ก่อนที่ผมจะเขียนอะไร ขอให้อ่านบทความที่เป็นต้นเหตุของ entry นี้กันก่อน
ต้นฉบับอยู่ที่เว็บผู้จัดการ แต่ผมขอก๊อปมาจากที่นี่
http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=47056
และขอไม่แปะส่วนที่คุณรสนาเขียนตอบโต้เอาไว้ เพราะไม่เกี่ยวกับเนื้อหา


ข้อเขียนจากคอลัมน์ Anchorman โดย ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล หน้า 11 หนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 13 มีนาคม 2551 เรื่อง Rosana Tositrakul , are you kidding me ?

ผมเคยเชื่อว่า กรุงเทพฯ เป็นจังหวัดที่มีอัตราส่วนของผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ที่มีการศึกษาและความรับรู้ทางการเมือง ต่อ ผู้ที่ไม่สนใจเรื่องการเมืองสูงที่สุดในประเทศ แต่อัตราส่วนนี้ อาจไม่สูงเสียแล้ว หากดูจากผลเลือกตั้งวุฒิสมาชิกที่ผ่านมา

นอกเหนือจากเป็นเมืองที่เชื่อกันว่า มีผู้ลงคะแนนที่ “ฉลาด” ในเรื่องการเมืองอยู่เป็นจำนวนมาก กรุงเทพฯอาจไม่ต่างไปจาก เวเนซุเอลา เกาหลีเหนือ คิวบา โบลิเวีย และประเทศที่เป็น “ซ้าย” ในโลกนี้เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริง ที่ว่า รสนา โตสิตระกูล นักเคลื่อนไหวทางสังคม และผู้อ้างว่า เป็นตัวแทนของผู้บริโภค ได้ชัยชนะด้วยคะแนนเสียง 743,397 คะแนน หรือ 49.78% ของผู้มีสิทธิออกเสียง ในการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกครั้งแรก ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้

การที่ กรุงเทพฯ เลือกวุฒิสมาชิกได้เพียงคนเดียว ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ มีความสำคัญกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ เพราะผู้ที่ชนะการเลือกตั้ง จะได้เป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวของคนกรุงเทพฯในสภาสูงที่ทรงอิทธิพล

ทำไม ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงเป็นเรื่องน่าเศร้า

อนุสรณ์ ธรรมใจ เป็นตัวแทนของชนชั้น นักลงทุน และค่านิยมเศรษฐกิจเสรี ขณะที่ นิติพงษ์ ห่อนาค เป็นตัวแทนของชุมชนศิลปะและการบันเทิง เช่นเดียวกับ มานิต วิทยาเต็ม ในฐานะอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นตัวแทนของข้าราชการที่มีประสบการณ์ ในฝ่ายกฎหมาย และยังมีอีกหลายๆ คน ที่มีประสบการณ์และความสำเร็จที่โดดเด่น

แทนที่จะได้คนเหล่านี้เป็นตัวแทน เรากลับได้ใครบางคน ซึ่งเชื่อได้ว่า จะขัดขวางกฎหมายที่สนับสนุนการลงทุน และธุรกิจ สร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในกระบวนการเปลี่ยนแปลงสถาบัน คอยจ้องจับผิด คนที่มีเหตุผลที่เพียงแต่ทำงานหาเลี้ยงชีพ คนที่เป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจจริง ที่พยายามสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศนี้

รสนา คือ คนที่สร้างความตกต่ำให้กับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทคนไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด และเป็นความภาคภูมิใจของชุมชนนักลงทุนในประเทศนี้ บทบาทของเธอในการทำให้แผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ กฟผ.ต้องเป็นโมฆะ ก็ชี้ชัดว่า เธอยืนอยู่ตรงไหน บนเส้นทางการพัฒนาและเศรษฐกิจ

