Starpics 723 - The Forbidden Kingdom 

ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ "ดูหนังในหนังสือ"
นิตยสาร Starpics ฉบับที่ 723 (ปักษ์หลัง มีนาคม 2551)

ตลกดี ฉบับนี้เป็นธีมหนังเอเชีย
แล้วเราก็เขียนหนังที่มีโลเกชั่นคือ "อิหร่าน"
(ตอนเขียนยังไม่รู้ธีมของเล่ม)


 Persepolis

     หลายคนอาจจะผิดหวังที่ภาพยนตร์อนิเมชั่นระดับรางวัลเรื่องนี้ไม่ได้ดูเคร่งเครียด รุนแรง หรือว่าอื้อฉาวตามกระแสที่ออกมาจากรัฐบาลหรือสถานทูตของประเทศอิหร่าน (ทั้งการส่งจดหมายต่อต้านถึงสถานทูตฝรั่งเศส, การกดดันให้ถอนภาพยนตร์จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ และการเซ็นเซอร์สิบกว่าฉากในการเข้าฉายที่อิหร่านเอง) เพราะผู้กำกับทั้งสองอย่างมาร์ยัน สตราบีย์กับแวงซ็องต์ ปารงโนด์ไม่ได้เจาะแค่ประเด็นการเมือง แต่เน้นเรื่องอัตชีวประวัติของผู้กำกับหญิงเอง และเลือกเล่าเรื่องชีวิตรันทดของเธอด้วยท่าทีผ่อนคลายเจืออารมณ์ขันในหลายช่วงหลายตอนด้วยซ้ำไป

     แม้ตามเนื้อหนังของประวัติศาสตร์นั้นพระเจ้าชาห์องค์สุดท้ายอย่างมูฮัมมัด ริฏอ บาห์ละวี จะพัฒนาและปฏิรูปประเทศอิหร่านผ่านการปฏิวัติสีขาว (White Revolution) ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ก็ประสบปัญหาสามัญเช่นเดียวกับประเทศทุนนิยมทั่วไปก็คือความเจริญไปไม่ถึงชุมชนคนรากหญ้า พร้อมกับปัจจัยอื่นๆทั้งการลดความสำคัญของศาสนาอิสลาม การคอรัปชั่น และการปราบปรามฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอย่างโหดเหี้ยมรุนแรง ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาในราชวงศ์บาห์ละวี จนต้องล่มสลายลงไปพร้อมกับระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของอิหร่าน

     ในช่วงครึ่งแรกของ Persepolis แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการย่นย่อประวัติศาสตร์การเมืองของอิหร่านมานำเสนอให้ผู้ชมอย่างรวดเร็ว(ส่วนจะตามกันทันหรือไม่ทัน คงขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน) แต่กระนั้นหนังก็เล่าภาพครอบครัวของมาร์ยัน(ให้เสียงโดย ชิอาร่า มาสโตรยานนี่) แม้จะเป็นชนชั้นกลางผู้ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจแบบทุนนิยม แต่ก็มีทัศนคติต่อต้านระบอบกษัตริย์ เพราะเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการปราบปรามของรัฐบาลดังเช่นอาของมาร์ยันที่ถูกตามล่าในข้อหาเป็นคอมมิวนิสต์ เธอเองก็ได้รับการถ่ายทอดทัศนคติและความสนใจการเมืองมาจากครอบครัว ภายหลังการปฏิวัติล้มราชวงศ์โดยการนำของกลุ่มที่เคร่งครัด(บ้างก็คลั่ง)ในศาสนาอิสลาม (Islamic Fundamentalists) และต่อต้านตะวันตกอย่างสุดขั้ว ที่นำโดยอิหม่ามอญาตุลเลาะห์ โคมัยนี อิหร่านที่ยังไม่มั่นคงเพียงพอถูกอิรักถือโอกาสเข้าโจมตีจนเกิดเป็นสงครามครั้งใหญ่ และครอบครัวสตราบีย์ตัดสินใจส่งมาร์ยันจากบ้านไปเรียนที่ออสเตรียเพื่อให้พ้นภัยของสงครามและตำรวจศาสนาที่คอยเพ่งเล็ง (หนังแสดงภาพของการ "หลบๆซ่อนๆ" เหล่าตำรวจศาสนาได้อย่างสมจริงแต่ก็สนุกสนานในเวลาเดียวกัน)

