.71) on 2008-05-30 12:21

^
^
โอเคร ตรงนี้ไม่เถียงอยู่ละ
แต่ผมว่าส่วนที่จักรภพเลียทักกี้ ถือว่ายังไม่นอกประเด็นจาก speech เสียทีเดียวนะ เพราะมันก็ imply ได้จากช่วงเลียทักกี้นี่แหละ ว่าจักรภพกำลังพูดถึงตัวสถาบันโดยรวม


อย่างไรก็ดี มันไม่ใช่เรื่องที่จะมามองว่าหมิ่นหรือไม่หมิ่นแล้ว
เพราะประเด็นสำคัญจริงๆมัน beyond ไปอีกหลาย layer

#23 By nanoguy on 2008-05-30 13:30

เรื่อง beyond หลาย layers เนี่ย 555+ คงต้องหลังไมค์เอาน่อ...เดี๋ยวได้ตายตกตามจักรภพไปด้วย

ด้วยความเคารพ

#24 By fallingangels (61.7.128.71) on 2008-05-30 14:37

บล๊อกนี้ร้อนแรง 555+

มารดารักลูกมากๆเลยนะเนี่ย มีการลบให้ด้วย

#25 By เสจัง (124.121.164.26) on 2008-06-02 22:04

ถามนิดนะครับ มีใครพอจะใช้ proxy เป็นป่าว???
ขอความช่วยเหลือที...

ด้วยความเคารพ

ปล. ขออภัยท่านเจ้าของบล็อกที่นอกเรื่อง กะลังประสบภัยว่าเข้า ฟดก. มิได้

#26 By fallingangels on 2008-06-02 22:45

ดีใจที่บทความนี้กลับมาได้อีกครั้ง
แต่แอบเสียดายตรงคอมเมนตฺ์ที่ผมอุตส่าห์เขียนเสียยืดยาว มันดันหายไปด้วยน่ะสิ

เพื่อความไม่เยิ่นเย้อ ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแล้วกัน

-ผมเป็นคนไม่ชอบทักษิณ+จักรภพ แต่เรื่องธงชาติกับเรื่องปราศรัยนี่ ผมว่า ฝ่ายต้านทักษิณทำโอเวอร์เกินไปจริงๆ (อีกหน่อย ถ้าทักษิณขี้ตอน 6 โมงเย็นแล้วไม่ยอมยืนเคารพธงชาติ ต้องโดนข้อหาไม่รักชาติแน่ๆ เลย)จะผิดจะถูกก็เอาไปพิจารณาตามกฏหมายดีกว่านะครับพี่น้อง อย่าใช้ศาลเตี้ย+ป้ายสีแบบนี้เลย

-อภิสิทธิ์หนอ อภิสิทธิ์ ไอ้เราก็อุตส่าห์เชียร์เพราะเห็นว่าเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นหนุ่มนักเรียนนอก หวังว่าจะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่การเมืองไทย แต่ไหงพี่มาร์คกลับทำตัวเหมือนที่พรรคประชาธิปัตย์ทำกับท่านปรีดีเมื่อ 60 ปีที่แล้วเป๊ะเลยล่ะครับ เจ้านาย

-ขอไม่ตัดสินว่าคุณโชติศักดิ์ถูกหริอผิด แต่แอบงงว่า ไหง คนที่ไม่ยืนเวลาเพลงสรรเสริญขึ้นกลับถูกประนามยิ่งกว่าโจรฆ่าข่มขืน(ที่ไอ้ผู้จัดการ เที่ยวยุแหย่ให้คนไปทำร้ายโชติศักดิ์ แถมบอกที่อยู่ของเขาให้เสร็จสรรพ กลับไม่มีคนว่าอะไร) เฮ่อ ประเทศไทย ความเชื่อต่างกันก็อยู่ร่วมกันไม่ได้

-พวกที่เอาสถาบัน มาเป็นข้ออ้างในการทำร้ายคนอื่น นอกจากจะเป็นการกระทำที่ขี้ขลาดสุดๆ แล้ว การกระทำของท่านนี่แหละที่จะยิ่งเป็นตัวบ่อนทำลายความแข็งแรงของสถาบันลงช้าๆ (ตรงกันข้าม คนที่วิจารณ์สถาบันต่างหาก ที่ช่วยให้สถาบันแข็งแรง อยู่คงทนในกระแสโลกาภิวัฒน์ต่อไป)

-แม้ไม่อยากมองโลกในแง่ร้าย แต่ผมอดคิดไม่ได้ว่า เหตุการณ์แบบ 6 ตค. น่าจะกลับมาอีกรอบ เร็วๆ นี้แน่ๆ

#27 By ฟ้าดิน (58.8.87.53) on 2008-06-11 01:09