นอกไปจากพฤติกรรมที่ไม่อาจให้อภัยได้ 2 เรื่องนี้แล้ว ยังมีอีกหลายๆ เรื่อง การแสดงบทบาทผู้นำ ขบวนการผู้บริโภค ในนามขององค์กรต่างๆ ที่ผู้บริโภคไม่เคยมีโอกาสเข้าไปร่วมกำหนดนโยบายขององค์กรเหล่านี้ ทำให้ รสนา มีชื่อเสียงขึ้นมาว่า เป็นผู้เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้ว คะแนนนิยมที่เธอได้ มาจากการวิพากษ์วิจารณ์นักลงทุน และการทำให้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่อ้างว่า เป็นความเสียหายของผู้บริโภค เป็นภาระของศาล

ไม่มีอะไรน่ารังเกียจไปกว่านี้อีกแล้ว ... อย่าฟ้องผม ผมรู้ว่า นั่นเป็นสิ่งที่คุณคิดจะทำอยู่

ย้อนไปดูผลเลือกตั้ง ส.ว.ก่อนการรัฐประหาร รสนา ชนะด้วยคะแนน 118,332 เสียง เป็นที่ 4 รองจาก นิติภูมิ นวรัตน์ สมัคร สุนทรเวช และ กล้าณรงค์ จันทิก ดูจากผลการเลือกตั้งเหล่านี้ ยิ่งทำให้ผมต้องกลับมาใคร่ครวญ ถึงแนวโน้มที่สังคมไทยจะก้าวไปทาง “ซ้าย” มากขึ้น

รสนา ไม่ควรเป็นตัวแทนของนครที่เข้าใจคุณค่าของตลาดเสรี และลัทธิทุนนิยม เธอไม่ควรเป็นตัวแทนของนครที่พยายามจะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของเอเชีย ถ้าจะมีที่ไหนที่คู่ควรให้เธอเป็นตัวแทน ผมนึกถึง เปียงยาง คาราคัส หรือ ฮาวานา ที่ซึ่งเธอจะได้เข้าพวกกับสาวกราอูล หรือแม้กระทั่ง Sucre หรือ Lapaz (เมืองหลวงของโบลิเวีย) ซึ่งเธอจะได้สวมชุดพื้นเมืองเต้นรำกับ Evo Morales (ประธานาธิบดีโบลิเวีย)

อย่างไรก็ตาม ผมยังมีความหวังกับคนกรุงเทพฯ ว่า ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ผู้มีสิทธิลงคะแนน ที่ “ฉลาด” และพลังเงียบที่เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร จะเลือกคนที่สนับสนุนความเติบโต และความก้าวหน้า มากกว่า คนที่นิยมความตกต่ำ และความชะงักงัน
ผมยังหวังว่า คนกรุงเทพฯจะเลือกผู้ที่มีความเข้าใจว่า การเป็นเอ็นจีโอปีกซ้ายที่ใช้วิธีกระจายรายได้ ด้วยการโค่นเสาหลักของระบบทุนนิยม ไม่มีวันที่จะนำผลประโยชน์ที่แท้จริงมาสู้ผู้บริโภคได้ การเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า คนกรุงเทพฯต้องปรับวิธีคิดในเรื่องการเลือกตั้งอีกมาก


เรียน เด็กชายณัฏฐกรณ์ เทวกุล

     จากบทความของมึงชิ้นข้างต้นที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ผมก็ได้แต่ถามตัวเองอยู่ในใจว่า

     คนอย่างมึงมีชื่อเสียงได้ยังไงวะ? ทั้งที่มันสมองมีแค่หางอึ่ง

     โอเค ถึงแม้ว่าวันที่ 2 มีนาคม 2551 ผมจะไปกาเลือกหมายเลข 5 ซึ่งเป็นคนที่มึงโจมตีเอาไว้ในบทความ แต่จดหมายฉบับนี้ไม่ได้เขียนขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธแค้นที่มึงโจมตีผู้สมัครที่ผมสนับสนุน เพราะคนเราย่อมมีความชอบที่ไม่ตรงกัน และการที่มึงจะชอบหรือไม่ชอบใครนั้นก็เป็นสิทธิตามระบอบประชาธิปไตย และหลักของสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ผมจะไปบีบคอให้คนอย่างมึงมาชอบรสนาต่อให้ต้องตายตกไปตามกันก็คงเปลี่ยนความคิดไม่ได้