     มาร์ยันจากบ้านเกิดประเทศอิหร่านมาสู่สังคมยุโรปที่เสรีและเปิดกว้าง(กว่าอิหร่าน) กลุ่มเพื่อนใหม่สนใจชีวิตของเธอในอิหร่านมากทั้งสงคราม การปฏิวัติ และความตายราวกับเห็นเป็นของแปลกใหม่(แน่นอน พวกเด็กยุโรปมีชีวิตที่แสนสุขสบาย) พวกเพื่อนของเธอใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน ไม่นานเธอก็เห็นว่ามันก็ไม่ต่างอะไรกับการอยู่ไปวันๆแบบไร้ความหมายไม่มีอุดมการณ์  และด้วยนิสัยที่ไม่ค่อยชอบกฎเกณฑ์ที่บีบบังคับ เลยมีปัญหากับเจ้าของบ้านพักอยู่เสมอๆ (โดยเฉพาะบ้านพักที่มีพวกแม่ชีเคร่งๆคอยดูแล) แถมคนยุโรปก็มักมองเธอเป็น "คนอิหร่านป่าเถื่อนสกปรกไร้มารยาท" ด้วยสายตารังเกียจเหยียดหยามอยู่ตลอดเวลา (จนมีช่วงหนึ่ง เธออายที่จะบอกคนอื่นว่าเธอเป็นคนอิหร่าน และบอกว่าตัวเองเป็นคนฝรั่งเศส)

     นอกจากเธอจะต้องย้าย "บ้านพัก" ไปเรื่อยๆอย่างไม่มีหลักแหล่ง ช่างน่าเศร้าที่ออสเตรียก็ไม่ใช่ "บ้าน" ที่ให้เธอพักพิงได้อย่างแท้จริง

Marjane Strapi in her childhoodMarjane Strapi with her European friends

     หลังจากที่ผิดหวังกับความรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอตัดสินใจกลับอิหร่านซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐธรรมนูญอิสลาม แม้จะเป็นยุคที่การเมืองและสังคมเริ่มผ่อนคลายลงบ้างหลังการเสียชีวิตของอิหม่ามโคมัยนี แต่กฎเกณฑ์และค่านิยมของศาสนาก็ยังตามติดตัวเธอกับคนอื่นอย่างไม่ลดละ มีกฎแบ่งแยกชายหญิงอย่างชัดเจนในโรงเรียนศิลปะที่เธอเข้าศึกษาต่อ การแต่งตัวที่ต้องมิดชิด พร้อมกับการบังคับให้เข้าฟังการบรรยายที่ว่าด้วย "พฤติกรรมอันพึงประสงค์และการธำรงไว้ซึ่งศาสนาอิสลาม" อยู่เป็นระยะพร้อมคำขู่ว่าหากไม่เข้าร่วมต้องถูกพักการเรียน

     หนังดูเคร่งเครียดขึ้นมาบ้าง เมื่อมีภาพของมาร์ยันที่ลุกขึ้นโต้เถียงแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างเผ็ดร้อน ทั้งการตอกหน้าครูสอนศาสนาว่าโกหกเรื่องสงครามอิรัก-อิหร่านว่าเป็นการรบที่ทรงเกียรติเพื่อพระเจ้า (ทั้งที่จริงๆแล้วเป็นสงครามที่แสนไร้สาระที่ทำให้ผู้คนลุกขึ้นมาประหัตประหารกันด้วยการเอาพระเจ้ามาแอบอ้าง เมื่อความจริงปรากฏว่าประเทศมหาอำนาจลอบขายอาวุธให้สองฝ่าย แล้วนั่งดูการเข่นฆ่ากันของอิรัก-อิหร่าน) หรือการลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิส