Horton Hears a Who! : น้องเคยเห็น "ช้าง" หรือเปล่า??
posted on 06 May 2008 17:58 by nanoguy in Movies
เรื่องราวของ "คู่แท้สองโลก" เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าช้างที่แสน(จะพยายามทำตัว)น่ารักนามฮอร์ตัน เกิดได้ยินเสียงลอดออกมาจากอณูฝุ่นที่ลอยละล่องอยู่กลางอากาศ ก่อนที่จะได้รับรู้ว่าละอองฝุ่นเม็ดนั้นคือโลกทั้งใบของดินแดนที่เรียกว่าฮูวิลล์ ที่กำลังจะฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการก่อตั้งในไม่ช้าไม่นาน แต่เมื่อละอองฝุ่นเม็ดนี้เกิดขยับขยายเขยื้อนตัวออกมาจากที่ปลอดภัยเดิม นั่นหมายความว่าถ้าปล่อยให้มันลอยไปแบบไร้จุดหมาย โลกทั้งใบนี้ก็คงจบสิ้นลงไม่นาทีใดก็นาทีหนึ่ง ด้วยเหตุสุดวิสัยต่างๆนานา เจ้าฮอร์ตันเลยต้องถวายชีวิตพิทักษ์โลกแห่งนี้ไว้อย่างสุดตัว
จะด้วยความปากไว หรือจริงใจอย่างไรไม่ทราบ เจ้าฮอร์ตันก็เล่าเรื่องนี้ให้กับเด็กๆฟัง จนเด็กๆเริ่มเล่นตาม จินตนาการสร้างโลกบนดอกไม้ของตัวเองกันไปทีละคนๆ สร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งให้กับนางจิงโจ้เจ้าป่า(ผู้ยัดลูกชายวัยหนุ่มของตัวเองไว้ในกระเป๋าหน้าท้องตลอดเวลา) ที่สุดแสนจะรับไม่ได้กับพฤติกรรมประหลาดของฮอร์ตันที่นั่งคุยกับดอกไม้ไปวันๆ ในขณะที่นายกเทศมนตรีของเมืองฮูวิลล์ก็พยายามจะบอกกล่าวกับสภาเมืองถึงความเป็นจริงของโลกที่พวกเขาอาศัย แต่ก็ไม่มีใครต้องการฟัง เพราะสันดานนักการเมืองทำให้เหล่าสมาชิกสภาหน้าตาเหลาเหย่มุ่งมั่นแต่จะจัดงาน "เฉลิมฉลอง" อย่างยิ่งใหญ่เพื่อสร้างภาพและความสุขให้กับชาวเมือง จนลืมสังเกตถึงสภาพความแปรปรวนของเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ตำตา
เจ้าฮอร์ตันต้องผจญภัยตะลุยผ่านป่าระยะทางไกลโพ้น เพื่อเอาละอองฝุ่นไปสถิตที่ยอดเขาอันเงียบสงบไร้ภยันตรายรบกวน ส่วนนายกเทศมนตรีเองก็พยายามบอกกล่าวแก่ชาวเมืองถึงภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น และมันก็เกิดขึ้นเมื่อแม่จิงโจ้สาวไม่ต้องการให้ใครมาขัดแย้งกับกฎที่ตัวเองตั้งไว้ ("ถ้าชั้นไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่รู้สึก ก็แปลว่ามันไม่มีอยู่จริง เข้าใจมั้ย?") เธอจึงไปว่าจ้างอีแร้งสุดร้ายให้ทำลายดอกไม้ของเจ้าฮอร์ตันเสียให้สิ้นซาก ประเด็นเรื่องโลกในละอองฝุ่นจะได้สลายหายไปเสียที เธอจะได้สบายใจในที่สุด และในช่วงนั้นก็คือช่วงเดียวกับวิกฤติของฮูวิลล์และศรัทธาในตัวนายกเทศมนตรี เมื่อเกิดเหตุอาเพศหลายประการ แต่เหล่าสมาชิกสภาก็ยังคงเฉไฉไปได้เรื่อยๆ
แน่นอน ทุกอย่างจบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งตามสไตล์ของการ์ตูนเด็กของ ดร.ซุส แต่สิ่งที่หนังแฝงอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องเล็กเลย มันยิ่งใหญ่และตำตาคนดูมากๆ