     แต่สิ่งที่ผมเห็นในบทความนั้น คือสิ่งที่ "เด็กน้อยขี้แย" คนหนึ่งได้พ่นพล่ามออกมาอย่างไร้วุฒิภาวะ

     ขออนุญาต "เทศนา" ในความรู้ขั้นพื้นฐานที่ทุกคนบนโลกนี้ควรจะได้รับรู้ว่า

     SOCIALIST ไม่ใช่ COMMUNIST
     และแน่นอน "ซ้าย" ก็ไม่ได้แปลว่าเป็น COMMUNIST ทั้งหมด

     โปรดทำความเข้าใจด้วยเด็กชายณัฏฐกรณ์ และเลิกเสียที กับการยกวาทกรรมสวะๆ แบบพวกกระทิงแดง, นวพล ที่ยัดเยียดใส่สมองของคนไทยมาตั้งแต่ช่วง 2516-2519 กับการยึดโยงคำว่า "คอมมิวนิสต์" และ "ซ้าย" เอาไว้ด้วยกัน พร้อมกับการยึดเอา "คอมมิวนิสต์" ไว้กับภาพเผด็จการของคนอย่าง เหมาเจ๋อตุง และ โจเซฟ สตาลิน

     เพราะฉะนั้น การที่มึงพยายาม "จับยัด" รสนาไว้กับความเป็นซ้าย(หรือความเป็นคอมมิวนิสต์) ที่จะมาพร้อมกับความตกต่ำด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจ พร้อมกับการด่ากราดสาดยาวไปถึงประเทศอื่นๆทั่วโลก เพียงเพราะประเทศเหล่านั้นมีความเป็นซ้ายอยู่ในตัว โดยเฉพาะโบลิเวียที่ประธานาธิบดี อีโว โมราเลส มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เพียงแต่เขาอยู่พรรคสังคมนิยม

     ยินดีด้วย ที่ความคิดแบบนี้ไม่ได้มีมึงคิดเป็นคนแรก แต่เคยมีคนคิดและปฏิบัติการมาแล้วคือ Henry Kissinger ที่สนับสนุนการรัฐประหารล้มรัฐบาลของนาย ซัลบาดอร์ อาเยนเด้ จากพรรคสังคมนิยม ที่ได้รับการเลือกตั้งของประชาชนชาวชิลีตามระบอบประชาธิปไตย พร้อมกับผลักดันผู้นำเผด็จการฝ่ายขวาอย่าง ออกุสโต้ ปิโนเช่ต์ ขึ้นมากดขี่ประชาชน เพียงเพราะวาทกรรมสวะในยุคหวาดกลัวคอมมิวนิสต์โซเวียต(ที่จนป่านนี้ก็ยังหลงเหลืออยู่ในชนชั้นนายทุนไทย อย่าปฏิเสธเชียวว่ามึงไม่ได้เป็นนายทุน)

     คิสซิงเจอร์พูดว่า "ทำไมเรา(อเมริกา)ต้องรับผิดชอบ ถ้าประชาชนที่โง่เขลาเลือกผู้นำที่เป็นคอมมิวนิสต์ขึ้นมาบริหารประเทศ" (เอากับแม่งสิ!!)

     มึงจะด่าคนกรุงเทพว่าโง่ มันก็สิทธิของมึงนั่นแหละ เพียงแต่ก่อนที่จะด่าคนอื่นว่าโง่ได้โปรดหัดมองความรู้ในสมองตัวเองเสียบ้าง คำว่า "ซ้าย" คำว่า "ขวา" แปลว่าอะไร เรียนรู้และทำความเข้าใจ เปิดโลกกว้างมากกว่าที่ตาเห็นดูเสียบ้าง ก่อนที่จะสำรอกความคิดใดๆออกมา และก่อนที่จะบอกว่าใครต้อง "ปรับวิธีคิด"

     เป็นซ้ายมันไม่หนักหัวใครหรอก นอกจากพวกนายทุนกระหายเลือดกระหายกำไร
     ซ้าย ไม่ได้แปลว่าต้องชะงักงัน
    
หยุดอ้างวาทกรรมยุค อดัม สมิธ ได้แล้ว เด็กชายณัฏฐกรณ์

edit @ 15 Mar 2008 23:26:25 by nanoguy

Comment

Comment:

Tweet

อีปลื้มไอ้ถังแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซแก๊ซ surprised smile question confused smile open-mounthed smile big smile

#104 By กัปตันซีนีเพล็กซ์ (รองนายก) (125.26.32.175) on 2010-08-21 07:54

ทำไมคุณคำพูดไม่สุภาพจังเลย มองดูเหมือนคนไม่มีการศึกษา ซึ่งถ้าเป็นคนที่มีการศึกษาเมื่อแสดงความคิดเห็นอะไรออกมา ควรจะใช้คำสุภาพกว่านี้ ถึงคุณจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม

#27 By คนกลาง (202.12.97.121) on 2010-05-02 11:24

ดูทีวีตอนนี้ซิ เสื้อแดงอุบาทว์ทำร้าย ฆ่าทหาร ไม่มีใครออกมาด่า

ทำไม่ในหลวงไม่ช่วยประชาชน แค่ท่านห้ามคำเดียว

ทำไมท่านไม่ทำ

#26 By cloudy (115.67.169.175) on 2010-04-12 17:19

ปลื้มทำถุกต้องแล้วอีนี่มันแอ๊บว่าตัวดีป้ายขี้คนอื่น
ตอนแรกก็ดีแต่พอมีผลประโยชน์กะพวกอำมาตย์
มันก็เปลี่ยนไปเป็นทาสอมาตย์ชั่ว พวกมือถือสาก
ปากถือศิล แต่ปลื้มเป็นเชื้อจ้าวปลื้มยังไม่เข้าข้าง
อำมาตย์ชั่ว น่านับถือครับ จากเสธ.ดำพี่เสธ.เหลือง
พ่อ เสธ.น้ำเงิน555.....เอิ๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#25 By ซ้ายกับขวา หุ หุ (124.121.72.101) on 2010-03-02 00:47

ไม่ปลื้มนะคะ i ปลื้ม คุณไม่มีสิทธิ์ว่าพี่โบว์ ขอให้พันธมิตรสั่งสอนปลื้มด้วยนะคะtongue

#24 By b_tong@live.com (117.47.14.233) on 2008-10-15 07:43

ผมไม่รู้ว่าคุณมึงเป็นใคร วิเศษมาจากไหน
หรือถ้าคิดว่าตัวเองมีเชื้อเจ้า
แต่มันก็แค่ปลายแถว ไม่ได้มีที่น่านับถือหรอก
คุณอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย

คุณก็แค่มนุษย์ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
ที่จ้องแต่กล่าวหาว่าร้ายผู้อื่นเขา

ผมทราบว่าคนเราย่อมมีความชอบและรักใน
สิ่งที่แตกต่างกัน แต่คุณเป็นใคร
มีสิทธิอะไรจะมาด่าว่าคุณรสนา

ผมขอเตือนให้คุรว่า อย่าหลวงตัวเอง
และอย่าคิดว่าตัวเองเก่งและเหนือกว่าคนอื่น

ถามจริง ๆ ตระกูลเทวกุลนี่เค้าไม่สอน
ไม่อบรมลูกหลานบ้างหรือไง ถึงได้เป็นคน
เลวแบบนี้