โดยเฉพาะเมื่ออนิเมชั่นเรื่องนี้เข้าฉายในประเทศไทยได้อย่างถูกจังหวะเวลา และเหมาะกับสถานที่เหลือเกิน ผมเชื่อว่าถ้าหากผมได้ดูอนิเมชั่นเรื่องนี้ในช่วงก่อนหน้านี้ซัก 4-5 ปี หรือว่าได้ดูในฐานะคนชาติอื่นที่ไม่ใช่คนไทย ความคิดหนึ่งที่คงจะแวบเข้ามาในสมองของผมก็คงจะไม่พ้น "โถ.. อีนังจิงโจ้โง่เขลา ไอ้ช้างบ้านั่นมันก็แค่พร่ำเพ้อไปตามเรื่อง แล้วมันเรื่องอะไรของมึงที่จะต้องไปใช้ชาวบ้านไปเสือกเรื่องของมันด้วย ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย อีห่า!!" (และแน่นอน เกรดหนังคงไม่ถึง A+ อย่างที่ผมให้ ณ ตอนนี้)
นางจิงโจ้นั้นกระทำการร้ายๆด้วยตรรกะที่แลดูเบาหวิวและไร้เหตุผลเอามากๆ (ไม่อยากใช้คำว่า absurd เลย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันหนักกว่า absurd มากนัก) แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ในประเทศไทยตอนนี้ นางจิงโจ้ดูมีน้ำหนักมีเหตุผลขึ้นมาทันที ด้วยเหตุผลจากกรณีทั้งหลายต่อไปนี้
1. กรณี "ไม่ยืน" ในโรงหนังที่เรื่องเกิดมาชาติเศษแต่เพิ่งจะเกิดเรื่อง แถมอีกฝ่ายที่เป็นคนเริ่มทำร้ายร่างกายก็ไม่ได้รับการกล่าวถึง หรือแม้แต่จะรับฟ้องเพื่อลงโทษ สื่อมวลชน(????)บางเจ้าหันมารุมด่ารุมสาปแช่ง แถมยังชักชวนให้ผู้คนรุมประชาทัณฑ์เพื่อ "ในหลวงของเรา(หรือของพวกแม่ง? เห็นอ้างทุกที)" พร้อมกับพยายามโยงว่าคนที่ไม่ยืนนั้นสนับสนุนทักษิณอย่างสุดขั้วหัวใจ เพียงเพราะเขาอยู่กลุ่มต่อต้านรัฐประหาร 19 กันยา เป็นเครื่องมือทางการเมืองไปซะแล้ว สถาบัน หึหึ
2. ลากยาวมาถึงสื่อมวลชนทั้งหลายและพรรคฝ่ายค้านหัวอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว พยายามจะเอาเรื่องเมื่อชื่อของทักษิณเสือกไปติดอยู่บนธงชาติไทยที่แมนซิตี้ แล้วที่ไร้สาระกว่านั้นก็คือ แทนที่สมัครกับทักษิณที่ปกติจะปากดีๆ ด่าเขาไปทั่วว่า "ไร้สาระ" พอมาเรื่องนี้ดันทำเป็นเรื่องใหญ่ราวกับชาติจะล่ม!!!!! (โอ้ยยยย นายกฉลาด ชาติเจริญตายห่า!!!!)
3. กรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอีกหลายอัน จักรภพถูกฟ้องกะอีแค่เพราะเอาสารคดีเกี่ยวกับประเทศเนปาลมาเปิดช่อง 11 - อีพวกรอยัลลิสต์นี่มันไม่ไว้ใจสถาบันที่ตัวเองเชิดชูกันบ้างหรือไง กะอีแค่เอาสารคดีของประเทศที่ระบอบกษัตริย์ไม่แข็งแรงจนชิบหายไปแล้วมาเปิด ก็กลายเป็นการหมิ่น การปลุกระดม พยายามล้มล้างระบอบกษัตริย์????? (เคสแบบนี้ ต่อให้กูเกลียดทักษิณกับจักรภพแค่ไหน ก็ด่ามันไม่ลงจริงๆ เพราะมันไม่ผิด!!!) นี่ยังไม่รวมถึงไปฟ้องนักข่าว BBC อีกนะ!!