#23 By วิเศษมาจากไหน (203.118.111.140) on 2008-10-10 18:27

การที่มีการเลือกตั้งอยู่ คือ การฟังเสียงส่วนใหญ่

#22 By -:-Anti-Communist-:- on 2008-05-12 01:38

ไม่เห็นด้วยกับคุณรสนาหลายเรื่อง
แต่การที่คุณปลื้มมาแย้งว่ารสนาเป็นซ้าย โดยยกสาเหตุเรื่องค้านการแปรรูปปตท.จะทำให้ชาติล่มจม
ทั้งที่การแปรรูปนั้นทำโดยไม่ถูกหลัก ก็ดูการเป็นให้เหตุผลที่ตื้นเขินจนน่ากลัว
แต่สิ่งที่ผมว่า น่ากลัวกว่านั้น คือ
คุณปลื้ม มีความคิดแนวขวาพิฆาตซ้าย แบบเดียวกับพวกอเมริกา หรือพวกลูกเสือชาวบ้านไม่มีผิด
การตีขลุมว่าการเป็นซ้ายนั่นเลวร้าย (ทั้งที่มันก็คือรูปแบบการปกครองอีกรูปแบบหนึ่ง)ไม่ควรได้รับการสนับสนุน ควรจำกัดออกไปนั้น
คนมีชื่อเสียง มีการศึกษาดี ยังคิดตื้นๆแบบนี้ ไม่น่าแปลกใจถ้า 6 ตค.จะเกิดขึ้นมาอีกรอบได้

#21 By ฟ้าดิน (58.8.97.210) on 2008-03-22 01:59

มันส์ดี ชอบ เอาอีก big smile

#20 By IwalkTheLine on 2008-03-19 18:42

^
^
^
555+

นักการเมืองแบบที่ว่าไม่ใช่แค่ที่ไทยหรอกครับที่ยากจะหา ที่ใดๆ ในโลกนี้ก็ยากจะหา

ด้วยความเคารพ

#19 By fallingangels (124.122.202.224) on 2008-03-18 21:06

อืม ... เป็นเอนทรีที่ร้อนแรงเอาการทีเดียวนะครับ (แล้วคนที่ตี้เขียนถึง เค้าจะได้มีโอกาสคลิกเข้ามาอ่านเจอบ้างมั้ยเนี่ย sad smile)

สำหรับตัวพี่เอง การเลือก ส.ว.ของกรุงเทพฯ ครั้งที่ผ่านมา พี่มองว่ามันเป็นสงครามตัวแทนของฝ่ายที่ 'เอา' และ 'ไม่เอา' อดีตนายกฯ มือที่มองไม่เห็น ผจก.รัฐบาลตัวจริงคนนั้นแหละ ... เพราะคุณดี้ และคุณอนุสรณ์นั้น ยังเป็นตัวแทนของกลุ่มคนที่ไม่ใช่ 'ปริมาณมาก' (ศิลปิน-ไม่รู้จะเลือกคนไหน / นักลงทุน - ชนชั้นบนๆ) ของประชากรผู้มีสิทธิ์ออกเสียง แต่สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญและเป็นกระแสหลัก ณ ขณะนี้ ก็คือ 'ข้าง' ที่ประชาชนต้องเลือก และเมื่อคะแนนส่วนใหญ่ของการเลือกตั้งรอบนี้ ตกแก่ ส.ส.ปชป. จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า คุณรสนาจะต้องเป็นผู้ชนะ ... ซึ่งก็เป็นไปตามแนวคิดที่ว่า "ชนชั้นกรรรมาชีพ รักแม้ว / ชนชั้นกลาง ไม่เอาแม้ว" และประชากร กทม. ส่วนใหญ่ก็เป็นชนชั้นกลางซะด้วยสิ

ถ้ามองไปยังตัวบุคคล โดยพฤติกรรมของคุณรสนาที่ผ่านมา หลายๆ อย่างก็น่าชื่นชมในการช่วยป่าวประกาศสิ่งต่างๆ ที่ประชาชนไม่เคยรับรู้ และถูกเบียดบังเอาเปรียบไปให้กลับคืนมา ... แต่อีกหลายๆ ครั้งเช่นกัน ที่พี่ไม่เห็นด้วยกับเธอ และมีความรู้สึกว่าเธอ หรือถ้ามองภาพใหญ่กว่านั้น ก็คือ กลุ่ม NGO ทั้งหมด บางครั้งก็เอาแต่คัดค้านอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงเหตุผล และบางทีก็ถึงขั้นอัด propaganda สู้กับฝ่ายรัฐ (ที่เผยแพร่ propaganda ของฝ่ายตัวเอง ผ่านสื่อในมือออกมาเช่นกัน) ... โดยที่ไม่มีฝ่ายไหนเลย ที่จะเอา 'ความจริง' ที่ไม่บิดเบือนออกมาชี้แจงให้ประชาชนทราบ มีแต่การพูดถึงสิ่งที่เป็นข้อดีของฝั่งตนเองเท่านั้น

ดังนั้น พี่จะขอผ่านการพูดถึง 'ตัวบุคคล' (หม่อมปลื้ม / คุณรสนา) ข้ามไปยัง 'หลักการและเหตุผล' เลยนะครับ (เพราะนานๆ ไป ธรรมชาติที่เค้าต่างแสดงออกมา น่าจะทำให้ประชาชนที่มีวุฒิภาวะเพียงพอ จำแนกแยกแยะได้เอง ว่าใครเป็น 'เพชรแท้' ใครเป็น 'เพชรรัสเซีย' และเมื่อหน้ากากหลุด เค้าก็จะย่อมเสื่อมความนิยมไปเอง)... พี่ว่าการแบ่งข้างเป็นซ้าย/ขวา หรือ เอา/ไม่เอา ณ นาทีนี้ค่อนข้างอันตรายต่อประเทศ เพราะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศชาติก้าวต่อไปไม่ออกมาพักใหญ่ๆ แล้ว

พี่ฝันถึง นักการเมืองและสื่อ ที่เป็นกลาง พูดแต่หลักการ, เหตุผลและข้อเท็จจริง ใส่ความคิดเห็นโดยไม่ใส่โฆษณาชวนเชื่อลงไปด้วย ... แต่ชาตินี้ สำหรับเมืองไทย สงสัยจะเป็นไปได้ยากอ่ะครับ เหอๆๆ

#18 By บลูยอชท์ (202.69.140.130) on 2008-03-18 18:05

แรงได้อีกคร้าบ บ บ บ บ คุณ
ไม่รู้ ไม่เห็น ไ่ม่แสดง ดีกว่าwink

#16 By Shuu Exteen on 2008-03-17 17:00

หึหึ

เรื่องการเมืองนี่ มันนานาจิตตังจริงๆ
ปล.เป็นคนไม่ชอบเรื่องการเมืองมากๆๆๆๆๆ เพราะมันน่ารำคาญ น่าหมั่นไส้ พวกนักการเมืองโกงกินหรือไม่รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ชอบมาทำ "ดิฉัน/กระผม เป็นคนดี"

เหอๆๆ ไปดีกว่า ไม่รีบไป เด๋วพิมพ์อะไรที่มันนำคุกนำตะรางมาสู่ตัวฉันเอง และตัวแก โทษฐานเป้นเจ้าของบล็อก

ปล.2 ฉันไม่เคยเลือกตั้งเลย ให้ตายเถอะโรบิน เพราะขี้เกียจชะมัดกับการที่ต้องเลือกพวกนักการเมืองตีสองหน้า