อีนังจิงโจ้ในเรื่องก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะพฤติกรรมกเฬวรากของมันทั้งหลาย (ที่ไม่เท่าขี้เล็บของพวกนอกจอในประเทศนี้) ก็ยืนอยู่บนเหตุผลเพียงแค่ว่า "ชั้นจะได้ชื่อว่าเป็นฝ่ายถูก แล้วแกก็เป็นฝ่ายผิด จงยอมรับซะ" (นางจิงโจ้สั่งให้เหล่าสิงสาราสัตว์ในป่ารุมจับฮอร์ตันมัดขังกรงไว้ และเรียกร้องเพียงแค่คำยอมรับว่า โลกฮูวิลล์บนละอองฝุ่นไม่มีอยู่จริง) เหมือนกับพวกบ้าคลั่งที่พยายามบอกกรอกหูเราว่า "ใส่เสื้อเหลืองดีที่สุด" และพวกที่เกลียดเสื้อเหลืองไม่มีอยู่จริง
นี่แหละ พวกผู้นำที่ครอบงำประชาชนทั้งหลาย ล้วนแต่มีนิสัย "กลัวความจริง"
ประชาชนในเรื่องทั้งสองกลุ่ม คือทั้งเหล่าสัตว์ภายใต้อาณัตินังจิงโจ้ กับประชาชนชาวฮูวิลล์ผู้มีความสุข ล้วนถูกครอบงำด้วยวาทกรรมที่คล้ายกัน เหล่าสัตว์ถูกสั่งให้เชื่อแต่นางจิงโจ้ และเมื่อฮอร์ตันแข็งข้อหนักเข้า เขาก็ถูกยัดข้อหา "เป็นภัยต่อความมั่นคงของป่า และพยายามปลูกฝังแนวคิดผิดๆให้กับเด็กๆ" (อื้อหืมมมมมมมมม ไม่คุ้นเล้ยยยยยย!!!!!!!) ในขณะที่ชาวฮูวิลล์ก็ถูกพวกสมาชิกสภาผู้หวงภาพลักษณ์ หลอกให้เวียนวนอยู่กับงานฉลอง 100 ปีของเมือง จมอยู่กับ euphoria ที่ไม่มีอยู่จริง (เอ๊ะ... ล่าสุดเราก็มีงานฉลองอะไร 60 80 ปีซักอย่างนี่ใช่มั้ย???)
ยิ่งตัวละครหลักเป็น "ช้าง" มันเลยยิ่งทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ดู "ไท้ย ไทย" (ก่อนหน้านี้ก็เคยอ่านเจอบทวิจารณ์ของใครจำไม่ได้ เขาตีความว่าช้างใน Pooh's Heffalump Movie เป็นสัญลักษณ์หมายถึงประเทศไทย) ราวกับความเป็นไทยถูกกระทำริยำตำบอนอยู่ตลอดเวลาจากผู้นำที่มีนิสัยชอบยัดลูกไว้ในกระเป๋าหน้าท้องตลอดเวลา!!!
ตั้งแต่ Happy Feet ที่ด่าพวกอนุรักษ์นิยมอย่างซึ่งหน้า, Ratatouille ที่วิพากษ์เรื่องชนชั้นวรรณะ ก็มีอนิเมชั่นเรื่องนี้แหละที่ทำให้ความคิดผมโลดแล่นเพ้อเจ้อได้อย่างสาแก่ใจ!!!
หรือถ้าหากช้างในหนังเรื่องนี้คือสัญลักษณ์ของเสรีภาพในการคิดต่าง มองต่าง เห็นต่างแล้ว ก็น่าสงสัยเหลือเกินว่า
ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า?????
อ่านแปบบผ่านตาสุดๆ
เพราะยังไม่ได้ดู
ไว้ดูเมื่อไหร่ จะมาอ่านอีกที...
#1 By dewdogdag on 2008-05-06 19:07