เหอๆๆ ไปแระอีกรอบ

#15 By NiDA MAilO on 2008-03-17 04:47

งืมมมม

ข้าน้อยยังต้องศึกษาการเมืองอีกมาก
ไม่แปลกใจเลย ที่คณะรัฐศาสตร์ เป็นคณะแรกๆที่ข้าน้อยไม่เลือกจะเอนท์เข้า

ถ้าฟลุคเข้าไปได้ คงตายก่อนเรียนจบ
เพราะพื้นฐานกันไม่แข็งแรงของเรานี่เอง

#14 By 125 66 (58.9.53.244) on 2008-03-16 20:51

ห้า ห้า ห้าconfused smile

#13 By บุญเปรื่อง on 2008-03-16 19:42

(' ^)b Hot!

#12 By ParePare on 2008-03-16 01:48

ส่งให้แล้วนะครับ

ด้วยความเคารพ

#11 By fallingangels (124.121.14.173) on 2008-03-15 23:33

^
^
โอเค ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ (และหากส่งให้ได้จะดีมาก)
แต่ที่ผมเขียนแบบนั้นเพราะผมรู้สึกว่าช่วง 16-19 มันพีคและค่อนข้างชัดเจน + นึกภาพง่าย
(สารภาพว่าตอนพิมพ์ ลืมเรื่อง สมุดปกเหลือง ไปเหมือนกัน)


ปล. อ่านที่ รสนา ตอบแล้ว แม้จะดูดีกว่าของปลื้มเยอะ แต่ก็ไม่ใช่คำตอบที่ฟังขึ้นเท่าไหร่นัก

#10 By nanoguy on 2008-03-15 23:19

ลืมพูดไปเล็กน้อยครับ หลังจากที่อ่าน "จดหมายเปิดผนึก" ของท่านนาโนเสร็จแล้ว

ขออนุญาติแก้ไขนิดเดียวครับว่า
วาทกรรมที่ว่า "สังคมนิยม = คอมมิวนิสต์" นั้นเริ่มขึ้นครั้งแรกก่อนหน้า 2516-2519 นานแล้วครับ โดยเริ่มจากราชสำนัก ในสมัย ร.7 (โดย ร.7 himself) หาอ่านได้จากเอกสาร "พระบรมราชวินิจฉัยเค้าโครงเศรษฐกิจฯ" หรือรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่าสมุดปกขาวครับ (ตอบโต้ "สมุดปกเหลือง" ของปรีดี)

ทิ้งไว้เท่านี้ล่ะครับ...จริงๆ ผมแค่อยากจะชี้ให้เห็นว่า "ฝ่ายขวา (โดยเฉพาะราชสำนัก) ของไทย" เชื่อมาโดยตลอดว่า "สังคมนิยม = คอมมิวนิสต์" ครับ นับตั้งแต่สมัย ร.7 - มรว.เสนีย์ ปราโมช - ปลื้ม ...ล้วนยืนยันความคิดนี้อย่างต่อเนื่องครับ

ด้วยความเคารพ

ปล. จริงๆ ผมทำรายละเอียดเรื่องนี้ไว้อยู่ในเอกสารชื่อ "บทบาทของพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในกระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยไทยหลังการปฏิวัติ 2475-ช่วงสละราชบัลลังก์" ครับ...หากสนใจบอกได้ เดี๋ยวผมส่งไปให้

ปปล. ใครที่คิดจะ "ตอบโต้" ผม กรุณาหาข้อมูลดีๆ ก่อนนะครับ เพราะนี่คือ "เอกสารชั้นต้น" ที่ ร.7 เขียนด้วยตัวเองครับ

#9 By fallingangels (124.121.202.50) on 2008-03-15 21:00

สะใจมาก!

#8 By dewdogdag on 2008-03-15 16:27

ผมได้ตอบเกี่ยวกับบทความนี้ไปแล้วในเว็บบอร์ดสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เลยขอเอามาแปะเลยแล้วกันนะครับ

---------------

บอกตรงๆ นะครับ ว่าแม้ผมจะไม่ได้เลือกรสนา แต่ไม่ปลื้มกับวิธีคิดของปลื้มเลย บอกตรงๆ ว่าทุเรศไม่ต่างจากพวกนักวิชาการบนหอคอยงาช้าง ที่มองว่าตัวเองเลิศเลอเลย...ไม่ต่างจากพันธมิตร, ไม่ต่างจาก ม.เที่ยงคืน (โดยรวมๆ), ฯลฯ ที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่สังวรณ์เงาหัวตัวเอง" เลย

ที่ผมว่าผมไม่ปลื้มกับแนวคิดของปลื้มนั้น เพราะว่า "ปลื้มมีสิทธิอะไรในการมาด่า การเลือกของคนอื่นๆ (ผมไม่ได้ห้ามปลื้มด่ารสนานะครับ กรุณาทำความเข้าใจดีๆ) การเลือกของปลื้ม เป็นการเลือกที่ดีกว่า "คนอื่นๆ ส่วนใหญ่" ตั้งแต่เมื่อไหร่??? เหตุผลในการ "ไม่เลือกรสนา" ของปลื้ม เหนือกว่าเหตุผลในการตัดสินใจเลือกรสนา "โดยคนส่วนใหญ่" ตั้งแต่เมื่อไหร่???

ย้ำอีกทีว่าผมไม่ได้ห้ามด่ารสนา อยากด่าเท่าไหร่ด่าไปเหอะ ผมเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับรสนาเท่าไหร่ (แม้จะยังไม่ได้อ่าน argument ของรสนาในกระทู้นี้ก้ตาม) แต่การกระทำของปลื้มครั้งนี้ "เป็นการเอาความคิดตนเองเป็นใหญ่ คิดว่าความคิด เหตุผลของตัวเองเหนือกว่าคนอื่นๆ ส่วนใหญ่ที่เลือก"...แล้วอย่างนี้ต่างอะไรจากพวกพันมิตรนรกกัน???

ด้วยความเคารพ

---------------

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก
http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=6587

ซึ่งในลิ้งค์ข้างต้น จะได้พบ counter argument ของรสนาด้วยครับ แต่บอกไว้ก่อนว่า รสนาก็ตอบแบบค่อนข้างงี่เง่าเหมือนกัน

ด้วยความเคารพ

#7 By fallingangels (124.121.202.50) on 2008-03-15 15:03

แวะเข้ามาดูมวย confused smile Hot!

#6 By ตุ้ย since 2006 on 2008-03-15 08:19

หนูไม่รู้ว หนูเป็นชะนี

ชะนีไม่ฝักใฝ่การเมืองน่ะค่ะ อร๊ายยยยยย

ไปแต่งสก๊อยต์รอแว๊นมารับตรงซุ้มพระประแดงดีกว่า



(ตี้ เดี๋ยวกูมาอ่านน่ะ ขอตัวปรับโหมดเพื่อให้ทันเรื่องที่มึงจะสื่อก่อน)

#5 By น้องน้ำหนึ่ง (124.120.74.172) on 2008-03-15 03:31

Hot!

#4 By on 2008-03-15 03:02

เอนทรี่นี้แรงแฮะ sad smile

ปล.เรื่องในเอนทรี่นี้...ไว้คุยกันหลังไมค์ดีกว่า จะได้พิมพ์ได้แบบเต็มที่หน่อย open-mounthed smile

#3 By SkyKiD on 2008-03-15 01:23

แวะมาบอกว่า กาเบอร์ 5 ค่ะ

#2 By gallantfoal on 2008-03-14 22:30

ให้ดรากอนHot! Hot! Hot! Hot! Hot!
แบบว่าอัพถูกใจอย่างแรงครับ!

#1 By reiya on 2008-03-14 22:26